
ชาวเน็ตร่วมลงชื่อ "ขอให้ปล่อยจระเข้ภูเก็ต คืนสู่ธรรมชาติ"
ชาวเน็ตตั้งแคมเปญรณรงค์ร้องผู้ว่าฯภูเก็ต-ผอ.ศูนย์วิจัยเพาะเลี้ยงประมงชายฝั่ง ปล่อยจระเข้ที่จับได้คืนสู่ธรรมชาติ
ชาวเน็ตตั้งแคมเปญรณรงค์ร้องผู้ว่าฯภูเก็ต-ผอ.ศูนย์วิจัยเพาะเลี้ยงประมงชายฝั่ง ปล่อยจระเข้ที่จับได้คืนสู่ธรรมชาติ
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. หลังมีข่าวว่าจระเข้ขนาดใหญ่ ที่จับได้บริเวณหาดเลพัง รอยต่อหาดบางเทา อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ที่ตอนนี้อยู่ในความดูแลของศูนย์วิจัยและพัฒนาเพาะเลี้ยงประมงชายฝั่งบ้านพารา มีอาการซึมเศร้า ไม่ยอมกินอาหารนั้น
เกริกไกร ทรัพย์รุ่งเรือง ได้ตั้งแคมเปญรณรงค์ “ปล่อยเข้เลพัง Please Release Crocodile” บนเว็บไซต์ Change.org เพื่อร้องเรียนถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเพาะเลี้ยงประมงชายฝั่ง บ้านพารา ขอให้ปล่อยจระเข้ที่จับได้คืนสู่ธรรมชาติ โดยระบุว่า
จากกรณีที่มีการจับจระเข้ขนาดใหญ่ หลังปรากฏภาพว่ายน้ำอยู่ในทะเล บริเวณหาดเลพัง รอยต่อหาดบางเทา อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ห่างจากชายฝั่งราว 100 เมตร จนเป็นที่แตกตื่นแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งตอนนี้เจ้าจระเข้ตัวนี้ อยู่ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาเพาะเลี้ยงประมงชายฝั่ง บ้านพารา ต.ป่าคลอก อ.ถลาง ซึ่งมีรายงานว่า มีอาการซึมเศร้า และไม่ยอมกินอาหาร
อยากให้ชาวไทยให้ความสำคัญ และตระหนักถึงการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติโดยไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่น
...มีหลายแนวทางที่จะจัดการกับจระเข้หรือสัตว์ป่าอื่นโดยไม่ต้องจำกัดเสรีภาพหรือฆ่า...
จระเข้น้ำเค็มตัวนี้ อยู่กับทะเลภูเก็ตมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่า สามารถอยู่ร่วมกันกับคนในชุมชนได้
ชาวบ้านเองก็ยืนยันว่า เคยพบเห็นจระเข้ จนกระทั่งมีการเสนอข่าวจนนำไปสู่การจับกุมจระเข้ มาถ่าย "เซลฟี่"
เมื่อการกักขังไม่ใช่ทางออก จึงอยากเรียกร้องให้มีการจัดการจระเข้น้ำเค็มตัวนี้ด้วยความ "เมตตา" อย่างที่ "มนุษย์ใจสูงพึงกระทำเมตตาต่อสัตว์"
โดยควรมีการติดตั้งป้ายเตือนระวังจระเข้ กันไม่ให้เกิดเหตุ
ฝังระบบติดตามไว้ที่จระเข้ แล้วปล่อยเข้าสู่ทะเลตามเดิม
แคมเปญรณรงค์นี้จะถูกส่งไปที่: ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเพาะเลี้ยงประมงชายฝั่ง บ้านพารา ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต







