ชมพระเมรุมาศ ขวัญที่ดีของชีวิต
ประชาชนจำนวนมาก หลั่งไหลเข้าชมพระเมรุมาศ-นิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ ที่เปิดให้เข้าชมระหว่าง 2-30 พ.ย.นี้
โดย... ธเนศน์ นุ่นมัน
ประชาชนจำนวนมาก ยังคงหลั่งไหลเดินทางเข้าไปชมพระเมรุมาศ และนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 บริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งเปิดให้เข้าชมระหว่าง 2-30 พ.ย.นี้ เวลา 07.00-22.00 น.เปิดให้ประชาชนเข้าชมรอบละ 3-5,000คน ใช้เวลารอบละ 45 นาที ถึง 1ชั่วโมง
นิทรรศการ ดังกล่าวเปิดขึ้นเพื่อให้ประชาชนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่9 ผ่านพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแล้ว รวมถึงเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนศึกษาเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมโบราณราชประเพณี
จุดเข้าชมนิทรรศการ จะเริ่มจากพื้นที่ถนนสายกลางท้องสนามหลวง ก่อนเข้าชมด้านใน โดยกำหนดเวลา 15 นาที เพื่อให้ถ่ายภาพมุมกว้างพระเมรุมาศ พลับพลายก และโครงการพระราชดำริ นาข้าว ฝาย กังหันน้ำชัยพัฒนา ฯลฯ จากนั้นนำสู่ระบบเข้าชม มีเจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องตอบคำถาม โดยให้เวลาชม45 นาที เจ้าหน้าที่จะเปิดสัญญาณและประกาศแจ้งเตือนเวลาผู้เข้าชมแต่ละชุด ซึ่งกำหนดโดยบัตรติดหน้าอก โดยมีออกด้านหลังพระเมรุมาศ ทิศใต้ บริเวณพระบรมมหาราชวัง ซึ่งจำนวนผู้เข้าชมสูงสุดต่อรอบรับได้ 5,500คน
สำหรับจุดต่างๆ ภายในส่วนของนิทรรศการนั้น ผู้ชมแต่ละชุด จะได้เห็นพื้นที่ที่แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ
1. นิทรรศการ "พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์" บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แบ่งเป็น 5 ตอน ได้แก่ 1.เมื่อเสด็จอวตาร 2.รัชกาลที่ร่มเย็น 3.เพ็ญพระราชธรรม 4.นำพระราชไมตรี5.พระจักรีนิวัตฟ้า รวมทั้งสามารถชมจิตรกรรมฝาผนังโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 3 ด้าน
2. นิทรรศการการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จัดแสดงภายในศาลาลูกขุน เนื้อหาแสดงถึงแนวคิดและขั้นตอนการทำงาน ทั้งงานสถาปัตยกรรม งานประติมากรรม และจิตรกรรมประดับพระเมรุมาศ งานประณีตศิลป์ในส่วนของพระโกศจันทน์ พระโกศทองคำ เครื่องสังเค็ด และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ
และ 3. นิทรรศการสัมผัสสำหรับผู้พิการทางสายตา จัดแสดงบริเวณอาคารทับเกษตร โดยจำลองพระเมรุมาศ ประติมากรรมประดับพระเมรุ อาทิ เทวดา สัตว์หิมพานต์ เป็นต้น เพื่อให้ผู้พิการทางสายตาสามารถสัมผัสได้ โดยมีอาสาสมัครนำชม และจัดทำซีดีเสียงบรรยายนิทรรศการสำหรับผู้พิการทางสายตา ส่วนผู้พิการทางการได้ยิน มีจิตอาสานำชมด้วยภาษามือ
หนู สีฟ้า ผู้เข้าชมพระเมรุมาศซึ่งเดินทางมาจากเขตดาวคะนอง เล่าว่าเดินทางมาชมเพราะผ่านพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาแล้วก็ยังไม่สามารถหยุดคิดถึงพระองค์ได้ โดยได้เดินทางไปกราบสักการะพระบรมราชสรีรางคาร ภายในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม มาแล้ว และก่อนหน้านี้ เคยเดินทางมากราบพระบรมศพที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมหาราชวังมาแล้วถึง 160 ครั้ง
สมเกียรติ์ รัตนบุรี ข้าราชการซึ่งเดินทางมาจาก จ.สงขลา เล่าว่า เดินทางมาชมพระเมรุมาศเพราะช่วงพระราชพิธี ไม่มีโอกาสได้ชมการถ่ายทอดสดเนื่องจากเป็นข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดช่วงงานพระราชพิธีในส่วนพื้นที่รับผิดชอบ โดยเชื่อว่า ข้าราชการจำนวนมากซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้ชมพระราชพิธีช่วงถ่ายทอดสดเช่นกัน จะทยอยกันเดินทางมาชมด้วยตัวเอง
อิชยา กัปปา ข้าราชการประจำกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่าได้เห็นว่าพระเมรุมาศ ถูกสร้างมาอย่างประณีต วิจิตบรรจง สมพระเกียรติกับสิ่งที่ท่านได้ทรงงานให้กับประชาชนชาวไทยตลอด 70 ปี โดยเป็นการรวมเอางานศิลปกรรมแขนงต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน และ บรรดาช่างที่มีส่วนร่วมต่างใส่หัวจิตหัวใจลงไปในงาน จนทำให้พระเมรุมาศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช งดงามเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามความงามที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ทำให้เราถึงกับน้ำตาซึมว่าจากนี้ไป เราจะไม่เห็นพระองค์ท่านอีกแล้ว ได้เพียงแต่บันทึกภาพความทรงจำผ่านสายตาและกล้องถ่ายรูป เพื่อระลึกถึงความดีงามของพระองค์ ซึ่งจะสถิตอยู่ในใจตราบชั่วนิรันดร์
"ส่วนกรณีที่พบว่ามีผู้เข้าชม มีพฤติกรรมไม่สุภาพไม่เหมาะสม ไม่อยากให้ใครมาเดินชมแล้วมีพฤติกรรมดังกล่าว ขอให้เป็นสถานที่ของพ่อที่ทรงเกียรติ ดูห่างๆ ดีกว่า แต่คิดว่ายากที่จะห้ามพฤติกรรมเหล่านี้ ส่วนตัวคิดว่าพระเมรุมาศคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ชมแค่ด้านล่างโดยรอบพระเมรุมาศก็เป็นของขวัญที่ดีกับชีวิตแล้ว" อิชยากล่าว
ติ๋ม เจริญสิทธิ์ ซึ่งเดินทางมาจากพุทธมณฑลสาย2 กล่าวว่าได้ชมนิทรรศการแล้ว ยิ่งทำให้คิดถึงพระองค์ท่าน และเชื่อว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงทดพระเนตรมาจากสวรรค์และเห็นแล้วว่ายังมีพสกนิกรรักและรำลึกถึงพระองค์ท่านเป็นจำนวนมาก และจะรักพระองค์ท่านตลอดไป


