ศาลยุติธรรมยันสร้างบ้านพักตุลาการดอยสุเทพไม่ได้รุกป่าสงวน
ศาลยุติธรรมแจงบ้านตุลาการเชิงดอยสุเทพไม่ได้บุกรุกป่าสงวนขออนุญาตก่อสร้างถูกต้องรอมติที่ประชุม ก.บ.ศ. หาทางออก9เม.ย.นี้ พร้อมรับฟังความเห็นชาวบ้าน
ศาลยุติธรรมแจงบ้านตุลาการเชิงดอยสุเทพไม่ได้บุกรุกป่าสงวนขออนุญาตก่อสร้างถูกต้องรอมติที่ประชุม ก.บ.ศ. หาทางออก9เม.ย.นี้ พร้อมรับฟังความเห็นชาวบ้าน
นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และนายสุริยันห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีการก่อสร้างบ้านพักตุลาการบริเวณเชิงดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่
นายสราวุธ กล่าวว่า บ้านพักที่เชียงใหม่ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของทางราชการไม่ใช่เป็นบ้านพักส่วนบุคคล โดยขั้นตอนในการดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายไม่ได้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ขั้นตอนการขออนุญาตกระทำมาตั้งแต่ต้น โดยก่อนปี 2543 ช่วงที่ศาลสังกัดอยู่กับกระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ทางธุรการในการจัดสร้างอาคารต่างๆของศาลยุติธรรม ต่อมาวันที่ 20 ส.ค. 2543 ศาลได้แยกจากกระทรวงยุติธรรม และมีการจัดตั้งสำนักงานศาลยุติธรรมเกิดขึ้น ทำหน้าที่ทางธุรการทุกอย่างและสนับสนุนการพิพากษา
สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นมีการขออนุญาตใช้ที่ดินจากกรมธนารักษ์ และผ่านการเห็นชอบจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว กระทั่งมีการเปิดการประมูล มีเอกชนเข้ามาเป็นคู่สัญญารวม 3 สัญญาด้วยกัน สัญญาที่ 1 เป็นการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 สัญญาที่ 2 และสัญญาที่ 3 ที่เหลืออยู่คืออาคารชุดและอาคารที่พักของข้าราชการในจังหวัดเชียงใหม่ที่ทำงานให้กับศาลยุติธรรม เพื่อให้ข้าราชการที่ย้ายมาทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่ได้เข้าพักเมื่อครบวาระต้องย้ายก็ออกจากบ้านพักไปในส่วนของสัญญาที่ 2 มีมูลค่าสัญญา 321 ล้านบาท ส่วนสัญญาที่ 3 มีมูลค่า 342 ล้านบาท โดยสัญญาจะเสร็จสิ้นในวันที่ 9 กับวันที่ 18 มิ.ย. 2561 ตามลำดับ
เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวว่า พื้นที่ขออนุญาตไว้มีจำนวน 147 ไร่ใช้ที่พื้นที่ในการดำเนินการไป 89 ไร่ ในส่วนของการดำเนินการในปัจจุบันยังมีสัญญาที่ยังผูกพัน ในระหว่างการดำเนินงานนั้นไม่ได้ตัดต้นไม้ทำลายป่า จำนวนต้นไม้ที่มีการขุดย้ายในพื้นที่ต้นไม้ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.30 เมตรขึ้นไปมีต้นประดู่ 29 ต้น ต้นพลวง 86 ต้น ต้นสัก 4 ต้น ต้นกระบาก 77 ต้น ไม้เนื้ออ่อนอีก 44 ต้น ไม่มีการตัดแต่เป็นการขุดล้อมแล้วย้ายเพื่อปลูกในโครงการ ทั้งนี้แผนระยะสั้นระยะที่ 1 จะไม่มีการตัดต้นไม้ใดๆทั้งสิ้น ไม่มีการปรับพื้นที่ก่อสร้างเพิ่มเติมจะดูแลรักษาสภาพพื้นที่ให้สมบูรณ์ โครงการก่อสร้างทั้งหมดในจังหวัดเชียงใหม่และการพื้นที่ป่าที่ไม่ได้ดำเนินการเลย 58 ไร่ โดยในวันที่ 21 เม.ย.นี้ เป็นวันศาลยุติธรรม จะมีการปลูกต้นไม้ตามแบบภูมิทัศน์ในสัญญา แบ่งเป็นไม้ยืนต้นปลูกต้นพยุง 60 ต้น ต้นแคนาป่า 94 ต้น ต้นลีลาวดี 299 ต้น และต้นไม้ประเภทต่างๆอีก 6,400 ต้น
นายสราวุธ กล่าวประกอบแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศว่า โครงการก่อสร้างดังกล่าว ก่อสร้างขึ้นในแนวระดับเดียวกับการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างอื่นๆในพื้นที่ดอยสุเทพตามแนวขอบตะเข็บเดียวกัน อันนี้คือข้อเท็จจริงที่ปรากฏแตกต่างจากการนำเสนอผ่านสื่อต่างๆอาจจะเป็นการนำเสนอเฉพาะโครงการ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เคยปฏิเสธความรับผิดชอบ แม้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนที่ได้รับตำแหน่ง แต่เป็นหน้าที่ในความรับผิดชอบ
