
รมต.ยุติธรรม ป้ายแดง เน้นปกป้องสถาบันกษัตริย์-ลั่นธัมมชโยเป็นคดีเร่งด่วน
พล.อ.อ.ประจิน มอบนโยบายกระทรวงยุติธรรมเน้นปกป้องสถาบันกษัตริย์ วางวาระเร่งด่วนลุยสะสางคดีเก่าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
พล.อ.อ.ประจิน มอบนโยบายกระทรวงยุติธรรมเน้นปกป้องสถาบันกษัตริย์ วางวาระเร่งด่วนลุยสะสางคดีเก่าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายให้กับข้าราชการกระทรวงยุติธรรม โดยมีนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และผู้บริหารระดับสูงร่วมประชุมรับมอบนโยบายแนวทางขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงยุติธรรม
พล.อ.อ.ประจิน เปิดเผยหลังการประชุมว่า การทำของกระทรวงฯ จะน้อมนำศาสตร์พระราชา มาเป็นแนวทางหลักในการกำหนดนโยบายของกระทรวงยุติธรรม เทิดทูนและธำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อพิทักษ์ปกป้อง คุ้มครอง และปราบปรามผู้ที่กระทำผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาใช้กับการพัฒนากระบวนการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดให้เกิดผลสำเร็จ
รองนายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะพัฒนากระบวนยุติธรรมลดความเลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียมในสังคม ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เน้นการทำงานเชิงรุก และการสร้างคนดี ทั้งนี้การทำงานยังคงยึดตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงขับเคลื่อนงานที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 6 ด้าน 1.การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 2.การสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขในสังคม เพื่อแก้ไขการกระทำความผิดซ้ำ 3.การอำนวยความยุติธรรมโดยการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”
4.การพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม โดยการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัย 5.การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมด้านความมั่นคง บูรณาการหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ ผู้มีอิทธิพล 6.การเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์
พล.อ.อ.ประจิน เผยว่า วาระเร่งด่วนคือการติดตามคดีสำคัญที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรม เช่น คดีการติดตามพระธัมมชโย คดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น คดีการทุจริตเงินกู้ธนาคารกรุงไทย คดีการเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหาร รวมถึงการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์ โดยจะเร่งรัดติดตามคดีสัปดาห์ละ 2 ครั้ง คือ ทุกวันอังคาร เวลา 15.00 น. และ วันศุกร์ เวลา 07.30 น. เพื่อให้คดีเสร็จสิ้นตามกรอบกำหนดเวลา
ส่วนการปฏิรูปกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นั้นอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล โดยยืนยันจำเป็นต้องมีหน่วยงานดังกล่าวอยู่ เพียงแต่ต้องปรับระบบงานไม่ให้ซับซ้อนกับการทำงานของหน่วยงานอื่นให้เหมาะสม นอกจากนี้จะพัฒนากระบวนยุติธรรมเพื่อลดความเลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียมในสังคมยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เน้นทำงานเชิงรุกและการสร้างคนดี







