
อย่าทำกองทุนคลุ้มคลั่ง
เป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่บ้านเรามักอยากจะเป็นหนูลองยา
โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่บ้านเรามักอยากจะเป็นหนูลองยา
อย่างล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เสนอให้นำทุนสำรองระหว่างประเทศออกมาลงทุน เพื่อแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง และหวังจะได้ดอกผลไปใช้จ่ายรองรับสังคมผู้สูงอายุ
ฟังจากข้อเสนอแปลความได้ว่า จะนำเงินทุนสำรองมาตั้ง กองทุนความมั่งคั่ง หรือ Sovereign Wealth Fund เอาไปลงทุน
ความจริงความคิดในการนำทุนสำรองมาตั้งกองทุนความมั่งคั่งไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรก ในอดีตรัฐบาลเพื่อไทยก็เคยมีแรงผลักดันในลักษณะเช่นนี้
แต่สุดท้ายก็ต้องพับไป ด้วยเหตุที่ถูกแรงคัดค้าน
สาเหตุสำคัญก็คือความไม่พร้อม และความเสี่ยงที่จะตามมา
กองทุนความมั่งคั่ง ก็อาจกลายเป็นกองทุนความคลุ้มคลั่งโดยไม่รู้ตัว
ประเด็นสำคัญก็คือเมื่อมีการนำทุนสำรองตั้งเป็นกองทุนความมั่งคั่ง ฝ่ายการเมืองจะสามารถใช้เงินนั้นลงทุนต่อไปได้อย่างอิสระ
จะลงทุนในหรือนอกประเทศก็ได้ และจะลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินประเภทอะไรก็ได้
ทั้งหมดทำโดยใช้ทฤษฎี หรือข้ออ้างที่ว่า การเอาทุนสำรองไปลงทุน เพื่อเปิดโอกาสให้ทำกำไรได้มากกว่าการปล่อยให้กอดเงินเอาไว้เฉยๆ และรวมถึงแก้ปัญหาเงินบาทแข็งเกินไป
แต่สิ่งที่ไม่พูดหรือละเลยไปก็คือการที่ทุนสำรองของไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่มาจากเงินทุนต่างประเทศไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามานี้ เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท และมีความไม่แน่นอนว่าจะคงอยู่ หรือไหลออกไป
เท่ากับว่าเงินทุนสำรอง เป็นหนี้ที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาแน่ชัดจะต้องคืนเมื่อไร วันดีคืนดีถ้าเงินทุนไหลออกไป ก็จะเกิดสภาพการขายเงินบาท แลกเป็นดอลลาร์สหรัฐและขนออกไป ทุนสำรองก็จะลดลงโดยปริยาย
ปัญหาอย่างใหญ่หลวงตามมา ถ้าทะเล่อทะล่านำเงินทุนสำรองไปใช้
ขณะเดียวกัน หากตั้งกองทุนความมั่งคั่ง ก็ต้องเชื่อมั่นได้ว่าจะต้องมีระบบในการป้องกัน บังคับให้กองทุนดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ได้มาตรฐาน
และที่สำคัญประชาชนเจ้าของเงินต้องเข้าใจในระบบกองทุนความมั่งคั่ง ต้องช่วยกันตรวจสอบ ติดตามกันได้ ไม่ใช่จะสนใจติดตามเฉพาะออเจ้า ในจอทีวีเท่านั้น
หากกลไกต่างๆ ไม่พร้อม การตั้งกองทุนความมั่งคั่ง ก็รังแต่จะเป็นการนำทุนสำรองไปใช้ โดยผ่านกองทุนความมั่งคั่ง ส่วนจะไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม หรือพวกพ้อง ก็สุดแต่บุญ แต่กรรม
ตัวอย่างชัดตาจากกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจมาเลเซียระยะยาว หรือวันเอ็มดีบี ที่พบการทุจริตอย่างมหาศาลหลายพันล้านดอลลาร์ โดยผ่านการเบิกถอน การลงทุนในคนใกล้ตัว ธุรกิจเครือข่ายผู้มีอำนาจในมาเลเซีย
การตั้งกองทุนความมั่งคั่ง โดยเอาเงินทุนสำรองไปใช้ จึงไม่ใช่ทางที่ควรจะทำ
เฉพาะข่าวโกงที่เกิดขึ้นยามนี้ก็มากแล้ว
อย่าสร้างเงื่อนไขให้เกิดการโกงในอนาคตอีกเลย







