
ม็อบบุกนิคมมาบตาพุดวันนี้
การเคลื่อนไหวต่อต้านประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง 11 กิจการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรง ของเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก
การเคลื่อนไหวต่อต้านประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง 11 กิจการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรง ของเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก
ที่นำโดยนายสุทธิ อัชฌาศัย เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 30 ก.ย. ที่บริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ห่างจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดประมาณ 3 กิโลเมตร แม้จะมีเครือข่ายต่างๆ เข้าร่วมไม่มากนัก รวมผู้ชุมนุมประมาณ 500 คน แต่แกนนำก็ยืนยันว่าจะทยอยเข้ามาสมทบเรื่อยๆ คาดว่าจะมีผู้ชุมนุมประมาณ 2,000 คน เบื้องต้นจะมีการชุมนุมต่อเนื่อง 3 วัน แต่ก็จะรอดูท่าทีของทางรัฐบาลด้วย
ในส่วนของการรักษาความปลอดภัย มีตำรวจและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือ อปพร. รวม 1,600 นาย คอยดูแลความเรียบร้อย โดยห้ามผู้ชุมนุมเข้าไปในศูนย์ราชการโดยเด็ดขาด ขณะเดียวกันก็มีกระเเสข่าวว่าจะมีการปลุกมวลชนขึ้นมาต่อต้านการชุมนุม ทำให้ต้องใช้ผ้าสีเขียวเป็นสัญลักษณ์ หากไม่มีจะไม่อนุญาตให้เข้ามายังสถานที่ชุมนุม
กิจกรรมการชุมนุมในวันแรกเป็นไปอย่างสงบ มีเพียงการเคลื่อนขบวนด้วยรถยนต์ประมาณ 30 คัน ไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง เพื่อทวงถามผลการตรวจสุขภาพประชาชนในพื้นที่ควบคุมมลพิษ เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน ขณะที่ผู้แทนสาธารณสุขจังหวัดชี้แจงว่า ได้งบประมาณมาเพียง 24.2 ล้านบาท ทำให้ตรวจได้เพียง 1 หมื่นคน จากประชาชนในพื้นที่ทั้งหมด ผู้ชุมนุมจึงยกขบวนกลับ โดยขับผ่านหน้านิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ได้เตรียมพร้อมตั้งจุดเฝ้าระวังร่วมกับตำรวจ 5 จุด คือ สำนักงานนิคมมาบตาพุด แยกทุ่งสะเดา แยกตัววาย ชุมชนหนองแฟบ และบริเวณหน้านิคมฯ อาร์ไอแอล รวมถึงพื้นที่เสี่ยงอื่น เช่น บริเวณนิคมฯ เหมราชตะวันออก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการ จะไม่ให้มีการรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม และจะไม่ให้มีผลกระทบต่อการผลิตและขนส่งวัตถุดิบ
สำหรับการเคลื่อนไหวในวันที่ 1 ต.ค. นายสุทธิประกาศว่า หลังเรือเรนโบว์วอริเออร์ของกลุ่มกรีนพีซเดินทางมาถึงในช่วงเช้า ก็จะเคลื่อนขบวนไปยังสำนักงาน กนอ. ภายในเขตนิคมอุตสาหกรรมเพื่อแสดงการคัดค้านในเชิงสัญลักษณ์ ประกาศจุดยืนให้ยกเลิกประกาศ 11 ประเภทกิจการรุนแรงของรัฐบาลแล้วจัดทำใหม่ตามมติคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ซึ่งกำหนดไว้ที่ 18 กิจการ
“นอกจากจะเจรจากับผู้บริหาร กนอ. เรื่องการกำหนดแนวกันชนระหว่างเขตอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัย ให้มีมาตรการควบคุมมลพิษตลอดจนการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงด้วย หลังจากนั้นจะกลับออกมาประเมินสถานการณ์อีกครั้งก่อนตัดสินใจเคลื่อนไหวใดๆ ต่อไป”
ด้านนายสยุมพร ลิ่มไทย ผวจ.ระยอง กล่าวว่า แม้เรือเรนโบว์วอริเออร์จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าให้เข้ามาในราชอาณาจักรอย่างถูกต้อง แต่ทางจังหวัดจะไม่อนุญาตให้นำเรือเข้าใกล้ฝั่งต่ำกว่า 3.5 ไมล์ทะเล ส่วนชาวต่างชาติที่มากับเรือลำดังกล่าวหากจะลงเรือมาทำกิจกรรมต้องได้รับการตรวจจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และห้ามเข้ามาทำผิดกฎหมายเด็ดขาด







