posttoday
ภารกิจ "บิ๊กตู่" เยือนสหรัฐ หวังเพื่อนเข้าใจไทย

ภารกิจ "บิ๊กตู่" เยือนสหรัฐ หวังเพื่อนเข้าใจไทย

02 ตุลาคม 2560

สหรัฐมองว่าไทยคือเพื่อนคนแรกในอาเซียน เพราะไทยเป็นประเทศก่อตั้งประชาคมอาเซียนมาตั้งแต่ต้น

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยกับสหรัฐที่ผ่านมาค่อนข้างตึงเครียดและเย็นชา นับแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลเลือกตั้ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงเดือน พ.ค. 2557

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา รัฐบาลสหรัฐออกมาตรการกดดันสารพัดเพื่อผลักดันให้ไทยเร่งคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว อาทิ ปรับลดระดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ของไทย จากบัญชีที่ 2 หรือเทียร์ 2 ที่ต้องจับตามอง มาเป็นบัญชีประเภท 3 หรือเทียร์ 3 หรือทบทวนความร่วมมือทางการทหารระหว่างไทย-สหรัฐ เป็นต้น

แต่เมื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์” ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ นโยบายทำเนียบขาวเปลี่ยนไป ตั้งแต่วันที่ “ทรัมป์” ยกหูโทรศัพท์จากกรุงวอชิงตัน โทรมาเชิญ “บิ๊กตู่” ให้มาเยือนสหรัฐ หารือกันแบบทวิภาคี เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อกระชับสัมพันธ์ท่ามกลางศึกพิพาททางการเมืองระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือที่กำลังคุกรุ่นรุนแรงจนอาจก่อเป็นสงครามโลกครั้งใหม่

“บิ๊กตู่” นับเป็นผู้นำในประเทศอาเซียนคนที่ 3 ที่บินไปพบปะหารือกับ “ทรัมป์” แบบสองต่อสองถึงกรุงวอชิงตัน ต่อจากผู้นำมาเลเซียและเวียดนาม
ดังนั้นแน่นอนว่าการเยือนถิ่นพญาอินทรีของนายกฯ ไทย ระหว่างวันที่ 2-4 ต.ค.นี้ ย่อมแฝงไปด้วยนัยทางการเมืองระหว่างประเทศ

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกับโพสต์ทูเดย์ถึงภารกิจของนายกฯ ในครั้งนี้ ว่า วัตถุประสงค์ของการเดินทางเยือนสหรัฐในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะปฏิบัติภารกิจสำคัญ ประกอบด้วย การพบหารือกับผู้แทนภาคเอกชนไทย การหารือข้อราชการกับประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ โดยเป็นการประชุมเต็มคณะ และร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งคณะนักธุรกิจจากหอการค้าสหรัฐและสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐ ได้ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ

“การพบปะของผู้นำทั้งสองประเทศครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความเป็นพันธมิตรที่เข้มแข็งระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะได้หารือกันเพื่อมุ่งมั่นที่จะผลักดันความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและสหรัฐ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ โดยยึดหลักอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน”

พล.ท.วีรชน กล่าวว่า การบริหารงานตลอดช่วง 3 ปี รัฐบาล คสช.มุ่งแก้ไขปัญหาที่คั่งค้างมา ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ประมงผิดกฎหมาย มาตรฐานความปลอดภัยการบิน และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมทั้งขจัดอุปสรรคการค้า การลงทุน และเร่งปฏิรูปเพื่อเสริมสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจ

“โดยไทยหวังจะสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุนร่วมกัน โดยมุ่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามนโยบายประเทศไทย 4.0 โดยมีเป้าหมายสำคัญคือพัฒนาประเทศให้ ‘มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน’ สำหรับพัฒนาการทางการเมืองนั้น รัฐบาลยืนยันว่าเดินหน้าตามโรดแมปที่ได้วางไว้ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งในช่วงเวลาที่เหมาะสม”

“การเดินทางเยือนครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐ ในการเป็นพันธมิตรร่วมมือกันทุกๆ ด้าน อาทิ เศรษฐกิจ การเมือง การแพทย์ สาธารณสุข และอื่นๆ เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความสัมพันธ์มาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันกว่า 200 ปี เพราะที่ผ่านมานักลงทุนหรือนักธุรกิจสหรัฐมีบทบาทอย่างมากในประเทศไทย สหรัฐถือเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดที่ลงทุนในอาเซียน กว่าร้อยบริษัทที่ลงทุนในไทย เพราะสหรัฐเห็นว่าไทยมีพรสวรรค์ด้านความรู้ความสามารถ ขณะที่สหรัฐเองเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี”

“สหรัฐมองว่าไทยคือเพื่อนคนแรกในอาเซียน เพราะไทยเป็นประเทศก่อตั้งประชาคมอาเซียนมาตั้งแต่ต้น ดังนั้นทั้งสองชาติจึงมีความภาคภูมิใจร่วมกัน โดยเฉพาะความร่วมมือในการผลักดันทั้งบทบาทไทยและสหรัฐ ในเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน และการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่ผู้นำทั้งสองชาติจะมาพบกันในช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้ด้วย”พล.ท.วีรชน สรุป

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่