
สานพลังประชารัฐอี5 ยกระดับการศึกษาไทยภูธร
การศึกษาถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ
โดย จะเรียม สำรวจ
การศึกษาถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ ด้วยเหตุนี้ภาครัฐจึงหันมาให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนในเรื่องดังกล่าวผ่านโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (อี5) เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับมาตรฐานการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ เพราะการศึกษานับเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรภายในประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศ การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมอย่างยั่งยืน
โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (อี5) เกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานหลัก 3 ภาคส่วน คือ ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ซึ่งในส่วนของภาคเอกชนมีบริษัทชั้นนำที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวด้วยกัน 12 บริษัท คือ ธนาคารกรุงเทพ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล บริษัท ซีพี ออลล์ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร กลุ่มมิตรผล กลุ่ม ปตท. ธนาคารไทยพาณิชย์ เอซีจี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ บริษัท ไทยยูเนี่ยน และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น
ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนด้านการศึกษาเป็นไปอย่างยั่งยืน 12 องค์กรภาคเอกชน จึงได้มีการก่อตั้งโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน (Leadership Program for Sustainable Education) หรือ CONNEXT ED ขึ้น โดยการคัดเลือกบุคลากรคุณภาพภายในองค์กรของตนมาทำหน้าที่ “School Partner” (SP) เพื่อมาร่วมผลักดันยุทธศาสตร์ไปสู่โรงเรียนประชารัฐ ผ่านกระบวนการลงพื้นที่ พร้อมปฏิบัติงานจริง (Action Learning) เพื่อร่วมศึกษาบริบทและจัดทำแผนพัฒนาโรงเรียนร่วมกับผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งการลงพื้นที่ดังกล่าวจะมีผู้บริหารระดับสูงจากแต่ละองค์กรมาร่วมสนับสนุนในฐานะ “School Counselor” ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและส่งเสริมการพัฒนาโรงเรียนอย่างยั่งยืน
แต่ก่อนที่ School Partner (SP) จากแต่ละองค์กรที่เข้าร่วมโครงการจะลงพื้นที่ไปร่วมพูดคุยกับผู้นำโรงเรียนและคนในชุมชน SP จะได้รับการพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถในด้านต่างๆ เพื่อนำความรู้และทักษะที่ได้จากการฝึกอบรมไปถ่ายทอดต่อกับผู้นำโรงเรียน ครู อาจารย์ และคนในชุมชน
สำหรับยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (อี5) มียุทธศาสตร์ในการพัฒนาการศึกษาด้วยกัน 10 ด้าน ประกอบด้วย 1.ความโปร่งใสของข้อมูลสถานศึกษา 2.การยกระดับทักษะความรู้ความสามารถ 3.กลไกการตลาดและการมีส่วนร่วม 4.การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะให้นักเรียน 5.การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของสถานศึกษา 6.ศูนย์กลางการศึกษาเทคโนโลยีแห่งอนาคต 7.หลักสูตรการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง 8.การสร้างมาตรการจูงใจด้านสิทธิประโยชน์และการมีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ 9.การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน 10.การพัฒนาและส่งเสริมผู้นำรุ่นใหม่
ปัจจุบันมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (อี5) แล้ว จากเป้าหมายทั้งหมด 7,424 โรงเรียนในทุกตำบลทั่วประเทศ ซึ่งในระยะแรกทางคณะทำงานได้มีการวางเป้าหมายที่จะเข้าไปพัฒนาโรงเรียนด้วยกันทั้งหมด ประมาณ 3,342 โรงเรียน โดยแต่ละองค์กรภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมจะทำหน้าที่รับผิดชอบไปในแต่ละพื้นที่ ซึ่งในส่วนของกลุ่มเซ็นทรัลจะรับผิดชอบโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันจำนวน 6 จังหวัด และได้ลงพื้นที่เพื่อทำการเก็บข้อมูลไปแล้วจำนวน 62 โรงเรียน
