แรงศรัทธาและรักภักดี แดดร้อนฝนตกไม่ย่อท้อ
ไม่ว่าจะร้อนหรือจะฝนประชาชนจากทั่วทุกสารทิศที่เดินทางมาเฝ้ารอเข้าร่วมในพระราชพิธีก็มิเคยย่อท้อ
โดย…นิติพันธุ์ สุขอรุณ
แม้แสงอาทิตย์จะร้อนอบอ้าวในช่วงเวลากลางวันหรือฝนฟ้ากระหน่ำในยามค่ำคืนหนักหนาเพียงใด ก็ไม่อาจทำให้ ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศที่เดินทางมาเฝ้ารอเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติครั้งสำคัญ ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ให้ยอมจำนนล้มเลิกความตั้งใจไปได้
จักรา ชินพงศ์ อายุ 47 ปี เจ้าของธุรกิจส่วนตัว ชาวจังหวัดเชียวใหม่ เปิดเผยว่า ได้เดินทางมารอต่อแถวจับจองที่นั่งตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค. จากเดิมที่ซื้อตั๋วเครื่องบินเตรียมเดินทางมาในวันที่ 24 ต.ค. แต่เมื่อคิดว่าอยากใช้เวลาที่จะได้อยู่ใกล้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงตัดสินใจทิ้งตั๋วเครื่องบินนั้นแล้วซื้อใหม่เดินทางมาก่อนในทันที
ทั้งนี้ การเตรียมตัวมาเฝ้ารอได้เตรียมความพร้อมทางร่างกาย ยาแก้ปวดแก้เป็นหวัด เสื้อผ้าสีดำถูกระเบียบเรียบร้อย 1 ชุด และยังมีเสื้อกางเกงขาสั้นไว้เปลี่ยนสำหรับความคล่องตัวและระบายความร้อนได้ดี 2 ชุด ทั้งหมดมาเท่านี้เพราะไม่อยากให้สัมภาระส่วนตัวไปเบียดเบียนผู้อื่น ส่วนการอาบน้ำพักผ่อนจะเดินเข้าไปในโรงแรมรอยัล รัตนโกสินทร์ เนื่องจากจองห้องพักไว้สลับกับเพื่อนเข้าไปพักผ่อนเปลี่ยนกันมาจองที่นั่ง
“รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มายังท้องสนามหลวง แม้ครั้งหนึ่งจะเคยรับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระองค์ท่าน ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถึงจะได้อยู่ต่อหน้าพระพักตร์ไม่นาน เราก็ไม่กล้ามองพระองค์เพราะรู้สึกถึงพระบารมี ที่เราไม่อาจเปรียบเทียบได้แม้แต่น้อย และจากการเห็นสิ่งที่พระองค์ทุ่มเททำเพื่อประชาชนอย่างเหน็ดเหนื่อย ยิ่งทำให้การมาเฝ้ารอต้องอดทนอย่างถึงที่สุดให้ได้” จักรา กล่าว
เธอเล่าพร้อมกับหัวเราะว่า วิธีการผ่อนคลายร่างกายคือการนั่งยืดเส้นยืดสาย หรือหากฝนตกลงมาก็เตรียมตัววิ่ง แดดออกจะใช้วิธียืนกางร่มกลางสายฝน พยายามไม่รู้สึกคิดมากแม้ร่างกายเจ็บป่วยด้วยโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งเป็นโรคประจำตัวมานาน ที่จริงวันนี้หมอนัดตรวจร่างกายแต่ตัดสินใจไม่ไปหา ไม่อยากเสียโอกาสได้เข้าใกล้พระองค์เป็นครั้งสุดท้าย และยอมไม่ได้อาบน้ำ เพราะอดทนแค่นี้ไม่อาจเปรียบกับการทรงงานของในหลวง ร.9 ที่ท่านทรงงานมากว่า 70 ปี แค่นี้ถือว่าเรื่องเล็ก
เช่นเดียวกัน ทองด้วง ทองอินท์ อายุ 48 ปี ชาวนาจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า เดินทางมาตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. โดยสารรถไฟนัดมาพบกับญาติพี่น้องที่สนามหลวง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพพระองค์บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทแล้วหลายครั้ง
สำหรับการเตรียมตัวได้ห่อข้าวเหนียว ปลาเค็ม และเสื้อผ้าสีดำ 3 ชุด ยาสีฟัน สบู่เผื่อมาอาบน้ำ วันนี้มาด้วยร่างกายแข็งแรงเพราะพ่อหลวงสอนไว้ว่าให้ประชาชนออกกำลังกาย ทำไร่ทำนาสุขภาพแข็งแรงดี แม้ว่าฝนตกก็ไม่กลัวเนื่องจากมีจิตอาสานำเสื้อกันฝนมากแจกให้
“นั่งเบิ่งเทียนชัยที่จุดไว้หน้ารูปในหลวง หลานน้อยมาท้วงว่าเป็นหยังน้าจึงร้องไห้ เช็ดน้ำตาบ่ทัน จักสิบอกหลานว่าจั่งใด๋ ตั้งแต่ในหลวงจากไป หัวใจก็จุกน้ำตา” ทองด้วงร้องเพลงของ ต่าย อรทัย พลันน้ำตาคลอท่ามกลางบรรยากาศที่ฝนกำลังจะตกลงมา
สำราญ บุญคุ้มเจริญ อายุ 61 ปี ชาวสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ตั้งใจมากราบพระองค์ท่านและอยากเข้าไปวางดอกไม้จันทน์ที่พระเมรุมาศ เพื่อส่งเสด็จพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย โดยเดินทางมาพร้อมกับหลานชาย เขาน่ารักมากไม่งอแงเลย เพราะปกติไม่เคยไปไหนด้วยกัน มาถึงเขาตั้งใจกราบมาก เขารักในหลวง แม้ตอนนี้พระองค์ท่านเสด็จสวรรคตแล้ว รู้สึกใจหายคิดถึงพระองค์ท่านทีไรน้ำตาไหลทุกครั้ง
“ตั้งใจเป็นอย่างยิ่งว่า จะปฏิบัติตัวตามคำสอนของพ่อ เช่น คิดดีทำดี เพื่อตอบแทนความดีของพระองค์ท่านที่ทรงห่วงใยคอยดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง ส่วนตัวรู้สึกภาคภูมิใจที่เกิดมาเป็นพสกนิกรของพระองค์ พอเข้ามาในพื้นที่แล้วได้พบปะผู้คนที่มีดวงใจดวงเดียวกันคือ รักและเทิดทูลพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ได้รู้จักมิตรภาพใหม่ ไม่ว่าอะไรจะช่วยเหลือให้อภัยกัน เพราะเรามีพ่อองค์เดียวกัน อย่างไรก็ตามจะขอร่วมส่งเสร็จในพระราชพิธีนี้ให้ได้” สำราญ กล่าว