ทั้งนี้ การก่อสร้างโครงการบ้านพักไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพราะถ้าสัญญามาก่อนตอนสังกัดกระทรวงยุติธรรมก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมที่เป็นผู้ที่ดำเนินการ แต่หากเกิดขึ้นภายหลังสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรมก็จะเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการ ที่ผ่านมาเราไม่ได้ตอบว่าเราจะทำถูกกฎหมายอย่างเดียว สิ่งที่ประชาชนให้ความห่วงใยก็พร้อมจะรับฟังและรับข้อเสนอแนะและแผนที่จะดำเนินการต่างๆก็อาจจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น เพราะศาลก็อยากจะรักษาด้านสิ่งแวดล้อมไว้แต่การดำเนินการต่างๆ อาจจะไม่เป็นที่ถูกใจของทุกคน แต่เราก็พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม การที่จะดำเนินการใดๆก็ตาม ต้องกระทำตามข้อกฎหมายที่มีอยู่ ไม่อาจจะกระทำการใด เช่นไปทุบทำลายทิ้งได้เองเพราะถือเป็นทรัพย์สินของทางราชการ ขั้นตอนต่อไปในวันที่ 9 เม.ย. เวลา 09.30 น.คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) จะมีการประชุม ตนในฐานะเลขานุการคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะเสนอเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่ามีความเห็น อย่างไรแล้วจะนำเสนอนายกรัฐมนตรีทราบต่อไป จากนั้นจะมีการแถลงข่าวให้สื่อมวลชนทราบ
นายสราวุธ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี อยากจะให้มีการประชุม 3 ฝ่ายในวันที่ 9 เม.ย.นี้ ยังไม่มีการแจ้งหนังสือมาถึงสำนักงานศาลยุติธรรมแต่อย่างใด ส่วนหากมีการประชุมร่วมก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร เพียงแต่ว่าตนต้องดำเนินการตามขั้นตอนคือ ตามมติของก.บ.ศ. โดยยังไม่อาจให้ความเห็นส่วนตัวได้ ว่า จะมีการยุติการก่อสร้างหรือไม่ หรือการจัดการในบริเวณก่อสร้างดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้การก่อสร้างยังคงดำเนินการต่อไป โดยต้องรอการประชุมของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมก่อน ในฐานะที่อยู่ในภายใต้สัญญาก็จะต้องปฏิบัติตามสัญญา และข้อกฎหมายเพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะมีการดำเนินคดีฟ้องร้องได้
ทั้งนี้ การแถลงข่าวในวันนี้ก็เพื่อที่ต้องการให้ทราบถึงจุดยืนว่าสำนักงานศาลยุติธรรมพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายและข้อเสนอแนะของทุกฝ่ายที่เป็นประโยชน์ของส่วนรวม
เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวต่อว่า เหตุที่เลือกทำเลดังกล่าวเป็นการก่อสร้างเนื่องจาก พื้นที่ในการก่อสร้างของทางราชการมีน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงจำเป็นต้องหาจากที่ของราชพัสดุว่าตรงไหนที่อนุญาตให้ใช้ได้ โดยทำตามขั้นตอนทุกอย่าง เข้าใจว่าเหตุที่เลือกพื้นที่ดังกล่าวเพราะอยู่ใกล้ที่ทำการของสำนักงานศาล และเพื่อลดเวลาการเดินทางและเพื่อทำงานให้มีประสิทธิภาพ
นายสุริยันห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรมกล่าวว่า สำหรับโครงการดังกล่าวมีบ้านพักของผู้พิพากษาอยู่ 38 หลัง อาคารชุดของธุรการ 16 หน่วย และอาคารชุดจำนวน 36 หน่วยอีก 1 หลัง โดยมีทั้งหมด 3 สัญญาภายในบริเวณเดียวกัน อาคารที่ส่งมอบไปแล้วคืออาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5







