1 ปีที่จากไป...ในก้นบึ้งหัวใจพสกนิกร
365 วันที่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับกิจกรรมและภารกิจของพสกนิกรในรูปแบบต่างๆ ช่วงที่ผ่านมา
365 วันที่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับกิจกรรมและภารกิจของพสกนิกรในรูปแบบต่างๆ ช่วงที่ผ่านมา
ครบรอบหนึ่งปีวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แต่ความรัก ความอาลัยที่มีต่อพระองค์ท่านยังเปี่ยมล้นไม่เคยเสื่อมคลายไปจากใจของพสกนิกร ชาวไทย
ตลอด 365 วันภาพที่ประชาชนต่อคิวหลายชั่วโมงตากแดด ตากฝนเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นกลายภาพชินตา บางคนปลีกเวลาจากงานประจำมารับหน้าที่เป็นจิตอาสา ฟันเฟืองแต่ละตัวยังระลึกถึงและน้อมนำคำสั่งสอนของพระองค์มาปรับใช้ในชีวิต
เปลี่ยนน้ำตาแห่งความเศร้าเป็นพลังส่งเสด็จฯ
สิ่งที่จำได้ติด ใจคือ ภาพและเสียง ของคุณยายท่านหนึ่งที่เห็นจากข่าวทางทีวี "ไม่เผาได้ไหม" คำถามซื่อๆ ของคุณยายพร้อมเสียงสะอื้นขณะก้มกราบพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวร ราชาทินัดดามาตุ ที่ทรงเดินแจกอาหารให้ประชาชนที่ท้องสนามหลวงในขณะนั้น ทำให้คิดไม่ต่างกันว่า ไม่มีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพได้หรือไม่ เพราะอยากให้พระองค์ท่านประทับอยู่ในวังเพื่อให้คนไทยได้ไปกราบให้อุ่นใจไปเรื่อยๆ
พรสุรีย์ บอกเล่าถึงรายละเอียดการทำงานจิตอาสาที่ทำว่า กลุ่มของเธอจะเริ่มราวสองทุ่มด้วยการปั่นลาดตระเวน สังเกตการณ์และรายงานหากพบเห็นสิ่งผิดปกติ และยังเป็นตัวแทนกระทรวงวัฒนธรรม คอยสอดส่องดูแลหากเห็นนักท่องเที่ยวแต่งกายหรือประพฤติตัวไม่เหมาะสม
ต่อจากนั้นจะเดินทางไปทำงานบริการประชาชนหน้าประตูวังด้านทางออก คอยถือป้าย ถือโทรโข่งบอกทิศทางและข้อมูลการเดินทาง บอกจุดคืนผ้าถุง จุดติดต่อที่พักค้าง หรือบางวันก็ประจำจุดจัดคิวแท็กซี่ รถสามล้อ รถเมล์ หรือถือกระบองไฟกั้นรถพาคนข้ามถนน ฯลฯ เมื่อประชาชนหมดเราก็จะเข้าแถวถวายความเคารพพระองค์ท่านหน้ากำแพงหรือประตูวังแล้วจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน ถึงเที่ยงคืนหรือดึกกว่านั้น
"แม้จะเหนื่อยจากงานประจำแค่ไหนก็จะกลับมามีแรงฮึดทุกครั้ง เมื่อใส่เครื่องแบบเข้าแถวเตรียมพร้อมปฏิบัติงาน ความสุข ความอิ่มเอมใจที่ได้รับนอกเหนือจากที่ได้ทำงานถวายงานพระองค์ท่านแล้ว รอยยิ้ม คำขอบคุณ ที่สำคัญเราได้เห็นน้ำใจและความทุ่มเทเสียสละของอาสาด้วยกันเอง ที่ต่างคนต่างมา ต่างภูมิหลัง บางคนที่แม้ร่างกายหรือสถานะอาจไม่เอื้ออำนวย"
สำหรับความประทับใจขณะทำหน้าที่จิตอาสา เธอบอกว่า งานนี้ทำให้เราได้เห็นความงดงามของหัวใจที่มุ่งมั่นของการเป็นผู้ให้ของพวกเขาเหล่านี้ที่มีอยู่อย่างเปี่ยมล้นเหนือข้อจำกัดใดๆ มีคนจำนวนมากมาช่วยงานในส่วนนี้ พี่คนหนึ่งหูหนวกและเป็นใบ้
ขณะที่ น้องอีกคนเป็นพนักงานร้านกาแฟใช้วันลามาทำงานอาสาจนเกินกำหนด อีกคน เป็นเยาวชนอายุ 16 ปี ที่พี่ๆ ต้องบังคับให้หยุดถ้าเป็นช่วงสอบ หรือหลายคนที่ต้องปั่นจักรยานทางไกลมาจากบางนาบ้าง สมุทรสงคราม นนทบุรี บ้างและต้องปั่นกลับบ้านยามดึกดื่น
กลุ่มของเรายังเหลือภารกิจสำคัญในช่วงวันพระราชพิธีฯ ที่รออยู่ข้างหน้า แม้ไม่อยากให้วันนั้นมาถึง แต่เราก็ต้องเผชิญและก้าวผ่านมันไปให้ได้แม้จะทำใจยากลำบากแค่ไหนก็ตาม
