
กต.ไม่คอนเฟิร์ม“ปู”ได้สถานะผู้ลี้ภัยอังกฤษ
“รมว.ต่างประเทศ” ไม่คอนเฟิร์ม “ยิ่งลักษณ์” ได้สถานะผู้ลี้ภัยอังกฤษแล้ว แจง “นายกฯ” บอก “ทรัมป์” ประกาศเลือกตั้งปีหน้า แค่แจ้งให้ทราบ ไม่ใช่แถลงการณ์ร่วมสองประเทศ
“รมว.ต่างประเทศ” ไม่คอนเฟิร์ม “ยิ่งลักษณ์” ได้สถานะผู้ลี้ภัยอังกฤษแล้ว แจง “นายกฯ” บอก “ทรัมป์” ประกาศเลือกตั้งปีหน้า แค่แจ้งให้ทราบ ไม่ใช่แถลงการณ์ร่วมสองประเทศ
เมื่อวันที่ 10 ตค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงข่าวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้สถานะผู้ลี้ภัยในประเทศอังกฤษว่า ตนยังไม่ทราบ เพราะตอนนี้มีแต่ข่าวที่ออกมาจากสื่อ ตนจึงยังไม่ใช้คำว่าลี้ภัย เพราะยังไม่แน่ใจ ต้องไปตรวจสอบก่อน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้คุยอะไรกันมาก เพราะมีเรื่องอื่นๆ อีก ส่วนความคืบหน้าเรื่องเพิกถอนหนังสือเดินทางของน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายปฏิบัติ ยังไม่มีการรายงานขึ้นมา และที่ผ่านมาถ้าไม่มีเรื่องเร่งด่วนหรือคอบาดตายอะไรเขาจะไม่มารายงาน เนื่องจากต้องการให้ตนทำงานเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากทางอังกฤษให้สถานะลี้ภัยแก่น.ส.ยิ่งลักษณ์จริง ทางไทยสามารถคัดค้านได้หรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ไม่ทราบ เรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกัน อย่าเพิ่งไปกระโดดไปถึงจุดนั้น เพราะตอนนี้มีแต่เพียงข่าวออกมา
นอกจากนี้ รมว.ต่างประเทศ ยังกล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เลือกตั้งในปี 2561 ตามที่มีการแถลงการณ์ร่วมกับสหรัฐอเมริกาว่า ตอนที่นายกฯไปสหรัฐฯ เวลามีการเจรจาหรือประชุมไม่ได้คุยเลือกตั้งเลย เป็นการคุยเรื่องอื่น นอกจากนี้ ยังไม่ใช่แถลงการณ์ร่วม แต่เป็นการแถลงข่าวร่วมกันของผู้นำสองประเทศ โดยนายกฯ ได้พูดให้นายโดนัล ทรัมป์ รับทราบเท่านั้นเองว่าทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมป เมื่อกฎหมายลูกเสร็จแล้วจะใช้เวลา 150 วันในการจัดการเลือกตั้ง ส่วนนายโดนัล ทรัมป์ไม่ได้ถามอะไร อย่างไรก็ตาม การที่นายกฯไปพูดไม่ได้มีข้อผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น ที่นายกฯพูดคือ พูดในฐานะเพื่อนที่เจอกัน อยากจะเล่าความคืบหน้าและพัฒนาการต่างๆ ในประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคการเมืองเรียกร้องว่านายกฯแถลงการณ์ร่วมแล้วจะผิดสัญญาไม่ได้ นายดอน กล่าวว่า ไม่ได้มีการแถลงการณ์เรื่องนี้ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ มีแต่แถลงข่าวร่วมกัน และในการคุยกันเป็นการคุยแบบแลกเปลี่ยนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในการเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้มีหลายประเด็นที่เป็นเรื่องน่ายินดีด้วยซ้ำ







