เปิด "5 โพลนิด้า" ความจริงเสียดแทงรัฐบาล
ผลโพลของนิด้าระยะหลัง โดยเฉพาะ 5 โพลหลังสุดเป็นความจริงที่รัฐบาลไม่อยากรับฟังเท่าไหรนัก
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
กลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่กำลังร้อนแรงในเวลานี้ ภายหลัง อ.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ผู้อำนวยการนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า) ลาออกจากตำแหน่ง เพราะมองว่าตัวเองถูกแทรกแซงทางวิชาการจากการทำผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อเรื่องการยืมนาฬิกาของผู้มีอำนาจในทางการเมือง
"การเซ็นเซอร์ตัวเอง ร้ายแรงกว่ารัฐบาลสั่ง ซึ่งเรื่องนี้ เป็นการสั่งยุตินำเสนอผลโพลจากอธิการบดี โดยไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ซึ่งไม่มีเสรีภาพทางวิชาการ จึงตัดสินใจลาออก" อ.อานนท์ ระบุถึงเหตุผลที่ตัดสินใจลาออก
ขณะที่ ทางผู้บริหารของนิด้าโดย ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีนิด้า ยืนยันว่าไม่ได้มีการแทรกแซงทางวิชาการ
"การสั่งระงับผลสำรวจดังกล่าวไม่ได้รับใบสั่งจากรัฐบาลและ คสช. แต่เป็นเพราะกรณีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หากเผยแพร่ผลสำรวจออกมา ก็จะเป็นการชี้นำสังคม ทั้งที่ยังไม่ได้มีการชี้มูลจาก ป.ป.ช.ว่ากรณีดังกล่าวมีความผิดหรือไม่" อธิการบดีนิด้า อธิบาย
อย่างไรก็ตาม เริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างว่าเหตุที่ผู้บริหารนิด้าโพลลาออก ส่วนหนึ่งมีเหตุผลมาจากผลโพลของนิด้าระยะหลัง โดยเฉพาะ5โพลหลังสุดเป็นความจริงที่รัฐบาลไม่อยากรับฟังเท่าไหรนัก
30 ต.ค.2560 เรื่อง "ประชาชนอยากเลือกตั้งแล้วหรือยัง"
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่าตอนนี้ประชาชนอยากเลือกตั้งแล้วหรือยัง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 68.19% ระบุว่า อยากเลือกตั้ง เพราะ อยากให้ประเทศชาติพัฒนา เศรษฐกิจจะได้ดีขึ้น อยากเห็นแนวทางการบริหารประเทศในรูปแบบใหม่ อยากให้ประชาคมโลกยอมรับประเทศไทย ต่างชาติจะได้เชื่อมั่นและกล้าเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และอยากให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ยึดอำนาจมานานแล้ว ควรคืนอำนาจให้กับประชาชน บ้านเมืองจะได้สงบ มีระเบียบมากขึ้น ขณะที่บางส่วน ไม่พอใจกับการทำงานของรัฐบาลอยากให้เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้
12 พ.ย.2560 เรื่อง "การปรับครม.ประยุทธ์5"
ประชาชนส่วนใหญ่ 68.11% เห็นด้วยกับการปรับคณะรัฐมนตรี เพราะครม.ชุดปัจจุบันยังทำงานแก้ไขปัญหาได้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ประชาชนอยากเห็นคนใหม่ๆที่เหมาะสมกับตำแหน่งเข้ามาทำงาน มีวิสัยทัศน์หรือนโยบายใหม่ ๆ มาใช้ในการบริหารประเทศ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ประชาชนส่วนใหญ่ 77.60% ระบุว่า เห็นด้วย เพราะ แต่ละพรรคการเมืองจะได้มีการเตรียมตัว เตรียมนโยบายของพรรค เพื่อใช้ในการหาเสียง เป็นแรงกระตุ้นในการระดมความคิดของนักการเมือง เกิดความเป็นธรรม และความเป็นอิสระต่อพรรคการเมือง ขณะที่บางส่วนระบุว่า อยากให้มีการเลือกตั้ง เพื่อที่จะทำให้บ้านเมือง เศรษฐกิจดีขึ้น และเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศว่ารัฐบาลไทยมาจากการเลือกตั้ง
รองลงมา 17.60% ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ ตอนนี้สถานการณ์บ้านเมืองยังไม่ปกติ ยังไม่สงบเรียบร้อยดี อาจทำให้เกิดความวุ่นวาย ไม่มั่นใจพรรคการเมือง มีแต่นักการเมืองหน้าเดิม ๆ ขณะที่บางส่วนระบุว่า รอให้ทุกอย่างลงตัวกว่านี้ บ้านเมืองสงบดีอยู่แล้ว และ 4.80% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
17ธ.ค.2560 เรื่อง “ผลงานที่ประทับใจและไม่ประทับใจ ในรอบปีที่ผ่านมาของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”
ความประทับใจในการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ ในรอบปีที่ผ่านมา พบว่า ประชาชน 23.68% ระบุว่า ประทับใจมาก 34.56% ระบุว่า ค่อนข้างประทับใจ 21.60% ระบุว่า ยังไม่ค่อยประทับใจ 19.68 % ระบุว่า ไม่ประทับใจเลย และ 0.48% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
สำหรับผลงานที่ไม่ประทับใจ3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 58.16% ระบุว่า การแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ ปัญหาปากท้องของประชาชน อันดับ 2 47.76% ระบุว่าเป็น การปฏิรูปการเมืองและการเลือกตั้ง และอันดับ 3 47.28% ระบุว่าเป็น การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
เมื่อถามถึงความคิดเห็นว่ามีความไม่ปกติ/ไม่โปร่งใสในรัฐบาล/คสช. หรือไม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 76.32% ระบุว่า มีความไม่ปกติ/ไม่โปร่งใส รองลงมา 16.64% ระบุว่า มีความปกติ/โปร่งใส และ 7.04 % ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
ประชาชนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับว่าการแทรกแซงการทำงานของ ป.ป.ช. จากรัฐบาล/คสช. พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 61.04 % ระบุว่า มีการแทรกแซงการทำงานของ ป.ป.ช. จากรัฐบาล/คสช. รองลงมา 28.72 % ระบุว่า ไม่มีการแทรกแซงการทำงานของ ป.ป.ช. จากรัฐบาล/คสช. และ 10.24 % ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ


