posttoday

2561 การเมืองร้อนแรง ได้เวลากาน้ำระเบิด

08 มกราคม 2561

การเมืองในปี 2561 ร้อนแรงมากขึ้น เมื่อคสช.จำเป็นต้องเริ่มหาที่ผ่องถ่ายอำนาจตัวเองที่จะหมดไปหลังการเลือกตั้ง

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

สถานการณ์การเมือง 2561 มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น สอดรับกับที่หลายฝ่ายออกมาคาดการณ์

เมื่อเส้นทางก่อนจะถึง “เลือกตั้ง” ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องร้อนที่สุ่มเสี่ยงและเปราะบางเขย่าเสถียรภาพรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ไล่มาตั้งแต่เรื่องกระบวนการเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้งที่ยังมีกระแสความไม่เชื่อมั่นว่าจะเกิดการเลือกตั้งตามโรดแมปที่วางไว้ อันจะเป็นแรงกดดันที่ย้อนกลับมาสร้างปัญหายัง คสช.

ตามปฏิทินการเมือง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. จะกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กลางเดือน ม.ค.นี้

ท่ามกลางกระแสจับตาว่าจะมีอุบัติเหตุหรือเกิดการคว่ำกฎหมายตามที่มีหลายฝ่ายออกมาดักคอหรือไม่

นอกจากเนื้อหาในร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎ กติกา ของการเลือกตั้ง สส. ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหลายแง่มุม จนอาจเป็นชนวนที่เกิดความเห็นที่แตกต่างและนำไปสู่การไม่ยอมรับ

ความพิเศษของกฎหมายทั้งสองฉบับนี้ อยู่ตรงที่เป็นเงื่อนไขซึ่งจะนำไปสู่การเริ่มต้นนับหนึ่งของการเลือกตั้ง ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องมีการเลือกตั้งภายใน 150 วัน นับจากกฎหมายประกาศใช้

กระแสดักคอเรื่อง “เลื่อนเลือกตั้ง” หวังยื้ออยู่ในอำนาจของ คสช. จึงกลับมาเป็นประเด็นต่อเนื่อง ในวันที่ท่าทีจากฝั่ง คสช.เอง ก็ยังสร้างเงื่อนไขเปิดช่องให้เลื่อนเลือกตั้ง ทั้งในกรณีหากเกิดความไม่สงบ หรือกฎหมายลูกไม่เสร็จ

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ถ้ากฎหมายลูก 2 ฉบับเสร็จ ก็จะมีการเลือกตั้งตามเดิมในเดือน พ.ย. 2561 ที่เคยประกาศไว้ แต่ถ้าไม่เสร็จก็ไม่ใช่เรื่องของตนเอง และก็ไม่ควรไปโทษ สนช.ว่าดึงเรื่อง ต้องไปดูว่า สนช.อภิปรายกันเรื่องอะไร บางเรื่องก็ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล

ในกรณีที่การเลือกตั้งต้องถูกเลื่อนออกไป ย่อมปลุกให้บรรยากาศการเมืองกลับมาร้อนแรง รวมทั้งแรงกดดันที่จะย้อนกลับไปยัง คสช.รุนแรงประเด็นต่อเนื่องคือเงื่อนไขเรื่องคำสั่ง คสช.ในอดีตที่ล็อกไม่ให้พรรคการเมืองเคลื่อนไหวหรือดำเนินกิจกรรม และลากยาวมาจนถึงปัจจุบันซึ่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้

หลังจากที่ คสช.ปลดล็อกคำสั่งดังกล่าวย่อมทำให้พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง ตลอดจน ประชาชนคนทั่วไป ออกมาแสดงความคิดความเห็น และทำกิจกรรมเคลื่อนไหวได้อย่างเต็มที่

แรงกดดันที่เคยอัดอั้นในอดีตก็จะทะลักล้นออกมาในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่จะประดังประเดไปยังรัฐบาล คสช. จากที่อัดอั้นสะสมจากอดีตที่ไม่อาจทำได้ ถึงขั้นคาดการณ์กันว่าจะเป็นปัจจัยที่เติมเชื้อความร้อนแรงให้การเมืองกลับดุเดือด 

ยิ่งในวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศตัวชัดว่าเป็นนักการเมือง พร้อมสัญญาณเปิดตัวสู่ “นายกรัฐมนตรีคนนอก” ที่จะยิ่งทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ กลายเป็นเป้าที่จะถูกรุมถล่มจากทุกฝ่าย

ถัดมาที่อีกด้านหนึ่งบรรดากฎหมายปฏิรูปที่จะเกิดขึ้นตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการปฏิรูป กระบวนการยุติธรรมและตำรวจ ที่มีเงื่อนไข “เส้นตาย” ต้องทำให้เสร็จภายใน 1 ปี นับจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้

การปฏิรูปตำรวจที่จะเกิดขึ้นย่อมนำไปสู่การปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ตลอดจนกลไก อำนาจ อันอาจนำไปสู่การไม่ยอมรับและต่อต้านจากข้าราชการตำรวจในอนาคต ถึงขั้นบานปลายกลายเป็นแรงกระเพื่อมเขย่าเสถียรภาพภายใน คสช.หากตั้งรับไม่ดี

ถัดมาที่การเลือกตั้งท้องถิ่นที่หากไม่มีอะไรผิดพลาดน่าจะเกิดขึ้นได้ช่วงกลางปี ซึ่งจะเป็นการชิมลางและวัดกระแสก่อนการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศ

การเปิดให้มีการเลือกตั้งในช่วงที่บ้านเมืองอยู่ในสภาวะถูกควบคุมมายาวนาน จึงทำให้หลายฝ่ายห่วงกันว่า นี่อาจเป็นปัจจัยที่จะทำให้การเมืองร้อนแรงอีกครั้ง

วิเคราะห์แล้วเลือกตั้งท้องถิ่นย่อมเป็นสมรภูมิที่ดุเดือดไม่แพ้สนามการเมืองใหญ่

เมื่อทั้งนักการเมืองท้องถิ่น และพรรคการเมืองต่างๆ ย่อมหวังชิงความได้เปรียบจากในพื้นที่ ที่จะเป็นฐานเสียงเอื้ออำนวยความสะดวกให้การหาเสียงในการเลือกตั้งใหญ่ง่ายขึ้นสำหรับพรรคตัวเอง

ยังไม่รวมกับการหวังผลทางเรื่องจิตวิทยาที่จะมีผลไปถึงการเลือกตั้งในสนามใหญ่ โดยเฉพาะกับสนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่เสนอให้มีการเลือกตั้งพร้อมกันกับการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)   

การแข่งขันที่คาดว่าจะดุเดือดของ 2 พรรคใหญ่ที่จะต้องทุ่มสรรพกำลังเพื่อหวังชิงชัยในสมรภูมิสำคัญนี้ มีแต่จะทำให้การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เต็มไปด้วยความร้อนแรง ในสนามที่ถือเป็นเดิมพันสำคัญของพรรคใหญ่ที่ต้องการครองเก้าอี้ตัวนี้

ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ล้วนแต่จะทำให้การเมืองในปี 2561 ร้อนแรงมากขึ้น ในวันที่ คสช.จำเป็นต้องเริ่มหาที่ผ่องถ่ายอำนาจตัวเองที่จะหมดไปหลังการเลือกตั้ง

ในวันที่บรรดาอำนาจพิเศษ เครื่องไม้เครื่องมือที่เคยมีเคยใช้หายไป ย่อมทำให้การควบคุมดูแลสถานการณ์ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญเป็นไปด้วยความยากลำบากมากขึ้น 

ข่าวล่าสุด

ส่องโฉมใหม่ "สวนสาธารณะสาทร" คืบหน้า 93% พร้อมเปิด ก.พ. นี้