"อีกครั้งที่เราจะเปลี่ยนน้ำตาแห่งความเศร้าโศกไปเป็นพลังในการทำงานส่งเสด็จพระองค์ท่าน เราตั้งใจจะทำงานนี้อย่างดีที่สุด และแน่นอนว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของงานจิตอาสา เพราะเราจะก้าวเดินตามสิ่งที่พระองค์ทรงสอนและทรงทำให้เห็นเป็นแบบอย่างตลอดมา คือ การเป็นผู้ให้ และเสียสละความสุขสบายส่วนพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยไม่เคยหวังสิ่งใดเป็นการตอบแทน" พรสุรีย์ กล่าว
สะสมเศษเสี้ยวนาทีขอใกล้ชิดพระองค์ท่าน
เธอ บอกว่า หลังจากสำนักพระราชวังประกาศให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ากราบพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค. 2559 เป็นต้นมา พอได้รับข่าวความคิดก็ผุดขึ้นมาทันทีเลยว่าต้องเข้ากราบให้ได้
ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเพราะตลอด ระยะเวลาที่พระองค์มีพระชนม์ชีพ อยู่ไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าต่อหน้าพระพักตร์ เมื่อมีโอกาสจึงไม่อยากรอช้าวาง แผนการเดินทาง เตรียมชุด เพื่อเข้ากราบพระบรมศพทันที โดยเลือกเดินทางเข้าไปกราบคือ วันที่ 28 ต.ค. 2559 ซึ่งถือเป็นวันแรกของการเปิดให้เข้า กราบพระบรมศพ
แม้จะมีหลายคนทักท้วงว่า วันนี้คนน่าจะเยอะนะ แต่เมื่อตั้งใจไว้แล้วเยอะแค่ไหนก็ไม่กลัว เช่นเดียวกับน้องสาวที่เตรียมความพร้อมเข้ากราบในวันเดียวกัน ก่อนเดินทางไปก็มีการศึกษาข้อมูลกันเป็นอย่างดีว่าต้องแต่งตัวอย่างไร ท้ายแถวจะอยู่บริเวณไหน
เธอและน้องสาวเดินทางถึงท้องสนามหลวงเวลา 04.20 น. แม้จะเช้ามากแต่ก็ต้องตกใจพอสมควร เพราะคนมาเข้าแถวรอเข้ากราบพระบรมศพเยอะมาก หางแถวช่วงเวลานั้นวนไปเกือบ 1 รอบสนาม ผ่านไปไม่กี่นาทีวนกลับมา รอบที่ 2 ผ่านไป 1 ชั่วโมงวนรอบที่ 3 และพอถึงช่วงเช้าประมาณ 07.00 น. หางแถววนไปอยู่ภายในสนามหลวงด้านฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่เวลานั้นทุกคนยังมีความคึกคักสดใส
จะเรียม ตั้งเป้าหลังจากได้กราบพระบรมศพครั้งแรกว่าจะกราบให้ครบ 9 ครั้ง แต่หลายครั้งที่เดินทางไปต่อ แถวเพื่อรอเข้ากราบต้องถอดใจเพื่อเตรียมตัวกลับไปทำงาน แม้ว่าจะตื่นตี 1 ตี 2 เพื่อไปต่อแถวก็เข้ากราบ ไม่สำเร็จ เพราะช่วงแรกคนเยอะมาก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ถอดใจ จนทำสำเร็จครบ 9 ครั้ง ตามลำดับรัชกาลของพระองค์ท่าน
สุดท้ายวันที่ 30 ก.ย. 2560 เธอ ก็สามารถทำตามเป้าเข้ากราบพระบรมศพได้ 89 ครั้งตามที่ตั้งใจ และพอถึงวันที่ 5 ต.ค. 2560 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการให้เข้ากราบพระบรมศพ ก็เดินทางไปอีกครั้ง รวมทั้งหมด 90 ครั้ง
"การได้เข้าไปอยู่เบื้องหน้าในหลวงรัชกาลที่ 9 แม้ว่าทุกครั้งที่ได้ไปจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวนาที แต่ถ้าเรานำจำนวนเศษเสี้ยวนาทีที่เราได้ใกล้ชิดพระองค์ท่าน จำนวน 90 ครั้งที่ได้ทำมันก็นับรวมเป็นชั่วโมงแล้วที่เราได้ใกล้ชิด พระองค์" จะเรียม กล่าว
มีพลังใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้พ่อหลวง
"เวลาแอนไปกราบจะขอแรงกำลังใจจากพระองค์ท่าน ให้แอนทำอะไรอย่างตั้งใจ อย่าย่อท้อ เวลามีงานหรือกินข้าวก็จะเลือกร้านแถวนั้น เพื่อที่ทำธุระเสร็จจะได้ไปกราบพระองค์ ไปหลัง 3 ทุ่ม กราบเสร็จก็เดินกลับ มีไม่กี่ครั้งที่ได้นั่งนิ่งๆ ระลึกถึงพระองค์ ประมาณ 20 นาที เพราะคนจำแอนได้ ก็จะเข้ามาทัก ขอถ่ายรูป ก็ได้ให้กำลังใจกัน"
