
สนช.เล็งศึกษาสร้างนิคมลิงบนเกาะ191แห่งแก้ปัญหาพิพาทกับคน
สนช.ชู 3 ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาพิพาท“คนกับลิง”ในพื้นที่วิกฤต 12 จังหวัด ศึกษาธรรมชาติบนเกาะห่างไกล 191 แห่ง สร้าง “นิคมลิง”รองรับลิงส่วนเกิน / ลิงเกเร
สนช.ชู 3 ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาพิพาท“คนกับลิง”ในพื้นที่วิกฤต 12 จังหวัด ศึกษาธรรมชาติบนเกาะห่างไกล 191 แห่ง สร้าง “นิคมลิง”รองรับลิงส่วนเกิน / ลิงเกเร
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการติดตามกลไกการปกป้องคุ้มครองสัตว์ ได้เปิดเผยถึงรายงานผลการศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการปัญหาลิงในพื้นที่วิกฤต ซึ่งคณะอนุกรรมการได้ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พบว่า ปัญหาพิพาทระหว่างคนกับลิง รวมทั้งความเดือดร้อนรำคาญที่เกิดจากลิง และอยู่ในขั้นวิกฤติจำเป็นจะต้องแก้ไขโดยทันทีมีอยู่ทั้งสิ้น 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลพบุรี กระบี่ ชลบุรี ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ภูเก็ต มุกดาหาร สตูล สระบุรี อำนาจเจริญ และเขตบางขุนเทียน กทม. โดยกำหนดแนวทางเป็น 3 ยุทธศาสตร์ 9 กลยุทธ์ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประชาชนสุขใจ ลิงปลอดภัย อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน” ได้แก่ ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการลิง ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการถิ่นที่อยู่อาศัยของลิง และ ยุทธศาสตร์การบูรณาการแก้ปัญหาลิง โดยในแต่ละยุทธศาสตร์จะประกอบ ด้วยกลยุทธ์และกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การควบคุมประชากรลิงด้วยการทำหมัน การฟื้นฟูระบบนิเวศเดิมให้ลิงสามารถอยู่ได้ในถิ่นฐานเดิม การจัดทำฐานข้อมูลในการดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพลิง รวมทั้งการนำองค์ความรู้ในการลดปัญหาและข้อพิพาทเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและนำไปปฏิบัติ เช่น การให้อาหารลิงในพื้นที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น เป็นต้น
“สำหรับแนวคิดเกี่ยวกับ ”การสร้างนิคมลิง” เพื่อใช้เป็นสถานที่รองรับลิงบางส่วนที่จำเป็นจะต้องย้ายออกมาจากพื้นที่ ถือเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่จำเป็นจะต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เนื่องจากจำนวนประชากรลิงที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้กับชุมชนได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว มีผลทำให้ปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นมากมายเป็นเงาตามตัว การย้ายลิงบางส่วนออกไปไว้ในนิคมลิงจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะจำนวนลิงส่วนเกินและลิงที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวสร้างปัญหาความเดือดร้อนหรือมีข้อพิพาทกับประชาชน โดยก่อนการโยกย้ายจะมีการทำหมันและพิจารณาเกี่ยวกับสวัสดิภาพลิงอย่างรอบด้าน
ขณะนี้ จังหวัดกระบี่ ตรัง สตูล ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี และภูเก็ต มีเกาะตามธรรมชาติที่อยู่ห่างไกลชายฝั่งรวมทั้งสิ้น 191 เกาะ ซึ่งจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับปัจจัยความพร้อมของระบบนิเวศที่ลิงจะสามารถอยู่อาศัยได้โดยด่วนต่อไป โดยมีการพิจาณาทั้งในเรื่องของพืชอาหาร แหล่งน้ำ แหล่งหากินทางทะเล และปัจจัยคุกคามการดำรงอยู่ของลิงอันเกิดจากมนุษย์และสัตว์ป่า ซึ่งจังหวัดภูเก็ตได้ทำการศึกษาเสร็จสิ้นไปแล้ว 5 เกาะ ได้แก่ เกาะงำ เกาะปายู เกาะมาลีหรือมะลิ เกาะแพ และ เกาะทะนาน ส่วนที่จังหวัดสตูลก็ได้ดำเนินการสำรวจแล้วที่ เกาะโกยใหญ่ โดยเกาะทุกแห่งที่ผ่านการสำรวจแล้วสามารถนำไปสร้างนิคมได้ต่อไป ส่วนจังหวัดลพบุรีซึ่งไม่มีพื้นที่เกาะก็ได้มีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้พื้นที่บริเวณเขาพระยาเดินธง เขาสมโภชน์ และเขาเอราวัณ เพื่อสร้างเป็นนิคมลิงต่อไป
ในวันพุธที่ 16 พ.ค.นี้ จะมีการสัมมนาทางวิชาการเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และ นายวัลลภ ตั้งคณานุรักษ์ ประธานคณะกรรมการติตามกลไกและพิจารณาปกป้องคุ้มครองสัตว์ จะเข้าร่วมสัมมนากับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 12 จังหวัด รวมทั้งผู้บริหารของกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมปศุสัตว์ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหา เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการนำแนวทางการบริหารจัดการปัญหาลิงในพื้นที่วิกฤติ ตามที่คณะอนุกรรมการได้จัดทำขึ้นไปปฏิบัติให้บังเกิดผลโดยเร็ว ก่อนที่ปัญหาพิพาทระหว่างคนกับลิง และปัญหาความเดือดร้อนต่างๆจะลุกลามขยายตัวออกไปจนไม่อาจควบคุมได้.







