posttoday
มาตรการแก้ไขเงินบาทแข็งยังไม่โดนใจเอกชน

มาตรการแก้ไขเงินบาทแข็งยังไม่โดนใจเอกชน

11 ตุลาคม 2553

เป็นเวลา 15 ปี ที่ประเทศไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาทแบบมีการบริหารจัดการ

เป็นเวลา 15 ปี ที่ประเทศไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาทแบบมีการบริหารจัดการ

โดย...ทีมข่าวการเงิน

เป็นเวลา 15 ปี ที่ประเทศไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาทแบบมีการบริหารจัดการ ซึ่งในขณะนั้นค่าเงินบาทใช้ระบบคงที่ผูกกับเงินเหรียญสหรัฐที่ 27 บาท

 

มาตรการแก้ไขเงินบาทแข็งยังไม่โดนใจเอกชน

แต่ต่างชาติมองว่าค่าเงินบาทแข็งค่าเกินจริง เพราะพื้นฐานประเทศไทยอ่อนแอ จึงแห่เข้ามาเก็งกำไรค่าเงินบาทจนรัฐบาลต้องเปลี่ยนนโยบายค่าเงิน และเงินบาทอ่อนค่าลงไปถึง 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

แต่ค่าเงินบาทก็กลับมาแข็งค่าใหม่ โดยเมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ค่าเงินบาททำสถิติแข็งค่าที่สุดในรอบ 13 ปี แข็งค่าต่ำที่สุดอยู่ที่ 29.85 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องเข้ามาแทรกแซงจนทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงมาปิดที่ 30.05 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

การแข็งค่าของเงินบาทอย่างไม่หยุดหย่อนนี้ แสดงให้เห็นว่ามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และผู้ส่งออก รวม 8 มาตรการ จากผลกระทบค่าเงินบาทแข็งค่า

มาตรการที่ 1 การลดค่าธรรมเนียมศุลกากรในการส่งออก และค่าล่วงเวลาหลังเวลาราชการ เพื่อช่วยลดต้นทุนให้ผู้ส่งออก โดยอาจดำเนินการในช่วง 36 เดือน เป็นมาตรการชั่วคราว

มาตรการที่ 2 จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ส่งออกขนาดกลางและขนาดย่อม เนื่องจากผู้ส่งออกรายย่อยได้รับผลกระทบมากสุดจากค่าเงินบาทแข็ง อาจจะตั้งเป็นกองทุนวงเงินประมาณ 5,000 ล้านบาท ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้รายย่อยในอัตราเอ็มแอลอาร์ลบ 3

มาตรการที่ 3 ต้องให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างแท้จริง และเข้าถึงการทำประกันความเสี่ยง เพราะที่ผ่านมาแม้จะมีมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน แต่ในทางปฏิบัติทางธนาคารไม่ยอมปล่อยกู้ให้ก็ไม่มีประโยชน์

มาตรการที่ 4 เสนอให้ ธปท.แทรกแซงค่าเงินไม่ให้ผันผวน ให้สอดคล้องกับค่าเงินในภูมิภาค และยืดระยะเวลาถือครองเงินเหรียญสหรัฐ

มาตรการที่ 5 ควบคุมการไหลเวียนระยะสั้นของเงินทุนต่างประเทศ

มาตรการที่ 6 อนุญาตให้ชำระค่าระวางเรือเป็นเงินสกุลต่างประเทศ

มาตรการที่ 7 ชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายที่ปัจจุบันอยู่ที่ 1.75% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ส่งผลให้มีเงินไหลเข้ามาเก็งกำไรในตลาดหุ้น ตลาดเงิน และตลาดพันธบัตร

และมาตรการที่ 8 ให้หน่วยงานรัฐให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมา ซึ่งผู้ส่งออกอยากเห็นภาพที่ชัดเจนว่าภาครัฐจะมีมาตรการอย่างไรเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อจะได้วางแผนทางธุรกิจได้ถูกต้อง

ใน 8 มาตรการนี้ได้เริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว แต่เหมือนนักเก็งกำไรจะไม่สนใจมาตรการที่รัฐบาลออกมา และดูเหมือนจะเป็นมาตรการที่ไม่สามารถจะหยุดนักเก็งกำไรได้

เรื่องการบริหารค่าเงินบาทนั้น ทางกระทรวงการคลังปล่อยให้ ธปท.ดำเนินการโดยอิสระ และมีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ดูแลอยู่แล้ว ดังนั้นการจะเข้าแทรกแซงแอบซื้อเงินเหรียญสหรัฐเก็บเพื่อให้เงินบาทอ่อนค่าลงมาบ้าง ธปท.ก็ทำเป็นช่วงๆ

แต่วิธีการนี้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ให้ความเห็นแล้วว่าเป็นวิธีที่ทำไม่ได้ตลอดไป เพราะเมื่อเศรษฐกิจโลกเป็นเช่นนี้ เกิดปัญหากันทุกประเทศ เราไปสู้ก็มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง ไม่มีทางที่จะสู้ได้ ดังนั้นควรจะหาวิธีการอื่นช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าจะดีกว่า

หากจะดูแนวทางการแก้ไขค่าเงินบาทแข็งค่านั้นมีทางออกไม่มากนัก หากทำรุนแรงอาจจะเกิดเงินไหลออก ทำเบาค่าเงินก็จะแข็งค่าต่อไป กระทรวงการคลังได้คิดที่จะเพิ่มต้นทุนให้นักเก็งกำไรด้วยการเก็บภาษีเงินไหลออก หากนำเข้ามาไม่ถึง 1 ปี จะเสียภาษีมาก แต่ในที่สุดก็ไม่ได้ทำเพราะค้านกับหลักการตลาดเสรี