แอนไม่ได้นับจำนวนว่าไปกราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 บ่อยแค่ไหน แต่ถ้าว่างจากการทำงาน การเดินทางไปต่างประเทศ ก็จะหาเวลามา เพราะรู้สึกอบอุ่นใจ มีพลังใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้พ่อหลวง
"ส่วนใหญ่กราบจากนอกวัง มีเข้าไปต่อแถวแบบประชาชนทั่วไป 3 ครั้ง และไปในฐานะเจ้าภาพ 1 ครั้ง ก็ได้ความรู้สึกที่ต่างกัน ไปต่อแถวก็ได้เห็นประชาชนที่มีความรู้สึกเดียวกัน ทุกคนรักในหลวงมาก ไปในฐานะเจ้าภาพ ยิ่งรู้สึกหวิวๆ มีความเสียใจหนักเข้าไปอีก"
เมื่อตอนอายุราว 20 ปี แอนได้มีโอกาสเข้าเฝ้าที่หัวหิน ซึ่งเป็นความทรงจำ อันยิ่งใหญ่มาก ทุกวันนี้ก่อนออกจากบ้านแอนจะกราบพระบรมฉายาลักษณ์ก่อนเสมอ
"แอนขอให้วันนี้แอนมีสติ คิดตัดสินใจแต่เรื่องดีๆ เวลาทำตัวไม่น่ารักก็ให้รู้ตัว และแก้ไขได้ทัน เพราะแอนจะเป็นลูกที่ดีของพ่อ จะไม่ให้ใครว่าเราไม่น่ารัก อย่างขี้เกียจอ่านบทละคร เวลามองรูปพ่อ ก็จะมีสติขึ้นมา พ่อสอนอะไรให้ทำจริงจัง เป็นลูกพ่อต้องไม่ใช่แบบนี้" สิ่งที่พ่อสอนพ่อทำ ทุกคนสามารถนำมาปรับใช้ให้มีชีวิตอยู่รอดได้ สิ่งที่พระองค์สอนไม่ใช่ปรัชญา แต่เป็นสัจธรรมที่ง่ายที่สุด ท่านสอนเยอะ ท่านทำไว้หมดแล้ว ถ้าเราจับได้
แอน ตั้งใจจะเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่น้อมนำคำสอนมาปรับใช้ในชีวิต จะ ไม่ทำตัวเป็นคนไทยที่ไร้ประโยชน์ต่อแผ่นดิน ไม่ทำให้ประเทศเสียประโยชน์ ในฐานะนักแสดง มีหน้าที่ตรงนี้ก็จะทำงานอย่างซื่อสัตย์ ไม่ทำร้ายสังคม นำพาแฟนคลับทำแต่สิ่งดีงาม ทำดีในวิชาชีพของเรา ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด" แอน กล่าว
337 วัน กราบพระบรมศพ
เริ่มจากจำนวนประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพมาก ถึง 12,739,531 คน และพร้อ มใจถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญ พระราชกุศลเป็นเงินรวม 889,545,100.01 บาท
วันที่มีประชาชนเข้ากราบพระบรมศพมากที่สุดนั้นคือวันที่ 5 ต.ค. 2560 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย มีจำนวน ทั้งสิ้น 110,889 คน ถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลมากที่สุดเช่นกัน คือ 7,016,818 บาท
รองลงมาคือวันที่ 2 ม.ค. 2560 มีประชาชนมากราบพระบรมศพ 73,290 คน และวันที่ 16 พ.ค. 2560 คือวันที่ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพน้อยที่สุด จำนวน 14,498 คน
ตลอดทั้ง 337 วัน สำนักพระราชวังได้ปิดไม่ให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพรวม 5 วัน คือวันที่ 1-2 ธ.ค. 2559 วันที่ 1 ม.ค. 2560 และวันที่ 20-21 ม.ค. 2560
การต่อแถวเพื่อผ่านจุดคัดกรองและเข้าไปกราบพระบรมศพ มีการบันทึกว่าคนที่ใช้เวลานานที่สุดคือ 12 ชั่วโมง ขณะที่รอคิวเร็วที่สุดคือ 40 นาที โดยส่วนใหญ่ที่รอคิวนานเนื่องจากเป็นวันหยุด ขณะที่วันธรรมดาใช้เวลารอประมาณ 1-3 ชั่วโมง
ในส่วนดอกไม้จันทน์ที่ คนไทยทั่วประเทศได้ร่วมกันประดิษฐ์ทั้ง 36 แบบ รวมกว่า 12 ล้านดอก โดยกรุงเทพฯ จะใช้มากที่สุดคือ 3 ล้านดอก และมีซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ทั่วพื้นที่จำนวน 113 ซุ้ม


