posttoday
มาร์คแนะฟังคำพิพากษาคดี"ปู"ก่อน อย่าด่วนวิเคราะห์หมดยุคชินวัตร

มาร์คแนะฟังคำพิพากษาคดี"ปู"ก่อน อย่าด่วนวิเคราะห์หมดยุคชินวัตร

27 สิงหาคม 2560

"อภิสิทธิ์" ชี้อย่าเพิ่งด่วนวิเคราะห์ไกลเกินว่า สิ้นอิทธิพลยุคตระกูลชินวัตร แนะให้รอฟังคำพิพากษาคดี "ยิ่งลักษณ์" ก่อน

"อภิสิทธิ์" ชี้อย่าเพิ่งด่วนวิเคราะห์ไกลเกินว่า สิ้นอิทธิพลยุคตระกูลชินวัตร แนะให้รอฟังคำพิพากษาคดี "ยิ่งลักษณ์" ก่อน

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าวว่า สื่ออาจจะวิเคราะห์ไกลเกินไปว่า เป็นการสิ้นยุคตระกูลชินวัตรต่อการเมืองไทย ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าตระกูลนี้ยังคงมีอิทธิพลอยู่ และมีกลุ่มมวลชนที่ยังสนับสนุนอยู่

"ขณะนี้กระบวนการทางกฎหมายยังไม่จบ คดีของคุณยิ่งลักษณ์ก็ยังไม่มีการอ่านคำพิพากษา  และแม้อ่านแล้วก็ยังอุทธรณ์ได้ตามรัฐธรรมนูญใหม่ยังไม่ถึงที่สุด  และการพูดถึงอิทธิพลของครอบครัวชินวัตรมันเป็นเรื่องการเมือง  และปฏิเสธไม่ได้ถึงอิทธิพลของตระกูลชินวัตรที่มีต่อนักการเมืองในพรรคเพื่อไทย  รวมถึงประชาชนจำนวนมากยังสนับสนุน  ซึ่งเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้  จึงไม่ควรเอาเรื่องการเมืองกับกฎหมายมาปะปนกัน  เพราะจะกลายเป็นการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง จะกลายเป็นว่ามีการกลั่นแกล้งกันเพื่อเป้าหมายทางการเมืองหรือไม่"นายอภิสิทธิ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เฉพาะผลทางการเมืองจากการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาฟังคำพิพากษามีผลอย่างไรหรือไม่นั้น  นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังมองไม่เห็นว่ามีผลกระทบทางการเมืองอย่างไรชัดเจน  เพราะคนที่ไม่สนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็จะมองว่ามีความผิดอยู่แล้วเป็นการหนีจากคดีนี้  ในขณะที่ฝ่ายสนับสนุนก็มีการปลุกระดมกันมาตลอดว่าเรื่องนี้เป้นกระบวนการเกี่ยวกับการเมืองอาจเป็นการไม่ยอมรับหรือแสดงความไม่มั่นใจ

"ผมถึงบอกว่าถ้าไม่แยกเรื่องกฎหมายกับเรื่องการเมืองออกจากกัน เราก็จะอยู่ในวังวนของความขัดแย้งต่อไป" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเมืองที่ผ่านมาถือสาเรื่องคำพูด เมื่อพูดว่าจะสู้คดีแต่กลับหนีไปจะส่งผลอะไรหรือไม่นั้น  นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ตนตอบแทนไม่ได้  ต้องไปถามผู้ที่เคยสนับสนุนว่าคิดอย่างไร

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สิ่งที่ได้รับความชัดเจนมาระดับหนึ่งแล้ว  คือคำพิพากษาในคดีของ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์กับคณะ  คำพิพากษาอธิบายที่มาที่ไปของการคออร์รัปชั่นและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการจำนำข้าว ตั้งแต่ขั้นนโยบายไล่ลงมาถึงขั้นตอนการปฏิบัติ  ตรงนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้สังคมมาทำความเข้าใจ  ซึ่งพูดได้เลยว่าไม่ได้เกิดจากว่าไม่อยากให้ช่วยชาวนา  ไม่ได้เกิดเพราะโครงการไหนขาดทุนก็แปลว่ามีความผิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาศาลครั้งนี้มีผลดีหรือผลเสียกับสังคมอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยากเห็นบ้านเมืองเดินตามกติกา  แต่มันมีความขัดแย้งกันในความรู้สึกกันเอง  ด้านหนึ่งก็มีคนอยากให้ระบบมันเดินตามปกติ  อีกด้านหนึ่งก็กลัวความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น  มันสะท้อนปัญหาของความปรองดองและการแก้ปัญหาการทุจริต  หรือกระบวนการยุติธรรมยังเป็นเรื่องใหญ่มากที่สังคมจะต้องแก้  ถึงจะพูดได้ว่ามีการปฏิรูปแล้ว  มีการปรองดองแล้ว

"เคยตั้งข้อสังเกตว่าในคดีที่เขาชนะเขาก็ยอมรับกระบวนการยุติธรรมอย่างคดีนายสมชาย  วงศ์สวัสดิ์  ก็เห็นบอกว่ายอมรับคำตัดสินของศาลยุติธรรม  นี่ก็บ่งบอกว่าการจะพูดว่าไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมนั้นเลือกหรือเปล่า ว่าทำไมบางกรณีรับบางกรณีไม่รับ"นายอภิสิทธิ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาศาล แต่ปล่อยให้อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลของตัวเองเข้าคุกจะส่งผลอะไรบ้างนั้น  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ที่ย้ำมาหลายครั้งแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ  หรือรัฐมนตรีก็ตาม ถ้าบอกว่าที่ต้องทำเพราะมีคำสั่งทั้งที่รู้ว่าไม่ถูกต้อง  ในที่สุดมันไม่มีภูมิคุ้มกันหรอก  ถ้าไปกลัวไปเกรงใจไปจำนนแล้วไปทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ถึงเวลาจริง ๆ ตัวเราเองต้องเป็นผู้รับผิดชอบ  อันนี้หวังว่าทำให้ทุกฝ่ายตระหนักว่าตนเองต้องรับผิดชอบในส่วนที่ตนเองทำอย่างเต็มที่

"ส่วนความรับผิดชอบทางฝ่ายบริหารนั้น  เรายังต้องรอฟังคำพิพากษาในคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก่อน"นายอภิสิทธิ์กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน