posttoday
วังวนทุจริตกรมศุลกากร

วังวนทุจริตกรมศุลกากร

30 กันยายน 2553

แม้ว่ากรมศุลกากรจะมีอายุก่อตั้งมาถึง 136 ปี แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงสำหรับหน่วยภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ก็คือพฤติกรรมทุจริตของเจ้าหน้าที่ยังติดอันดับต้นๆ ของประเทศ

แม้ว่ากรมศุลกากรจะมีอายุก่อตั้งมาถึง 136 ปี แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงสำหรับหน่วยภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ก็คือพฤติกรรมทุจริตของเจ้าหน้าที่ยังติดอันดับต้นๆ ของประเทศ

โดย...ทีมข่าวการเงิน

 

วังวนทุจริตกรมศุลกากร

แม้ว่ากรมศุลกากรจะมีอายุก่อตั้งมาถึง 136 ปี แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงสำหรับหน่วยภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ก็คือพฤติกรรมทุจริตของเจ้าหน้าที่ยังติดอันดับต้นๆ ของประเทศ

แม้มีความพยายามของกรมศุลกากรในการกวาดล้างทุจริตตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนไม่ได้ผล ขยะยังถูกซุกไว้ใต้พรม

เหมือนเป็นการสร้างภาพล้างทุจริตแค่ภาย นอก แต่ภายในองค์กรพบว่ากระบวนการเหล่านี้ยังงอกเงยและหนักหนาสาหัสขึ้นตลอดเวลา

เหตุผลหนึ่งที่ยืนยันได้ คือ การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุเมื่อต้นปีที่ผ่านมาว่า กรมศุลกากรยังเป็นหน่วยที่ถูกผู้ประกอบการนำเข้าส่งออกร้องเรียนอันดับหนึ่ง ถึงการใช้ดุลพินิจที่ส่อว่าไม่โปร่งใส จนทำให้ประเทศไทยถูกจัดอันดับเกือบรั้งท้ายเรื่องกฎระเบียบที่เอื้ออำนวยต่อการทำการค้า 125 ประเทศ โดยไทยถูกจัดอันดับ 124

นี่ไม่ใช่เป็นครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้กรมศุลกากรมักจะถูกจัดอันดับจากการสำรวจวิจัยของนักวิชาการเวทีต่างๆ ว่าทุจริตไม่เป็นสองรองใคร

ช่องทางการทุจริตของกรมศุลกากร มักเกิดจากการใช้อำนาจ ดุลพินิจ ทั้งในเรื่องประเมินพิกัดภาษีประเภทสินค้า และราคา ทำให้มีการส่งออกนำเข้า สิ่งของต้องห้ามสามารถเสียภาษีน้อยลง คนที่เสียหายคือรัฐและประเทศชาติ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการบางรายยังถูกลงโทษเพราะทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่รายหนึ่ง แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่อีกคนกลับบอกว่าผิด สุดท้ายก็จะจบลงด้วยการจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่ เพราะถูกกว่าเสียค่าปรับตามกฎหมาย

ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.กรมศุลกากร ลดอัตราโทษกรณีที่ผู้ประกอบการยื่นอุทธรณ์กับศาลเรื่องการเสียภาษีไม่ถูกต้อง จากต้องโดนปรับ 4 เท่าของราคาสินค้ารวมอากร เป็นเหลือ 0.54 เท่าของราคาสินค้ารวมอากร

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ที่เป็นผู้ผลักดันร่างแก้ไขกฎหมายนี้ ออกมาระบุว่า การแก้ไขจะช่วยลดการทุจริตของเจ้าหน้าที่ในการใช้ดุลพินิจที่ไม่ถูกต้องกับผู้ประกอบการ เพราะหากผู้ประกอบการที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด และถูกกรมศุลกากรปรับในอัตรา 2 เท่าของราคาสินค้ารวมอากร ไม่พอใจก็สามารถอุทธรณ์สู้กับศาลได้มากขึ้น

 

หากสู้ในศาลแล้วพิสูจน์ว่าไม่ผิด ก็ไม่ต้องเสียค่าปรับ หากถูกพิจารณาว่าผิด แต่พิสูจน์ได้ว่าไม่มีเจตนาโกง ก็เสียค่าปรับในอัตราที่ต่ำ 0.5 เท่าของราคาสินค้ารวมอากร หรือตามดุลพินิจของศาล จากเดิมต้องเสีย 4 เท่าของราคาสินค้ารวมอากร ทำให้ที่ผ่านมาผู้ประกอบการไม่อยากอุทธรณ์ เพราะหากแพ้จะต้องจ่ายค่าปรับอัตราที่สูง

