
ป.ป.ท.เขต8สอบเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้พบเงินส่วนต่างหายเกือบ5ล.
สุราษฎร์ธานี-ป.ป.ท.เขต8สุราษฎร์ธานีรุดสอบชาวบ้านปมทุจริตเงินสงเคราะห์เจอแบบเดียวกันรับเงิน2พันเขียนเบิกหลวง3พันส่วนต่างหายเกือบ5ล้านบาท
สุราษฎร์ธานี-ป.ป.ท.เขต8สุราษฎร์ธานีรุดสอบชาวบ้านปมทุจริตเงินสงเคราะห์เจอแบบเดียวกันรับเงิน2พันเขียนเบิกหลวง3พันส่วนต่างหายเกือบ5ล้านบาท
เมื่อวันที่ 20ก.พ.61 ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ชลคราม อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี นายอังกูร ปัญญาจิรภาส หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสำนักงานป้องกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)เขต 8 พร้อมเจ้าหน้าที่สอบสวน ป.ป.ท.เขต 8 เข้าสอบสวนปากคำชาวบ้านที่ปรากฏชื่อว่า เป็นผู้รับเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่พึ่งจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สุราษฎร์ธานี ในพื้นที่ ต.ชลคราม จำนวน 47 ราย และในพื้นที่ ต.ปากแพรก อีกกว่า 50 ราย เป็นการสอบปากคำเพื่อยืนยันความถูกต้องของพยานเอกสารตามการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.
นายอังกูร ปัญญาจิรภาส หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวน ป.ป.ท.เขต 8 กล่าวว่า การสอบสวนปากคำพยานกลุ่มแรกใน ต.ช้างซ้าย อ.กาญจนดิษฐ์ จำนวน 40 คน พบว่ามีการสวมชื่อใช้สิทธิ์ที่เจ้าตัวไม่ทราบเรื่องโดยไม่มีการลงลายมือชื่อจำนวน 4 คน ส่วนอีก 36 คนได้รับเงินคนละ 2,000 บาท แต่เป็นการลงลายมือชื่อในใบสำคัญรับเงินที่เป็นกระดาษเปล่ามีการระบุรับเงินไปจำนวน 3,000 บาท
"หลังจากนี้ชุดสืบสวน ป.ป.ท.เขต 8 จะสุ่มพื้นที่เข้าสอบสวนให้ครบทุกอำเภอ รวมถึงสุ่มตัวอย่างในจังหวัดอื่นของ ป.ป.ท.เขต 8 และจะสรุปสำนวนการสืบสวนหาข้อเท็จจริง เสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อดำเนินการขั้นตอนต่อไปในเดือน มี.ค.61นี้ "นายอังกูร กล่าว
ด้านน.ส.จิณห์ภิสา นิคมประศาสน์ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สุราษฎร์ธานี แจ้งว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ แต่ยังไม่สะดวกที่จะให้ข่าวกับสื่อมวลชน
ข่าวแจ้งว่า การสอบสวนปากคำพยานชาวบ้านของป.ป.ท.เขต 8 พบข้อมูลว่า ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สุราษฎร์ธานี ได้เบิกจ่ายงบประมาณสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง ประจำปีงบประมาณ 2560 ช่วงเดือนมีนาคม 60 จำนวน 10,530,000 บาท ซึ่งต้องมีผู้รับการสงเคราะห์ตามใบสำคัญจ่ายเงินคนละ 3,000 บาท จำนวนทั้งสิ้น 3,510 คน แต่จากการจ่ายเงินคนละ 2,000 บาทหรือเพียงร้อยละ 80 จะใช้เงินงบประมาณเพียง 5,616,000 บาท ดังนั้น มีเงินส่วนต่างจากการเบิกจ่าย4,914,000 บาท ที่ต้องสงสัยอาจจะเป็นการทุจริต ซึ่งชุดสืบสวน ปปท.ได้พบรายชื่อผู้เกี่ยวข้อง 5 ราย







