
ลาทีปีระกา ‘ไก่ถูกเชือด’ ปีหน้าดุเดือด ‘สุนัขใบ้’
โดย...ทวี สุรฤทธิกุลใครนะคือ "ไก่" ที่กำลังถูกเชือดดิ้นพรวดๆ
โดย...ทวี สุรฤทธิกุล
ใครนะคือ "ไก่" ที่กำลังถูกเชือดดิ้นพรวดๆ
สำหรับปีระกาที่กำลังจะผ่านไปมีบางคนเรียกว่า "ปีไก่ตาแตก" เพราะเป็นปีแห่งความงวยงงสงสัย ไม่มีอะไรชัดเจน หลักเกณฑ์ทางการเมืองดูมั่วไปหมด จนผู้คนถามกันขวักไขว่ว่า "จะเอายังไงฟะ"
ความไม่ชัดเจนอย่างแรกและเป็นสิ่งที่ทุกคนติดตามมาตั้งแต่ที่ คสช.เข้ายึดอำนาจ ตามที่ คสช.ประกาศไว้เป็นเพลงนั้นด้วย ก็คือ "เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน" เพราะมาถึงทุกวันนี้ทุกคนก็งงกันหมดแล้วว่า "อะไรคือสัญญา" ที่ คสช.ให้คำมั่นไว้กับประชาชน บางคนก็บอกว่าคือ "ความปรองดอง" เพราะก่อน ที่จะยึดอำนาจก็ไปขอร้องคู่ขัดแย้งถึงในห้องน้ำ ว่าตกลงกันให้ได้นะ พอคุยกันไม่รู้เรื่องก็ยึดอำนาจเลยทันที บางคนก็บอกว่าสัญญานั้นคือ "ปฏิรูปประเทศ" ซึ่งเวลาที่ผ่านมากว่าสามปีนี้ก็ไม่เห็น จะปฏิรูปอะไรได้ โดยเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจที่ยังคงอยู่ในระบบ "เพื่อนพ้องน้องพี่" ที่ไม่ทำให้มีอะไรดีขึ้น
แต่ที่ผู้คนหงุดหงิดมากก็คือ "ขอเวลาอีก ไม่นาน" ซึ่งบัดนี้เวลาก็ล่วงเลยมา 1,314 วัน (1 ปีมี 365 วัน วันที่ 22 พ.ค. 2557-21 พ.ค. 2560 เป็น 3 ปี คือ 1,095 วัน นับมาอีกถึง วันที่ 31 ธ.ค. 2560 เพิ่มเข้าไปอีก 219 วัน) กระทั่งต้องเปลี่ยนเพลงมาเป็นว่า "จะเป็นสะพานให้ก้าวข้ามไป" รวมถึงเพลง "คืนความสุขให้คนไทย" ที่มีเนื้อร้องที่ย้ำนักย้ำหนาว่า "รออีกได้ไหมๆ" ก็แสดงว่า คสช.เองก็รู้ว่าผู้คนเริ่มจะหมดความอดทนกับคำมั่นสัญญาของ คสช.ที่ให้ไว้นั้นมากขึ้นทุกวันๆ ขึ้นอยู่กับว่า คสช.จะทานความรู้สึกนี้ได้นานเพียงใด
ความไม่ชัดเจนประการต่อมา ก็คือ บรรดากฎหมายน้อยใหญ่ที่จะนำไปสู่การเมืองไทยใน ยุคต่อไป ตั้งแต่รัฐธรรมนูญลงมาถึงกฎหมาย ลูกต่างๆ โดยที่รัฐธรรมนูญก็มีการวางกลไกที่ สลับซับซ้อน ซึ่งอาจารย์มีชัย ฤชุพันธ์ุ เรียกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าคนใช้คือผู้รับผิดชอบตามส่วนต่างๆ ในรัฐธรรมนูญนั้นจะใช้เป็นหรือเปล่า แต่ที่สำคัญที่สุดและเป็นปัญหาที่สุดของการใช้กฎหมาย ก็คือ "จะกล้าใช้" หรือไม่
ส่วนบรรดากฎหมายลูกที่ทยอยออกมา อย่างช้าๆ ก็มีปัญหามากมายเช่นกัน อย่างเช่น พ.ร.ป.พรรคการเมืองที่ทำเสร็จมา 2-3 เดือนแล้ว ที่วางกลไกควบคุม "มัดตราสัง" การทำงานของพรรคการเมืองไว้อย่างแน่นหนา นัยว่า จะทำให้พรรคการเมืองเป็นพรรคที่ดี และ นักการเมืองที่เคยเลวมากๆ นั้นดีขึ้นได้ ก็ยังปลดล็อกแค่บางส่วน บ้างก็ว่าอาจจะมีการพันผ้าให้แน่นหนายิ่งขึ้นไปอีก ที่สุดพรรคการเมืองและนัการเมืองทั้งหลายก็อาจจะกลายเป็น "มัมมี่" คือถูกมัดแน่นจน "ตายซาก" ไปเลย