ชาติชาย นรเศรษฐาภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายเพื่อพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน เซ็นทรัลกรุ๊ป กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการนี้ คือ School Partner (SP) ซึ่งหน้าที่หลักของ SP คือ การเข้าไปให้ความรู้ความเข้าใจที่ในด้านของการศึกษาที่ถูกต้อง ก่อนที่จะส่ง SP เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ตามโรงเรียนต่างๆ เราก็จะมีการฝึกอบรม SP ให้มีศักยภาพเริ่มจากการเรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชน เนื่องจากพื้นที่ภาคใต้มีประชากรที่นับถือศาสนาอิสลาม ดังนั้นก่อนลงพื้นที่จึงต้องมีการสร้างความเข้าใจในขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรม รวมถึงการใช้ชีวิตของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามก่อน
หลังจากส่ง SP เข้าไปลงพื้นที่ทำให้พบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในตำบลต่างๆของประเทศไทย คือ การมีจำนวนนักเรียนที่ต่ำกว่าเกณฑ์กำหนด ทำให้หลายโรงเรียนเข้าข่ายอาจถูกยุบ จากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้กลุ่มเซ็นทรัลต้องเข้าไปช่วยสร้างความเชื่อมั่นกับชุมชนว่า กลุ่มเซ็นทรัลจะเข้าไปช่วยสนับสนุนในด้านของการศึกษา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนว่าจะสร้างการเรียนการสอนในชั้นอนุบาลที่ดี
ทั้งนี้ หลังจากใช้แบรนด์ของกลุ่มเซ็นทรัลเข้าไปการันตีการให้ความช่วยเหลือควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกับผู้อำนวยการโรงเรียนและครูภายในโรงเรียน ส่งผลให้ชุมชนเริ่มมีความเชื่อมั่น และนำบุตรหลานเข้ามาเรียนในชั้นอนุบาลมากขึ้น เห็นได้จากความสำเร็จของโรงเรียนบ้านตากแดด ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา จากเดิมโรงเรียนมีเด็กนักเรียนทั้งหมดกว่า 50 คน ขณะนี้ปรับเพิ่มเป็นกว่า 70 คนแล้ว
การทำงานของ SP นอกจากจะเข้าไปช่วยเหลือในด้านของวิชาการแล้ว ยังมีการเข้าไปให้ความรู้ถึงการใช้ชีวิตในรูปแบบของเศรษฐกิจพอเพียงแบบที่ถูกต้อง เพราะจากการเข้าไปพูดคุยกับชุมชนส่วนใหญ่ยังคงเข้าใช้ความหมายของการปฏิบัติตนในด้านของเศรษฐกิจพอเพียงกันแบบไม่ถูกต้อง อย่างเช่นการเลี้ยงไก่ไข่ภายในโรงเรียนจะเลี้ยงอย่างไรให้ถูกวิธีและได้ผลผลิตที่ดี ก็ได้มีการเชิญบริษัท เบทาโกร เข้ามาช่วยให้ความรู้หลักการเลี้ยงไก่ไข่อย่างถูกต้อง เพื่อให้โรงเรียนมีอาหารจากไก่ไข่และนำส่วนที่บริโภคไม่หมดไปขายเพื่อให้โรงเรียนมีรายได้
ชาติชาย กล่าวอีกว่า ตอนนี้กลุ่มเซ็นทรัลกำลังคิดโมเดลการให้ความช่วยเหลือในด้านของการศึกษาเพื่อผลักดันโครงการประชารัฐให้เดินหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน ด้วยการเข้าไปสนับสนุนด้านการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนกระทั่งมีงานทำ เพราะที่ผ่านมาเด็กในต่างจังหวัดส่วนหนึ่งต้องลาออกจากการเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อออกมาทำงาน
ดังนั้น ทางกลุ่มเซ็นทรัล จึงมีแผนที่จะเข้าไปสนับสนุนในด้านของทุนการศึกษา ด้วยการให้ทุนการศึกษากับคนที่อยู่ภายนอกองค์กรของกลุ่มเซ็นทรัล จากเดิมในแต่ละปีจะมีการมอบทุนให้กับบุตรหลานของพนักงานและตัวพนักงานอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็มีแผนที่จะเพิ่มทุนการศึกษาให้กับพนักงานและบุตรพนักงาน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุมัติงบ ซึ่งแนวทางการทำงานดังกล่าวถือว่าสอดคล้องกับโครงการ 3 ม.ของภาครัฐ คือ มีงานทำ มีเงิน และมีวุฒิ
ชาติชาย กล่าวปิดท้ายว่า แนวทางดังกล่าวถือเป็นการเดินตามนโยบายเซ็นทาลิตี้ของกลุ่มเซ็นทรัล นอกจากจะเข้าไปร่วมสนับสนุนโรงเรียนในโครงการประชารัฐแล้ว บริษัทยังมีแผนที่จะกระจายความช่วยเหลือในด้านของการศึกษาเข้าไปในเครือข่ายเซ็นทาลิตี้ ใน 34 จังหวัดที่มีการเข้าไปทำธุรกิจศูนย์การค้าขนาดใหญ่จำนวน 47 สาขาในขณะนี้ เพื่อให้การช่วยเหลือมีความครอบคลุมมากขึ้น
ในส่วนของปี 2561 บริษัทมีแผนที่จะเข้าไปช่วยเหลือโรงเรียนต่างๆ ในโครงการประชารัฐอีกประมาณ 30 แห่ง จากปัจจุบันเข้าไปให้การช่วยเหลือแล้วประมาณ 62 แห่ง ไม่นับรวมโรงเรียนจิราธิวัฒน์อุปถัมภ์อีกประมาณ 12 แห่งทั่วประเทศ
ความช่วยเหลือที่ส่งไปถึงโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลต่างๆ นอกจากจะช่วยให้เด็กๆ ในต่างจังหวัดมีรูปแบบการเรียนการสอนที่ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้หน่วยงานที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือ โรงเรียนและชุมชนมีความเข้าใจที่ดีต่อกันอีกด้วย







