
แคมรี่ซิ่งหนีตำรวจแต่ไปไม่รอด คนขับทิ้งรถหนีพบยาเสพติด-ปืนเพียบ
เก๋งแคมรี่เจอด่านตำรวจรีบซิ่งหนี แต่ไปไม่พ้น คนขับเห็นจวนตัวทิ้งรถ-กระเป๋าหนี ตรวจพบยาเสพติด-อาวุธปืนหลายรายการ
เมื่อวันที่ 23 ม.ค. พ.ต.ต.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สว.ส.ทล.4 กก.7 บก.ทล.นครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.ไตรรง แจ้วเสียง รอง สว.ส.ทล.4 กก.7 นำเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงนครศรีธรรมราช ตั้งด่านตรวจกวดขันวินัยอาญาจราจร ตรวจสอบการกระทำความผิดบนท้องถนนทางหลวงเอเชีย หมายเลข 41 ระหว่าง กม.ที่ 320-321 ต.ทุ่งโพธิ์ อ.จุฬาภรณ์ ปรากฏว่าได้มีรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้า แต่มีทะเบียนด้านหลัง คือ ศอ-7734 กทม.ขับเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดจึงมีการวิทยุสั่งการเพื่อสกัดจับ
ภายในรถมีชายฉกรรจ์ 1 คน เป็นผู้ขับขี่ และมีผู้หญิง 1 คนนั่งโดยสารมาด้วยกัน ซึ่งพอเห็นด่านตรวจรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวก็ได้ขับรถย้อนศรหลบหนีทันที แล้วไปจอดซุ่มอยู่ในป่าละเมาะริมถนน พอเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจก็ได้ถอยรถขับหนีอีกครั้งแต่เมื่อเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงติดตามมาอย่างกระชั้นชิดก็ได้จอดรถริมถนนแล้วผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 ชายหญิงก็ได้เปิดรถประตูรถถือกระเป๋าสะพายแบบเป้วิ่งหลบหนีเข้าป่าละเมาะ ก่อนจะทิ้งกระเป๋าลงในคูน้ำแล้ววิ่งต่อไปและสามารถหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด ขณะตำรวจได้พยายามค้นหาแต่ไร้ร่องรอย
เจ้าหน้าที่จากนั้นจึงตรวจค้นกระเป๋าพบสิ่งผิดกฎหมายจำนวนมาก เป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนหลายรายการ ยาบ้า 1,052 เม็ด ยาไอซ์ หนัก 480 กรัม อุปกรณ์เสพยา ลูกระเบิดชนิด เอ็ม 67 อีก 1 ลูก และเงินสด 60,000 บาท จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
พ.ต.ต.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สว.ส.ทล.4 กก.7 บก.ทล.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยทั้งชายหญิงทั้ง 2 น่าจะขนยาเสพติดไปส่งลูกค้า แต่พอเจอด่านตรวจก็แสดงท่าทางมีพิรุธและได้พยายามหลบหนี แต่เมื่อจวนตัวจึงได้ทิ้งของกลางทั้งหมดไว้แล้ววิ่งหนีเข้าป่าไป ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่ารกจึงทำให้ไม่สามารถติดตามตัวผู้ต้องสงสัยได้ทัน
อย่างไรก็ตามหลังตรวจยึดของกลางมาได้ก็ได้นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดรายนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไปแล้ว







