
ตร.แนะผู้เสียหายจากคดีโกงเงินคนจนทั่วประเทศเข้าแจ้งความ
รองผบ.ตร.แนะผู้ได้รับความเสียหายจากกรณีการทุจริตเงินคนยากไร้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง
รองผบ.ตร.แนะผู้ได้รับความเสียหายจากกรณีการทุจริตเงินคนยากไร้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ที่ จ.ขอนแก่น ว่า จากการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งล่าสุด ป.ป.ท.พบมูลความผิดในการทุจริตแล้วรวม 14 จังหวัด โดยเฉพาะที่ จ.ขอนแก่น และ จ.เชียงใหม่ จนทำให้มีการตรวจสอบการทุจริตเงินโครงการดังกล่าวทั่วประเทศนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจขอแนะนำให้ผู้ที่มีรายชื่อปรากฎตามเอกสารของศูนย์ฯได้ทำการตรวจสอบสิทธิ์และตรวจสอยรายชื่ออีกครั้งกับศูนย์ในพื้นที่ของตัวเองเพื่อยืนยันตัวบุคคลและที่สำคัญคือการร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงในการเอาคนผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
"เมื่อมีการตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าคนเองมีรายชื่อในการเบิก-จ่าย ทั้งที่ได้รับเงินหรือไม่ได้รับเงินหรือได้รับเงินไม่ตรงตามจำนวนที่ปรากฎในเอกสารของการเบิก-จ่าย ขอให้มาทำการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่อำเภอและตำบลของแต่ละคน เพื่อแสดงออกถึงความโปร่งใส และความถูกต้องในการบริหารจัดการงบประมาณตามโครงการดังกล่าวโดยเฉพาะที่ขอนแก่น ที่มีรายชื่อปรากฎในการเบิก-จ่ายตามงบประมาณประจำปี 2560 รวมกว่า 2,000 คน งบประมาณรวม 6,900,000 บาท ซึ่งบางพื้นที่ไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียวจึงขอให้ผู้ที่มีรายชื่อนั้นทำการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนำตัวคนผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมดทุกคน"พล.ต.อ.วิระชัยกล่าว
รอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า เมื่อได้รับการแจ้งความแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งจากพฤติกรรมที่ปรากฎนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องจะถูกดำเนินคดี 3 ข้อกล่าวหาหนักประกอบด้วย ม.157 เป็นเจ้าพนักงานปฎิบีติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี,ม.264 ปลอมแปลงเอกสารราชการ และ ม.352 ยักยอกทรัพย์ โดยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำดังกล่าวหากไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็จะถูกจัดให้เป็นผู้ร่วมให้การสนับสนุนซึ้งจะมีความผิดเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตามขณะนี้การสืบสวนสอบสวนในประเด็นดังกล่าว ป.ป.ท.มีความคืบหน้าอย่างมาก ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานในด้านต่างๆโดยเฉพาะการส่งพนักงานสอบสวนหรือชุดสืบสวนเข้าไปร่วมดำเนินงานทันทีที่ ป.ป.ท.ร้องขอ เพื่อที่จะทำการจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้หมดทุกคน







