posttoday
"ดุษฎี"ยันรื้อคดี"ครูจอมทรัพย์"ตามพยานหลักฐาน

"ดุษฎี"ยันรื้อคดี"ครูจอมทรัพย์"ตามพยานหลักฐาน

14 ธันวาคม 2560

ตำรวจเตรียมส่งคำถามให้ รองปลัด ยธ. แจงการทำคดีครูจอมทรัพย์ ยันไม่มีเกี๊ยเซี๊ยะกัน ช่วยครูจอมทรัพย์ตามสิทธิขอรื้อฟื้นคดีและเชื่อว่าไม่ได้เป็นคนทำผิดหลังเครื่องจับเท็จไม่แสดงผล

ตำรวจเตรียมส่งคำถามให้ รองปลัด ยธ. แจงการทำคดีครูจอมทรัพย์ ยันไม่มีเกี๊ยเซี๊ยะกัน ช่วยครูจอมทรัพย์ตามสิทธิขอรื้อฟื้นคดีและเชื่อว่าไม่ได้เป็นคนทำผิดหลังเครื่องจับเท็จไม่แสดงผล

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่กระทรวงยุติธรรม(ยธ.) พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เข้าสอบปากคำ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะพยาน และในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม ที่ช่วยเหลือเรื่องการรื้อฟื้นคดีของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือครูจอมทรัพย์ โดยใช้เวลาสอบปากคำนานประมาณ 1 ชั่วโมง

พ.ต.อ.ดุษฎี เปิดเผยว่า ไม่ขอพูดถึงรายละเอียดในการสอบปากคำ แต่ยืนยันว่าการรื้อฟื้นคดีของครูจอมทรัพย์เป็นการทำไปตามพยานหลักฐาน และสิทธิที่ครูจอมทรัพย์ได้รับมาตั้งแต่ปี 2557 โดยกระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ในการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน โดยยอมรับว่าได้รับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาว่านายสับ วาปี และนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง พยานของครูจอมทรัพย์รับสภาพว่ามีการว่าจ้างให้รับผิดแทน จึงได้นำพยานและครูจอมทรัพย์เข้าเครื่องจับเท็จ แต่เครื่องจับเท็จไม่สามารถจับเท็จครูจอมทรัพย์ได้ เพราะไม่มีความผิดปกติทางร่างกายไม่มีเหงื่อออก ดังนั้นจึงถือว่าครูจอมทรัพย์ยังมีสิทธิ์ในการรื้อฟื้นคดีอยู่ พร้อมยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นในการสร้างพยานหลักฐานเท็จของครูจอมทรัพย์ แล้วตนเองไม่ได้ติดต่อกับพยานโดยตรง เป็นเพียงผู้มอบนโยบายเท่านั้น จึงไม่ทราบรายละเอียดของคดี

"ทั้งนี้การสอบปากคำหลังจากนี้จะให้พนักงานสอบสวนส่งคำถามมาเพื่อตอบในแต่ละประเด็น ที่ผ่านมาเชื่อว่าครูจอมทรัพย์ไม่ใช่ผู้กระทำความผิด ทั้งนี้มั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอทั้งหมดที่ร่วมเข้าไปทำคดี ทางกระทรวงยุติธรรมและส่วนตัวไม่มีสิทธิไปโกรธใครกรณีที่นางจอมทรัพย์มาแจ้งข้อมูลเท็จ เพราะหน้าที่ของเราคือให้ความยุติธรรมกับประชาชนทุกคน ส่วนเรื่องปั้นหลักฐานเท็จจะเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ดำเนินการต่อไป" พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าว

รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ที่ผ่านมาเป็นทำสังคมร่วมกันระหว่างตำรวจและกระทรวงยุติธรรมไม่มีความขัดแย้งใดๆประสานงานกันมาตลอด ยืนยันการทำคดีช่วยเหลือในเรื่องการอำนวยความยุติธรรมเป็นหลัก โดยอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานแชะให้ความเป็นธรรมกับประชาชนมากที่สุด และน้อมรับคำตัดสินของศาลทุกอย่าง

ด้าน พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ เปิดเผยว่า ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้ ก่อนหน้านี้ได้รับการประสานจากพ.ต.อ.ดุษฎี ว่า พบพิรุธในคดีครูจอมทรัพย์ แต่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอยังไม่มีการแจ้งข้อหาเนื่องจากเรียกมาสอบปากคำในฐานะพยานเท่านั้น

พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ทราบว่าพยานรับสารภาพนั้น อาจเกี่ยวข้องจริง แต่ต้องดูที่เจตนา หากเป็นการกระทำที่อยู่ในอำนาจของเจ้าหน้าที่ และมีเจตนาเพื่ออำนวยความยุติธรรมเป็นหลัก ก็ไม่ถือว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการ ทั้งนี้หลังจากสอบปากคำเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 14 ราย ส่วนการสอบปากคำ พ.ต.อ.ดุษฎี นั้นเป็นพยานคนสุดท้าย โดยจะสอบถามในประเด็นว่ามีหน้าที่อะไรทำอะไรบ้าง โดยจะส่งเป็นประเด็นคำถามมาให้ทาง พ.ต.อ.ดุษฎี อีกครั้งในวันนี้ 14 ธ.ค.และที่ผ่านมาได้สอบปากคำไป 60 ปากจากนี้ต้องรวบรวมหลักฐานทั้งหมด

"ก็จะนำเสนอเข้าคณะกรรมการร่วมระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงยุติธรรม พิจารณาว่าจะแจ้งข้อหากับใครบ้าง โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้ โดยยืนยันจะไม่มีการช่วยเหลือหรือเข้าข้างผู้กระทำความผิด ดำเนินคดีตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงเป็นหลัก ถ้ามีขบวนการจ้างมารับผิดก็ไม่รอด ต่อไปใครที่มาร้องขอให้รื้อฟื้นคดีขอให้เป็นเรื่องจริงอย่าปั้นพยานหลักฐานเท็จ ยืนยันไม่มีเกี๊ยเซี๊ยะกันอย่างแน่นอนระหว่างตำรวจกับกระทรวงยุติธรรม" รองผบช.ภ.4 กล่าว

พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าวว่า การดำเนินในครั้งนี้เป็นผลการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจกับกระทรวงยุติธรรม ยืนยันไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกัน

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี