
เปิดใจ"คุณชายละเอียด"รักในรอยแค้นขรก.ทำเนียบฯ
"ถ้าหากว่านักการเมืองอย่างพวกผมคิดเล็ก คิดน้อย คิดมาก ใส่เน็คไทแดงก็ไม่ได้ อันนี้ทั้งหมดมันเป็นเรื่องของความยากลำบากของงานพวกท่าน”
"ถ้าหากว่านักการเมืองอย่างพวกผมคิดเล็ก คิดน้อย คิดมาก ใส่เน็คไทแดงก็ไม่ได้ อันนี้ทั้งหมดมันเป็นเรื่องของความยากลำบากของงานพวกท่าน”
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
นับตั้งแต่ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ พ้นจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีมารับหน้าที่เลขาธิการนายกฯ บทบาทหน้าที่ไม่ใช่จะลดน้อยลง สารพันปัญหามุ่งสู่ทำเนียบฯ แม่บ้านไทยคู่ฟ้าจึงต้องเก็บกวาดแทนนายกฯ จากที่ผ่านมานอกจากเป็นมือประสานสิบทิศลดอุณหภูมิร้อนเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง สู่ปัจจุบัน ยังต้องบริหารจัดการปัญหาภายในองค์กรสำนักเลขาธิการนายกฯ ซึ่งมีข้าราชการหลากหลายลักษณะ ทั้งชื่นชอบ และชิงชัง!
หลังเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองสงบลง นายกฯ รองนายกฯ ฝ่ายการเมืองลงไปถึงข้าราชการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบฯตามปกติ จึงเป็นจังหวะเหมาะของฝ่ายการเมืองได้ทำความเข้าใจการทำงานกับข้าราชการประจำอีกครั้ง
ช่วงหนึ่ง กอร์ปศักดิ์ ได้มีโอกาสปิดห้องบรรยายพิเศษในหัวข้อ "ความคาดหวังของผู้บังคับบัญชาฝ่ายการเมือง ต่อสำนักพิธีการและเลขานุการ" โดยมีข้าราชการสำนักเลขาธิการนายกฯเข้าฟังคับแน่นตึกสันติไมตรี ซึ่งต่อมาสำนักเลขานายกฯรวบรวมคำกล่าวของกอร์ปศักดิ์ออกมาเป็นรูปเล่มเผยแพร่ข้าราชการทำเนียบฯ
เนื้อหาบางห้วงบางตอนสะท้อนให้เห็นความเป็นตัวตนข้าราชการเมืองที่มีต่อข้าราชการประจำได้อย่างดี พร้อมกับคำถามตามมาด้วยว่า เมื่อกอร์ปศักดิ์มารับบทแม่บ้านไทยคู่ฟ้า เขาเป็น” คุณชายละเอียด “ ตามที่สื่อมวลชนให้ฉายาจริงหรือ
ตอนหนึ่ง กอร์ปศักดิ์ผู้ไม่ค่อยชอบฉายาคุณชายละเอียด กล่าวต่อข้าราการว่า ผมมักจะถามตัวผมเองว่าผมเป็นคนที่อยากพูดว่าไม่ชอบพิธีการเลย ค่อนข้างจะเกลียดด้วยซ้ำ เพราะรู้สึกเสียเวลา แต่ถ้าถามว่าพิธีการจำเป็นไหม ผมว่ามันจำเป็น เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะทำอะไร ผมอยากจะเรียนว่า มันเน้นไปทางหนึ่งทางใดมากไม่ได้ ผมว่าเกือบจะทุกเรื่อง ผมไม่ใช่เป็นคนเข้าวัด แต่ที่เขาพูดกันว่าเดินสายกลางใช่ที่สุดเลย
ผมมานั่งคิดผมมาเป็นรองนายกฯ แล้วพอตำแหน่งเลขาฯว่าง รีบวิ่งเข้ามาหานายกฯรับอาสาเลย ผมไม่แน่ใจว่าในอดีตที่ผ่านมามีเลขาธิการนายกฯที่มาจากรองนายกฯสักกี่คน มาด้วยความสมัครใจ ที่สมัครใจเพราะว่าอยากจะมาทำ อยากจะมาทำให้สำนักงานเลขาฯให้พวกเราเป็นหน่วยงานที่พร้อมสำหรับนักการเมืองอย่างพวกผม ไม่ใช่พร้อมสำหรับพวกผม แต่ผมใช้คำว่าพร้อมสำหรับนักการเมืองอย่างพวกผม
