posttoday
ปรีดิยาธร ทิ้งบอมบ์ธปท.

ปรีดิยาธร ทิ้งบอมบ์ธปท.

18 ตุลาคม 2553

บทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการดูแลค่าเงินบาทตอนนี้ไม่เพียงแต่ถูก “สับเละ” จากผู้ส่งออกเท่านั้น แต่บรรดามือการเงิน “ชั้นเซียน” ก็ออกมาโจมตีแบบไม่เหลือซาก

บทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการดูแลค่าเงินบาทตอนนี้ไม่เพียงแต่ถูก “สับเละ” จากผู้ส่งออกเท่านั้น แต่บรรดามือการเงิน “ชั้นเซียน” ก็ออกมาโจมตีแบบไม่เหลือซาก

โดย...ทีมข่าวการเงิน

 

ปรีดิยาธร ทิ้งบอมบ์ธปท.

บทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการดูแลค่าเงินบาทตอนนี้ไม่เพียงแต่ถูก “สับเละ” จากผู้ส่งออกเท่านั้น แต่บรรดามือการเงิน “ชั้นเซียน” ก็ออกมาโจมตีแบบไม่เหลือซาก

เมื่อต่างเห็นตรงกันว่าธปท.ควรกล้าได้กล้าเสียในการสกัดกั้นเงินทุนไหลเข้ามากกว่าที่เป็นอยู่!!!

ล่าสุด ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และอดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจในรัฐบาล “ขิงแก่” พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์

ก็ร่วมวงชำแหละการทำงานของ ธปท. แบบไม่เกรงใจคนคุ้นเคย!!!

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ระบุว่า ขณะนี้ภาคเอกชนจะตาย เพราะค่าเงินบาทแข็งอยู่แล้ว ถือเป็นปีที่หนักจริงๆ เพราะหากคำนวณการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วง 21 เดือนที่ผ่านมาพบว่า เงินบาทแข็งค่าไปแล้ว 13.6%

โดยนับจากเดือน ธ.ค. 2551 ซึ่งเป็นช่วงหลังเกิดวิกฤตการเงินในสหรัฐจนถึงเดือน พ.ค. 2553 เบ็ดเสร็จ 17 เดือน เงินบาทแข็งค่าขึ้นไป 6%

และถ้านับจากเดือน พ.ค.ต.ค. 2553 แค่ 4 เดือนหลังเท่านั้น เงินบาทแข็งไปอีก 7.56%

“ผมคิดว่าเราเสียความสามารถในการแข่งขันไปตั้งแต่เดือน พ.ค. 2553 แล้ว แต่ใน 4 เดือนหลังค่าเงินเรากลับแข็งอีก 7.56% คราวนี้ถือว่าไม่มีใครทนได้” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ระบุ

นอกจากนั้น เมื่อเปรียบเทียบอัตราการแข็งค่าของสกุลเงินต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย จะพบว่าประเทศไทยแข็งค่ามากที่สุด รองลงไปคือเงินริงกิตของมาเลเซียที่แข็งค่า 10.6%

เปโซของฟิลิปปินส์แข็งค่าขึ้นแค่ 8% เงินเยนญี่ปุ่น 8% ดอลลาร์สิงคโปร์ 9.1% ดอลลาร์ไต้หวัน 5.8% เงินหยวนของจีน 2.3% ส่วนฮ่องกงอ่อนลง 1%

“มันพิสูจน์อะไร พิสูจน์ว่า ที่ ธปท.บอกว่าเป็นการลอยตัวภายใต้บริหารจัดการ (แมเนจโฟลต) แล้วเงินบาทแข็งเท่าคนอื่น เป็นข้อความที่ผิด เราลอยตัวแล้วแข็งขึ้นมากที่สุด แข็งกว่าหยวนแน่ แม้กระทั่งกับเยน ริงกิต ดอลลาร์สิงคโปร์ เราก็แข็งกว่า ทำไมเราปล่อยให้แข็งอย่างนี้” อดีตรองนายกรัฐมนตรีระบุ