วังวนทุจริตกรมศุลกากร

จากเดิมที่ต้องเสียค่าปรับให้กับกรมศุลกากร 2 เท่า ก็ยังถือว่ามากแล้ว ทำให้สุดท้ายผู้ประกอบการเลือกจ่ายใต้โต๊ะกับเจ้าหน้าที่ซึ่งมีต้นทุนต่ำที่สุด

นายประดิษฐ์ อ้างว่า การแก้ไขกฎหมายเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ประกอบการในการยื่นอุทธรณ์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ศาลมีอำนาจยืดหยุ่นกลั่นกรองเจตนาที่แท้จริงของผู้ประกอบการได้มากกว่าเดิมว่าจงใจหรือไม่จงใจ

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขดังกล่าวก็ดูเหมือนจะเป็นการ “เกาไม่ตรงที่คัน” เพราะว่าอำนาจของเจ้าหน้าที่ก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม ดังนั้นการลดการทุจริตก็ควรลดการใช้ดุลพินิจ และอำนาจในการเปรียบเทียบปรับที่มีอยู่ โดยให้เป็นอำนาจของศาล น่าจะทำให้การแก้ไขทุจริตได้ตรงจุดมากกว่า

นอกจากการใช้อำนาจเพื่อหาผลประโยชน์แล้ว การได้ผลประโยชน์จากกฎหมายที่รับรองเรื่องสินบนนำจับ ก็เป็นเนื้อร้ายใหญ่ของกรมศุลกากร เพราะการให้สินบนนำจับกลายเป็นการสร้างโอกาสในการทำความผิด เพิ่มการแผ่ขยายการทุจริตได้ดี

ที่ผ่านมาพบว่าเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรดำเนินการเรื่องนี้เป็นขบวนการ ทั้งเป็นสายเอง รับสินบนนำจับเอง ซึ่งได้เงินสูงถึง 50% ของมูลค่าสินค้า

แต่การแก้ไขส่วนนี้ก็เหมือนกับต้องเจอตอ เพราะเป็นการทุบหม้อข้าวหม้อใหญ่ที่เจ้าของยอมไม่ได้ โดยนายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ที่รับตำแหน่งเมื่อเกือบปีที่ผ่านมา รับปากจะแก้ไขให้เลิกสินบนนำจับ สร้างความไม่พอใจกับ “มาเฟีย” ในกรมศุลกากรอย่างมากมาย

เป็นผลทำให้มีข่าวปลดอธิบดีกรมศุลกากรหลังจากทำงานไปได้ไม่กี่เดือน จนนายสมชัยต้องออกมาผ่อนปรนว่า ยังไม่มีการเลิก แต่จะมีการกำหนดว่าขั้นสูงของสินบนไม่เกิน 4 ล้านบาท แต่ก็ยังสร้างความไม่พอใจกับข้าราชการที่มีผลประโยชน์อยู่ดี ให้เป็นเหตุผลหนึ่งทำให้นายสมชัยถูกเด้งเจ้าเก้าอี้อธิบดีกรมศุลกากร หลังจากรับตำแหน่งได้ปีเดียว

ขณะที่นายประดิษฐ์ ที่ดูแลกรมศุลกากร ก็ออกมาบ่ายเบี่ยงเรื่องการแก้ไขสินบนนำจับ เป็นเรื่องที่จะดำเนินการทีหลัง เพราะต้องการแก้ไขกฎหมายในส่วนของการเสียค่าปรับก่อน ก็เป็นเพราะดูทางลมแล้วว่าจะเจอแรงต้านจากผู้เสียผลประโยชน์

อีกปัญหาคือฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงการทำงานข้าราชการในกรม โดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายในระดับสูง ที่ต้องจ่ายผลประโยชน์ให้ฝ่ายการเมือง ขณะที่ข้าราชการระดับล่างก็ต้องจ่ายน้ำร้อนน้ำชาให้กับเจ้านาย เพื่อตำแหน่งการงานจะได้ดีขึ้น หรืออยู่ในจุดที่มีผลประโยชน์ ทำให้ปัญหากลายเป็นลูกโซ่ เมื่อต้องจ่ายแล้วก็ต้องไปหาเงินคืนโดยรับเงินใต้โต๊ะ

ดังนั้น หากไม่เริ่มแก้ไขจากหัว แต่ไปแก้กันที่ปลายหาง และพยายามจะสร้างภาพว่าล้างทุจริตให้สิ้นซาก เห็นทีกรมศุลกากรยังต้องอยู่ในวังวนของการทุจริตคอร์รัปชันติดอันดับที่สุดของประเทศต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม