
รับผิดชอบชีวิตสัตว์เลี้ยง
จากสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าระบาดในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือน ม.ค.2561 จนถึงปัจจุบัน กรุงเทพมหานคร (กทม.)
โดย...แสงตะเกียง
จากสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าระบาดในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือน ม.ค.2561 จนถึงปัจจุบัน กรุงเทพมหานคร (กทม.) พบสัตว์ที่ติดเชื้อพิษสุนัขบ้าจำนวนทั้งสิ้น 6 ตัว ในพื้นที่เขตดอนเมือง บางเขน บางซื่อ และเขตจตุจักรแต่ยังไม่พบการติดเชื้อในคนและยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวจึงยังคงต้องเดินหน้ารณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงพิษภัยของโรคพิษสุนัขบ้าที่สามารถแพร่เชื้อมาสู่คนต่อไป
ทั้งนี้ กทม.ใช้มาตรการแก้ไขปัญหาด้วยการเร่งฉีดวัคซีนให้กับสุนัขและแมวจรจัด ซึ่งมีโอกาสจะติดเชื้อสูงและให้ความรู้คำแนะนำเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงอย่างปลอดภัย วิธีการสังเกตอาการสัตว์ที่สงสัยว่าจะติดเชื้อ วิธีปฏิบัติเมื่อพบว่าสัตว์เลี้ยงติดเชื้อพิษสุนัขบ้า
นอกจากนั้นยังให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า บริการทำหมัน และฝังไมโครชิปบัตรประจำตัวสัตว์เลี้ยงอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อบันทึกทะเบียนประวัติและควบคุมจำนวนประชากรสุนัขและแมวเพื่อช่วยลดอัตราการเพิ่มขึ้นของสัตว์จรจัด
แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือสัตว์จรจัดเฉพาะในพื้นที่ กทม. มีการนับจำนวนได้ประมาณ 1 แสนตัว ต้องมีการเฝ้าระวังดูแล แม้ว่า กทม.จะมีสถานที่พักพิงสุนัขจรจัดที่เขตประเวศ มีสุนัขจรจัดจำนวน 1,000 ตัว แต่สามารถรองรับสุนัขจรจัดได้รวม 2,000 ตัว และสถานพักพิงสุนัขจรจัดเขตทัพทัน จ.อุทัยธานี มีสุนัขจรจัดจำนวน 6,000 ตัว แต่สามารถรองรับสุนัขจรจัดได้รวม 8,000 ตัว ซึ่งสุนัขจรจัดที่ กทม.จับได้จากพื้นที่ต่างๆ จะรับมาพักพิง เลี้ยงดูในสถานที่จัดเตรียมไว้จนกว่าจะหมดอายุขัย
เรื่องนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่าจะไม่จับสุนัขจรจัดไปฆ่า หรือจับด้วยวิธีทารุณโหดร้ายอย่างที่มีคนบางกลุ่มเข้าใจ แต่จะดำเนินการด้วยวิธีการที่ถูกต้อง และเมื่อจับมาแล้วจะส่งไปดูแลสุขภาพ ทำหมันและเลี้ยงดู ส่วนกรณีที่มีบางกลุ่มรณรงค์ให้ฆ่าสุนัขจรจัดนั้นไม่ใช่แนวทางของ กทม. เพราะสัตว์ทุกชนิดมีชีวิตจิตใจ มีค่าด้วยกันทั้งสิ้น แม้เป็นสุนัขจรจัดแต่ไม่มีความจำเป็นต้องไปทำลายชีวิต อีกทั้งประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นการกระทำที่ผิดศีล
ถือเป็นคำยืนยันชัดเจนของผู้ว่าฯ กทม.ในการจัดการกับปัญหาสุนัขจรจัดอย่างไร ทว่าปฏิเสธไม่ได้ถึงสถานการณ์ที่ผ่านมาสุนัขจรจัดถูกมองว่าเป็นปัญหาสังคมที่สร้างผลกระทบ เช่น เห่าหอนเสียงดัง วิ่งตัดหน้ารถยนต์จนเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่อยครั้ง ขับถ่ายไม่เป็นที่เป็นทางส่งกลิ่นเหม็น คุ้ยขยะสกปรกเกลื่อนถนน ที่สำคัญยังเป็นพาหะทำให้เกิดโรคระบาด
กระนั้นจุดเริ่มต้นของปัญหาที่ กทม.ควรให้ความสนใจคือ สุนัขจรจัดส่วนใหญ่เคยเป็นสัตว์เลี้ยงมาก่อน แต่เจ้าของเลี้ยงแบบปล่อยปละละเลยให้ออกไปนอกบ้านแล้วผสมพันธุ์กับสุนัขจรจัดตัวอื่นจนออกลูก รวมทั้งฟาร์มเพาะเลี้ยงไม่มีจรรยาบรรณที่เพาะสุนัขมาขายตามตลาดนัด ราคาถูกแต่มักมีปัญหาเรื่องสุขภาพ มีอาการเจ็บป่วยบ่อยทำให้เจ้าของจ่ายค่าเลี้ยงดูไม่ไหว จะส่งคืนก็ไม่ได้เป็นที่มาของการนำสุนัขไปทิ้งตามสถานที่ต่างๆ ปัญหาเหล่านี้กทม. ควรเข้าไปจัดระเบียบฟาร์มเพาะเลี้ยงให้มีมาตรฐานต่อไปด้วย
ฉะนั้น การบังคับใช้กฎหมายจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะแก้ปัญหาสุนัขจรจัดและโรคพิษสุนัขบ้าได้อย่างเด็ดขาด กทม.จึงควรบังคับใช้กฎหมายข้อบัญญัติเรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข พ.ศ. 2548 ให้จริงจังมากกว่านี้ พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชน หากพบการปล่อยปละละเลยหรือทารุณกรรมสัตว์ สามารถแจ้งเรื่องไปที่สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร หรือโทรสายด่วน 1555 ได้ทันที แต่อย่านำสัตว์เลี้ยงไปทิ้งเพราะเขาก็มีหัวใจ แม้จะนำเขาไปปล่อยวัดก็เท่ากับทำบาปต่อชีวิตผู้อื่นอย่างใหญ่หลวงเช่นกัน