ดังนั้น เอกชนจึงได้ทีขอให้รัฐบาลตั้งกองทุน 5,0001 หมื่นล้านบาท ให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากค่าเงินบาทแข็ง เนื่องจากใช้วัตถุดิบในประเทศผลิตเพื่อส่งออกเป็นหลัก

ข้อเสนอของเอสเอ็มอีมีอีกหลากหลาย อาทิ ขอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเฉลี่ย 2030 ล้านบาทต่อราย จะช่วยประคองให้กิจการอยู่รอดตลอดทั้งปี ในกรณีที่ไม่มีวิกฤตอื่นเข้าซ้ำเติมอีก

สำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ให้เอสเอ็มอีกู้เงินของกองทุน สสว. ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 1,900 ล้านบาท นำไปทำประกันความเสี่ยงการส่งออก ส่วนระยะยาวจะใช้นโยบายในการเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจเอสเอ็มอีให้สามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้ โดย สสว.จะใช้เงินกองทุนในการสนับสนุนมากขึ้น

แต่การขอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำไปใช้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านั้น กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ผู้ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ไปหารือกับผู้ว่าการ ธปท. หาทางแก้ไขค่าเงินบาทแข็งค่าไม่หยุด ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เอกชนขอ

“เอกชนและรัฐบาลต้องช่วยกันคิดว่าจะปรับตัวกับค่าเงินบาทที่ต้องแข็งขึ้นอย่างไร เพื่อรักษาความสามารถการแข่งขันให้ดีขึ้น การจะมานั่งหวังว่าจะให้ใครเสกค่าเงินบาทให้อ่อนลงไปเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นการกระทำที่สวนทางกับความเป็นจริง ธปท.ทำได้แค่ลดความผันผวนของค่าเงินให้น้อยลงเท่านั้น ไม่มีมาตรการใดลดการแข็งค่าของค่าเงินบาทได้” กรณ์ กล่าว

แถม รมว.คลัง ยังไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของภาคเอกชนที่ต้องการให้รัฐบาลตั้งกองทุนจำนวน 5,000 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับความผันผวนของค่าเงินบาท เพราะเห็นว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าเป็นปัจจัยหนึ่งในหลายๆ ปัจจัยที่เป็นปัญหาธุรกิจ หากเข้าไปช่วยชดเชยกำไรให้ผู้ประกอบการส่งออกได้กำไรเท่าเดิมด้วยการตั้งกองทุน ก็ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการประเภทอื่นที่ได้รับผลกระทบอื่นที่ไม่ใช่ค่าเงิน และการตั้งกองทุนก็ไม่รู้ว่าจะนำเงินจากที่ไหนมาใช้

นอกจากนี้ ในภาพรวมผู้ประกอบการส่งออกก็ยังมีกำไรอยู่ ขณะที่ผลกระทบภาพรวมต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจก็มีบ้างแล้ว ซึ่งทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และ ธปท.กำลังประเมินผลที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร

ดังนั้น มาตรการแก้ไขปัญหาเงินบาทแข็งค่าที่จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์นี้ ก็น่าจะไปในทิศทางของการแก้ไขปัญหาระยะยาว เช่น การใช้มาตรการภาษีจูงใจให้เอกชนเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิตใหม่ ซื้อเครื่องจักรใหม่เพื่อให้ต้นทุนต่อหน่วยสินค้าในระยะยาวต่ำลง

และจะใช้ธนาคารของรัฐอย่างธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) รวมถึงธนาคารออมสิน หามาตรการเข้าไปช่วยดูแลในส่วนนี้

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีนโยบายที่จะลดการพึ่งพาการส่งออก และกระตุ้นเศรษฐกิจจากภายในประเทศทดแทน ทำให้กำลังซื้อของประชาชนในประเทศสูงขึ้น ผู้ประกอบการมีกำไรสูงขึ้น ก็จะนำมาซึ่งการลงทุนในระยะยาวสูงขึ้น ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาประเทศไทยพึ่งพาการส่งออกไปที่กลุ่มยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น คิดเป็น 1 ใน 3 ของมูลค่าการส่งออกในแต่ละปี

ปัจจุบันภาพเริ่มเปลี่ยนไป ประเทศไทยได้ส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้น ซึ่งในกลุ่มนี้ไทยไม่ได้รับผลกระทบ เพราะอัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าเงินมีความเคลื่อนไหวที่เท่าเทียมกัน

ฉะนั้น เมื่อรัฐบาลเห็นไม่ตรงกับเอกชน เชื่อได้ว่ามติ ครม.ในการช่วยเหลือผู้ส่งออกและเอกชนในเรื่องค่าเงินบาทแข็ง จะไม่เป็นที่พอใจของเอกชนที่ต้องการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก่อน แต่รัฐบาลกลับจะใช้มาตรการแก้ไขปัญหาระยะยาว เมื่อตกลงกันไม่ได้ ในที่สุดแล้วก็จะต้องมีมาตรการชุดที่ 3 แก้ไขค่าเงินบาทแข็งค่าออกมาอีก เพราะเอกชนจะเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลไม่หยุดจนกว่าจะได้รับชัยชนะ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69