
กระสุนด้านที่รัสเซีย
สหรัฐสถาปนาตัวเองเป็นผู้กำหนดชะตาโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงมาอย่างเนิ่นนาน
โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย
สหรัฐสถาปนาตัวเองเป็นผู้กำหนดชะตาโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงมาอย่างเนิ่นนาน ล่าสุดที่ทำให้โลกหันมามอง ก็คือ การประกาศเล่นงานจีนด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า อันเนื่องมาจากการแข่งขันที่สู้จีนไม่ได้
ก่อนหน้านี้เมื่อ 30 ปีก่อน สหรัฐเคยเล่นงานญี่ปุ่นจนพังพาบมาแล้ว แต่กับจีนคงจะยาก โดยมีตัวอย่างจากการเล่นงานรัสเซียให้เห็น
เมื่อปี 2557 สหรัฐเป็นแกนนำดึงชาติตะวันตกคว่ำบาตรเศรษฐกิจของรัสเซีย จากปัญหายูเครน โดยมุ่งเน้นไปที่ระบบการเงิน พลังงาน การค้า
แต่ทว่าถึงนาทีนี้ก็พิสูจน์แล้วว่า มาตรการคว่ำบาตรทำให้รัสเซียแข็งแรง และปรับตัวขึ้นมา
เริ่มจากด้านพลังงาน ที่รัสเซียเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ทั้งด้านการผลิตและการส่งออก
เดิมทีตลาดหลักรัสเซีย คือ การส่งออกไปสหภาพยุโรป (อียู) แต่เมื่อโดนคว่ำบาตร รัสเซียหันไปให้ความสำคัญกับตลาดเอเชีย โดยเฉพาะจีนมากยิ่งขึ้น
รัสเซียใช้กลไกของตัวเอง อาทิ รอสเนฟท์ (Rosneft) ที่เป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติ ขยายและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตน้ำมัน ก๊าซของตัวเอง รวมถึงการออกไปลงทุนในภูมิภาคต่างๆ ทั้งอินเดีย อียิปต์ เยอรมนี และจีน
นอกจากนั้น รัสเซียยังกำหนดนโยบายกระตุ้นการผลิตน้ำมันก๊าซในประเทศ โดยใช้กลไกทางภาษีในการสนับสนุน ให้ต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด
อาทิ มีการผลักดันกฎหมายที่ลดรายได้นำส่งรัฐของบริษัทที่ผลิตน้ำมัน เมื่อมีการผลิตน้ำมันมากถึงระดับที่กำหนดเอาไว้ เพื่อให้มีการผลิตมากขึ้น ด้วยต้นทุนที่ต่ำ เพื่อสร้างแรงส่งให้ธุรกิจพลังงานเติบโตเป็นหลักของประเทศ
ขณะเดียวกันยังขยายโอกาสการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมที่มีมากกว่า 2,000 แหล่ง โดยเน้นไปยังพื้นที่ซึ่งยังไม่เคยมีการพัฒนา ด้วยการใช้สิทธิทางภาษีจูงใจ
รัสเซียยังสนับสนุนการค้นคว้าพัฒนาเทคโนโลยีระดับสูงในการ
ขุดเจาะก๊าซ น้ำมัน เป็นของตัวเอง ไม่ต้องพึ่งต่างชาติ
ในอนาคตรัสเซียยังวางแผนในการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สำหรับการวางแผนการผลิตปิโตรเลียม ให้มีต้นทุนต่ำ มีประสิทธิภาพ ตรงความต้องการมากที่สุด
ขณะเดียวกันในภาคการเกษตรที่เดิมรัสเซียผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยต้องพึ่งพาการนำเข้าจากอียู แต่ทว่าภายหลังการคว่ำบาตรรัสเซียปฏิรูปภาคการเกษตรขนานใหญ่
ในปี 2560 ที่ผ่านมา ผลผลิตการเกษตรของรัสเซียเพิ่มขึ้นถึง 130 ล้านตัน ทำลายสถิติมากสุดในช่วง 4 ทศวรรษ
รายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรของรัสเซียแซงหน้ารายได้จากการค้าอาวุธ สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำมัน โดยเฉพาะการขึ้นแท่นเป็นผู้นำการส่งออกข้าวสาลีของโลก
ทั้งหมดถือเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ทั้งในภาคพลังงาน และการเกษตร ภายหลังการโดนมาตรการคว่ำบาตร
กรณีรัสเซียจึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงภาวะกระสุนด้านของสหรัฐ โดยมาตรการต่างๆ ที่อเมริกาบีบคั้นไม่ได้ส่งผลร้ายแรงอย่างที่คิด
เป็นอีกตัวอย่างที่น่าศึกษาในการปฏิรูปประเทศจริงๆ