แล้วผมจริงๆ ผมเห็นใจที่สุดเวลาที่พวกผมเดินเข้ามา พวกผมห่างที่นี่ 6-7 ปี พวกท่านทุกคนทำงานอยู่ในใต้บังคับบัญชาของคนที่เป็นฝ่ายที่เรียกว่าไม่อยากจะพูดว่าฝ่ายตรงข้าม แต่มันก็ใช่ Opposition Party คือ ฝ่ายอีกข้างหนึ่งมาตลอด ความรู้สึกที่ว่าเขาเป็นพวกเราหรือเปล่ามันยังมีอยู่ในใจนักการเมืองอย่างพวกผมเกือบจะทุกคน แต่พอวันที่พวกผมออกไปท่านก็ยังอยู่ ฝ่ายตรงข้ามก็อาจจะกลับเข้ามาอีก เพราะฉนั้นงานของพวกท่านมันลำบากมาก ถ้าหากว่านักการเมืองอย่างพวกผมคิดเล็ก คิดน้อย คิดมาก ใส่เน็คไทแดงก็ไม่ได้ อย่างที่ผมแหย่พวกเราบางคนว่าเมื่อไรจะใส่เน็คไทยสีฟ้าบ้าง พอดีที่บ้านซื้อแดงไว้เยอะเพราะอยู่กับแดงมา 7 ปี อันนี้ทั้งหมดมันเป็นเรื่องของความยากลำบากของงานพวกท่าน
กอร์ปศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตอนที่ผมเป็นรองนายกฯ ผมกำกับดูแลงานของ กพร. และผมไปได้สัมผัสงานของประจำสำนักนายกฯ และเวลาที่ผมเดินเข้ามาในที่ทำงานผม ก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ฝนตก แล้วผมก็เงยขึ้นไปดูเพดานที่ห้องทำงานผม แล้วมันก็รั่ว แล้วผมก็เอาถังพลาสติกมารอง ซึ่งผมก็รองอยู่หลายวัน ผมก็มานั่งคิดว่า หนึ่ง คือเขาไม่ค่อยชอบเรา หรือไม่ สอง เขาคงรองบประมาณปีหน้าหรือรอแปรญัตติเพื่อจะซ่อมเพดาน พอดีผมเล่น Twitter ผมเอาไปลง ทุกคนก็ขำกันใหญ่ว่ารองนายกฯทำงานไปหลังคารั่วเหมือนที่บ้านเลย ทุกคนงงเหมือนที่บ้าน รู้เลขาฯเลยอย่างนี้
แม่บ้านประจำตึกไทยฯสะท้อนปัญหาภายในหมู่ข้าราชการสำนักเลขาฯ หลังเข้ามาสัมผัสงานว่า งานชิ้นหนึ่งซึ่งผมไม่เคยคาดคิดและผมคงจะได้รู้ประสบการณ์เยอะพอสมควรที่นั่งมาอยู่ 6-7 เดือน คือ เรื่องร้องเรียน ผมไม่เคยได้เห็นเลยว่าทำไมพวกเราไม่รักกันเลย ผมก็พยายามมาคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น คำว่านั่งคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น คำว่าพวกเราไม่ได้รักกันเลยไม่ได้หมายความว่าเกลียดกันทุกคน แต่เหมือนกับว่าใครจะขึ้น ใครจะลง พวกนี้ พวกนั้น ผมก็บกพร่องที่ยังไม่ได้มีโอกาสเดินไปดูว่าพวกท่านนั่งทำงานกันอย่างไร ถ้าผมทำได้ ถ้าผมออกแบบ Office ใหม่ได้ ซึ่งผมคิดอยากจะทำอยู่ขณะนี้คือ ที่ทำงานของพวกเรา เพราะตึกใช้ไม่ได้แล้ว ผมจะให้พวกเราอยู่ใน Floor เดียวกันหมดเลย เวลาอยู่ด้วยกันแล้วมันรักกัน แต่อยู่ห่างๆ กันบางทีไม่ได้เจอหน้ากัน
กอร์ปศักดิ์ เปิดเผยด้วยว่า เรื่องร้องเรียนระหว่างข้าราชการทำเนียบกันเอง ทั้งความไม่พอใจแต่งตั้งโยกย้าย สารพัดจิปาถะมากองอยู่เต็มโต๊ะ
"ความลำบากใจของผมไม่ใช่ไม่รู้ว่าจะต้องทำงานให้ท่านนายกฯอย่างไร ความลำบากใจของผมทำอย่างไรไม่ให้พวกคุณมีเรื่องร้องเรียนกัน งานนี้หนักมากเลย และถือเป็นหน้าที่ของผมเสียด้วยที่ต้องทำให้พวกเราเกิดความสามัคคีและตั้งเป้าหมายอย่าเดียวว่า เนื่องจากเป็นสำนักงานที่ทำงานอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของท่านนายกฯ มันต้องเก่ง มันต้องเนี้ยบ มันต้องสุดยอด"คุณชายละเอียด กล่าวด้วยความเหนื่อยใจ







