
ผกก.สั่งภาคทัณฑ์ร้อยเวรไม่ตรวจสอบข้อหาเปรมชัยก่อนรับแจ้งความ
กาญจนบุรี-ผกก.สภ.ทองผาภูมิสั่งภาคทัณฑ์ร้อยเวรบกพร่องต่อหน้าที่ฐานไม่ตรวจสอบข้อกฎหมายให้แน่ชัดก่อนรับแจ้งความ"เปรมชัย"ในข้อหาทารุณกรรมสัตว์
กาญจนบุรี-ผกก.สภ.ทองผาภูมิสั่งภาคทัณฑ์ร้อยเวรบกพร่องต่อหน้าที่ฐานไม่ตรวจสอบข้อกฎหมายให้แน่ชัดก่อนรับแจ้งความ"เปรมชัย"ในข้อหาทารุณกรรมสัตว์
กรณีที่นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บมจ.อิตาเลียนไทย พร้อมพวก คือ นายยงค์ โดดเครือ , นางนที เรียมแสน และ นายธานี ทุมมาศ ถูกจับกุมในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พร้อมของกลาง ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง และอาวุธปืน ข้อหาลักลอบเข้าป่าล่าสัตว์ ก่อนประกันตัวออกมาด้วยวงเงิน คนละ 150,000 บาทนั้น
ต่อมาพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวนติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลี่ยนไทย จำกัด (มหาชน) กับพวก ร่วมกันลักลอบล่าสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก ว่า เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนไม่ได้ทำคดีล่าช้า เนื่องจากพนักงานสอบสวนมีเวลาสรุปสำนวนคดี 7 ผลัด และขณะนี้คดีมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 80 แล้วมีการสอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 30 ปาก โดยเป็นเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ พยานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ.61 พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตร ผกก.สภ.ทองผาภูมิ มีหนังสือคำสั่งสถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิที่ 37/2561 ลงวันที่ 28 ก.พ.61 เรื่องลงโทษภาคทัณฑ์ร้อยเวร โดยคำสั่งดังกล่าวระบุว่า “ตามที่นายณรงค์ชัย สังวรวงศา หัวหน้าด่านกักกันสัตว์กาญจนบุรี ได้มาแจ้งความร้องทุกข์เมื่อวันที่ 7 ก.พ.61 ให้ดำเนินคดี นายเปรมชัย กรรณสูต และพวก ในความผิดฐานกระทำการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร และได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามระเบียบแล้วนั้น
แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 61 นายณรงค์ชัยได้เดินทางมาพบ ร.ต.อ.สุมิตร บุญยะนิจ พนักงานสอบสวน พร้อมกับได้ให้ปากคำเพิ่มเติมว่า หลังจากได้มาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 61 ปรากฏว่าได้ไปตรวจสอบกับคำนิยามของคำว่าสัตว์ตามมาตรา 3 ให้หมายความรวมถึงสัตว์ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติตามที่รัฐมนตรีกำหนด และได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่ารัฐมนตรียังมิได้ประกาศกำหนดสัตว์ตามธรรมชาติว่าต้องเป็นสัตว์ชนิดใดจึงขอถอนคำร้องทุกข์ไปตามระเบียบนั้น
และด้วยเหตุนี้จึงถือว่าการกระทำของร.ต.อ. สุมิตร เป็นการบกพร่องต่อหน้าที่ เนื่องจากได้มีการรับคำร้องโดยไม่ตรวจสอบข้อกฎหมายให้แน่ชัดว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ ฉะนั้น อาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พุทธศักราช 2547 มาตรา 87 ประกอบกับกฎ ก.ตร. ว่าด้วยอำนาจการลงโทษข้าราชการตำรวจอัตราและการลงโทษภาคทัณฑ์ ทัณฑกรรม เกาะพยามกักขังหรือตัดเงินเดือนพุทธศักราช 2547 จึงให้ลงโทษภาคทัณฑ์ ร.ต.อ.สุมิตร บุญยะนิจ ซึ่งผู้ที่ถูกลงโทษตามคำสั่งนี้มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อผู้บังคับบัญชา หรือ ก.ตร. และหากประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรือคำวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครอง ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง หรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวระบุ"
มีรายงานว่า พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. รับทราบแล้ว