หรือ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส.ที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการของ สนช.ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ม.ค.ปีใหม่นี้ ก็กำลังมีปัญหาวุ่นวายเช่นกัน ในเรื่องที่ว่าจะทำให้การเลือกตั้งนั้นมีความบริสุทธิ์และเที่ยงธรรม โดยมีผู้คนทั้งในและนอกกรรมาธิการเสนอข้อปฏิบัติต่างๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งนั้นอย่างมากมาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการควบคุมและลงโทษ เหมือนว่าจะ "อุด" ช่องทางในการทุจริตการเลือกตั้งนั้นให้ได้ทุกเรื่อง ในขณะที่บางคนเสนอว่าน่าจะมีแนวคิดที่ส่งเสริมให้รางวัลเป็นมาตรการในเชิงบวกบ้าง แทนที่ที่จะคิดฆ่าฟันคนที่ไม่ไปเลือกตั้ง ก็มาส่งเสริมให้คนมาชื่นชมและอยากไปเลือกตั้ง ก็น่าจะแก้ปัญหาได้ดีกว่า
ความไม่ชัดเจนประการสุดท้าย ก็คือ "การสืบทอดอำนาจของ คสช." ที่บางคนก็บอกว่า น่าจะชัดเจนแล้วละว่า คสช.ต้องการที่จะอยู่อำนาจนี้ไปอีกนานๆ แต่ที่ยังไม่ชัดเจน ก็คือ "จะสืบทอดอย่างไร" ซึ่งท่านผู้รู้บอกว่า คสช.นั้นได้วางกลไกในการสืบทอดอำนาจไว้มากมาย ตั้งแต่การร่างรัฐธรรมนูญที่มีลักษณะ "ลึกลับซับซ้อน" วางหมากกลทางอำนาจนั้นไว้อย่างยอกย้อน ที่พอมองออกบ้าง ก็เช่น วุฒิสภาที่ คสช.สามารถควบคุมการแต่งตั้งได้เป็นส่วนใหญ่ หรือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่จะอยู่ควบคุมการวางนโยบายของประเทศไปอีก 5-20 ปี (เห็นไหมแม้แต่เวลาก็ไม่ชัดเจน) รวมถึง "นายกรัฐมนตรีคนนอก" ที่พอจะมองเห็นแล้วว่าเป็นใคร แต่ก็จะมีวิธีการเลือกที่ยอกย้อนเช่นกัน หรือในกฎหมายลูกต่างๆ ก็มีการวางกลไกควบคุมพรรคการเมืองและการเลือกตั้งไว้อย่างละเอียดยิบ ซึ่งก็คือ การใช้ "อำนาจรัฐ" เพื่อควบคุมคู่แข่งขันของ คสช.นั่นเอง
ปรากฏการณ์การเมืองไทยดังที่ปรากฏอยู่นี้ แสดงให้เห็นได้ว่า ใครคือผู้มี "มีดปังตอ" อยู่ในมือ ใครคือ "ไก่" ที่กำลังจะถูกเชือด ส่วนประชาชนคนไทยอย่างเราๆ นั้น ก็คือ "ลิง" ที่กำลังถูกบังคับให้ดูโชว์ "เชือดไก่ให้ลิงดู" ถ้าเราเป็นลิงที่มีชีวิตอยู่เพียงอาศัย "สัญชาตญาณ" คืออยู่อย่างสัตว์ทั่วๆ ไป ถ้าเป็นลิงก็จะ "กลัวเลือด" คือจะรู้สึกกลัวจนลนลานแตกตื่นและวิ่งหนีขึ้นต้นไม้ไป แต่ถ้าเราเป็นลิงที่มี "ปัญญา" อย่างมนุษย์ที่ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ เพราะมีปัญญา "คิดได้" นั้น ก็อาจจะมีวิธีสู้กับปัญหานั้นๆ ได้อย่างชาญฉลาด
อย่างไรก็ตาม ในตำรารัฐศาสตร์บอกว่า คนไทยเป็นพวก "อำนาจนิยม" คือนอกจาก ชื่นชอบและอยากมีอำนาจมากๆ แล้ว ก็ยังเกรงกลัวหรือยอมสยบต่ออำนาจนั้นมากๆ ด้วยเช่นกัน พอดีปีใหม่นี้เป็นปีจอหรือปีสุนัข บางคนจึงบอกว่าคนไทยอาจจะยอมรับในอำนาจของผู้มีอำนาจนั้นมากขึ้น เพราะสุนัขนั้นซื่อสัตย์ต่อนายของตน คงจะไม่มีใครคิดสู้หรือต่อต้านอำนาจของ คสช.อยู่ในสภาพที่เรียกว่า "สุนัขใบ้" ว่าอย่างนั้นเถอะ n