ปัญหาสำคัญที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร หยิบยกขึ้นมาคือ สถานการณ์เงินทุนไหลเข้า ที่เปรียบเหมือน “น้ำไหลบ่า” หากกั้นไว้ไม่อยู่มีหวังค่าเงินบาท จะแข็งไปเรื่อยๆ เหมือนในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา

กระทั่งไม่กล้าฟันธงว่าจะแข็งไปถึงจุดไหน!! ขณะนี้มีเพียงมังกรจีนกับฮ่องกงเท่านั้นที่ยืนอยู่

โดยสิ่งที่ ธปท.ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา คือ เข้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐสะสมในทุนสำรองระหว่างประเทศ ทั้งในตลาดซื้อขายทันทีและล่วงหน้า จนตัวเลขทุนสำรองพุ่งขึ้นไปสูงถึง 168,300 ล้านเหรียญสหรัฐไปแล้ว

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ระบุว่า ช่วงนี้เงินไหลเข้าเอเชียมากมายจริงๆ ขณะที่ ธปท.แทรกแซงแล้วมหาศาล แค่ 4 เดือนหลัง เข้าไป 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มากสุดเท่าที่ประเทศไทยทำมา แต่ค่าเงินบาทยังแข็งขึ้นอีก 7% และยังไม่มีท่าทีว่าเงินทุนจะชะลอการไหลเข้า

แม้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง จะออกมาตรการเก็บภาษีกำไรดอกเบี้ยพันธบัตรของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาในตลาดตราสารหนี้ อัตรา 15% แต่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร มองว่าไม่ได้ผลอะไร โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินก็ยังไหลเข้าไทยอยู่

อดีต รมว.คลัง ชี้ว่า สิ่งที่ทำให้เงินทุนยังไหลเข้าอยู่ก็คือส่วนต่างดอกเบี้ย (Interest Rate Differential) ระหว่างตลาดเงินไทยกับสหรัฐที่ยังสูง และมีแนวโน้มว่าสหรัฐกำลังจะลดดอกเบี้ยอีก หรือทำให้เงินดอลลาร์ล้นตลาดเพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงเอง ถ้าไทยยังคงดอกเบี้ยอยู่ที่เท่าเดิม นักลงทุนที่เคยกินดอกเบี้ยสหรัฐซึ่งใกล้ 0% มาก จะย้ายมาเอเชีย

“ถ้าถามว่าตลาดเมืองไทยน่าเข้ามาลงทุนหรือไม่ ก็แน่นอนว่าพื้นฐานตัวเลขเศรษฐกิจดี และหุ้นยังราคาถูกอยู่ ซึ่งปรากฏว่าขณะนี้ตลาดที่เข้าง่ายสุดก็คือตลาดตราสาร (บอนด์) ได้ส่วนต่างดอกเบี้ยสูงและยังกำไรค่าเงินบาทอีก” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ระบุ

การเก็บภาษีดอกเบี้ยพันธบัตรซึ่งครอบคลุมตั้งแต่หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และพันธบัตร ธปท. ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกาศออกมา 15% จึงช่วยได้นิดเดียว

เพราะหากส่วนต่างดอกเบี้ยไทยกับสหรัฐอยู่ที่ 3% เมื่อกระทรวงการคลังเก็บภาษีกำไร 15% เท่ากับเก็บจริงแค่ 0.45% ยังเหลือกำไรอีก 2.55%

ยังไงนักลงทุนก็เข้าต่อ!!

เป็นสาเหตุให้มาตรการรัฐบาลออกมาหยุดเงินไหลเข้าในตลาดตราสารหนี้ไม่ได้ เพราะต่างชาติกินส่วนต่างดอกเบี้ย 34% สบายๆ

ในมุมมองของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร คือ ถ้าส่วนต่างดอกเบี้ยไม่ลง บาทจะแข็งไปกว่านี้อีกแน่นอน แต่ไม่อยากบอกว่าเท่าไหร่ เพราะในเวลา 4 เดือนที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าเงินบาทแข็งจาก 32.52 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มาเป็น 30.06 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ตอนนี้ก็ 29 บาทแล้ว มันแข็งขึ้นถึง 2.50 บาท

โดยมาตรการที่เสนอคือให้กระทรวงการคลังเก็บภาษีเงินต้นเงินไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ เท่ากับส่วนต่างดอกเบี้ย เช่น ถ้าต่างกัน 3% ก็เก็บ 3% ถ้าต่างกัน 4% ก็เก็บ 4% จะดีกว่าเก็บภาษีจากกำไรแน่นอน

แต่อยากเตือนว่ารัฐบาลจะออกมาตรการอะไรก็ได้ ต้องไม่ให้กระทบตลาดหุ้น ซึ่งถ้าเก็บภาษีเงินต้นเฉพาะตลาดพันธบัตรก็คงเหลือเงินเข้าตลาดหุ้นส่วนหนึ่ง ค่าเงินบาทอาจจะแข็งต่อไปบ้าง แต่คงดีกว่าตอนนี้

“ผมเห็นว่าหลังมาตรการออกมาไม่ได้ช่วยอะไร ไม่ได้กันน้ำบ่าได้เลย และค่าเงินถึง 29 บาทแล้ว ขนาดนี้ไม่ต้องพูดแล้ว ขึ้นกับผู้ว่าการ ธปท. และ รมว.คลัง จะเห็นยังไง” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ระบุ

ขณะนี้สิ่งที่น่ากลัวที่สุด คือ ถ้ารัฐบาลคิดว่า จำเป็นต้องรักษาภาคส่งออกและความสามารถในการแข่งขันเอาไว้ ก็ต้องตรึงให้อยู่หรือให้เงินบาทแข็งขึ้นน้อยที่สุด ไม่เช่นนั้นส่งออกอยู่ไม่ได้ เพราะส่งออกคิดเป็นรายได้ 2 ใน 3 ของจีดีพี ก็เหลือทางเดียวแล้วคือกั้นไม่ให้น้ำไหลเข้ามาอีก

คือน้ำบ่าที่เข้ามา ถ้ากั้นไม่ได้ หรือธปท.แทรกแซงไม่เต็มที่ ซึ่งเห็นแล้วว่าธปท.ซื้อเงินเหรียญสหรัฐมาแล้ว 2 หมื่นล้านเหรียญ ยังเอาไม่อยู่ และน่าจะเอาอยู่ยาก ส่วนข้อเสนอของนายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่ให้ ธปท.ตรึงค่าเงินบาทคงที่นั้น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร บอกว่า ถ้าให้เงินบาทคงที่ อาการจะยิ่งหนักกว่านี้อีก จอร์จ โซรอส เจ้าพ่อนักค้าเงินจะเข้ามาเก็งกำไรอีกแน่

แถมยังทำให้ผู้ส่งออกรู้สึกย่ามใจ ไม่คิดจะปรับตัวเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เอาแต่จะรอให้รัฐบาลช่วยเหลือ

ส่วนแนวคิดเรื่องการลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.75-2% คิดว่า ธปท.คงไม่กล้า เพราะคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เป็นห่วงเรื่องเงินเฟ้อ

“แม้ผมกับ ดร.โกร่ง จะไม่ห่วงเงินเฟ้อ แต่ก็อย่าทำอะไรที่มันฝันเกินไปดีกว่า”

ขณะที่บทบาทการแก้ปัญหาของนายกฯ อภิสิทธิ์ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร แนะนำว่า ถึงเวลาที่ผู้นำต้องคิดให้ลึก ไม่ใช่ลอยตัว

และที่ต้องออกมาพูด เพราะอยากให้นายกฯ กับ รมว.คลัง มีข้อมูลในการใช้บริหารประเทศมากขึ้น และไปช่วยส่งออกอย่าให้เสียหาย

โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ทิ้งท้ายไว้ว่า สิ่งที่เสนอมานี้ต้องการให้รัฐบาลเดินไปในแนวที่ถูกต้อง แต่ถ้าจะมี “ทิฐิ” เพราะมองว่าไม่ได้คิดมาตรการนี้เองละก็...“งานนี้ก็คงช่วยอะไรไม่ได้”

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69