posttoday
ดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก

ดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก

27 สิงหาคม 2560

วันที่ 1 ก.ย. 2560 ดาวเคราะห์น้อยฟลอเรนซ์ ซึ่งเป็นดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ที่สุดดวงหนึ่งในบรรดาดาวเคราะห์น้อยจำนวนมากที่มีวงโคจรเฉียดใกล้โลก

โดย...วรเชษฐ์ บุญปลอด

วันที่ 1 ก.ย. 2560 ดาวเคราะห์น้อยฟลอเรนซ์ ซึ่งเป็นดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ที่สุดดวงหนึ่งในบรรดาดาวเคราะห์น้อยจำนวนมากที่มีวงโคจรเฉียดใกล้โลก จะเคลื่อนผ่านโลกที่ระยะห่าง 7 ล้านกิโลเมตร หรือประมาณ 18 เท่าของระยะห่างเฉลี่ยระหว่างโลกกับดวงจันทร์ คาดว่าความสว่างจะมากพอให้สังเกตได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์ของนักดาราศาสตร์สมัครเล่น

ดาวเคราะห์น้อยมีอยู่เป็นจำนวนมากในระบบสุริยะ ปัจจุบันมีดาวเคราะห์น้อยที่ค้นพบแล้วมากกว่า 7 แสนดวง ได้รับการยืนยันวงโคจรแล้วเกือบ 5แสนดวง ซึ่งในจำนวนนี้มากกว่าหมื่นดวงจัดอยู่ในกลุ่มของดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก ไม่ได้หมายความว่ามันอยู่ใกล้โลกตลอดเวลา แต่หมายถึงดาวเคราะห์น้อยที่มีส่วนหนึ่งของวงโคจรเฉียดใกล้วงโคจรของโลก จึงมีโอกาสที่จะชนโลกได้ในอนาคตเมื่อโลกและดาวเคราะห์น้อยดวงนั้นเคลื่อนมาอยู่ ณ ที่เดียวกันในเวลาเดียวกันดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกส่วนใหญ่ที่เคยเฉียดใกล้โลกมาแล้วในอดีตมีขนาดเล็กในหลักสิบหรือร้อยเมตร ดวงที่มีขนาดในหลักสิบเมตรหากชนโลกจะสร้างความเสียหายอยู่ในวงแคบ อย่างดาวเคราะห์น้อยที่เข้าสู่บรรยากาศโลกเหนือเมืองเชลยาบินสค์ในรัสเซียเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2556 ซึ่งปรากฏเป็นลูกไฟระเบิดสว่างกว่าดวงอาทิตย์ และพบซากเป็นอุกกาบาต รวมทั้งก่อให้เกิดคลื่นกระแทกในอากาศซึ่งทำให้คนนับพันได้รับบาดเจ็บ

ดาวเคราะห์น้อยดวงที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกในระดับตั้งแต่ร้อยเมตรถึงเกินกว่าหนึ่งกิโลเมตร หากชนโลกสามารถสร้างความเสียหายตั้งแต่ระดับภูมิภาคไปจนถึงระดับโลก ทำให้สิ่งมีชีวิตจำนวนมากสูญพันธุ์ได้ อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับไดโนเสาร์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เมื่อประมาณ 65 ล้านปีก่อน

ดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกหมายถึงดาวเคราะห์น้อยที่มีจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดบนวงโคจรต่ำกว่า 1.3 หน่วยดาราศาสตร์ (หน่วยดาราศาสตร์คือระยะห่างเฉลี่ยระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์) นอกจากนี้ ยังจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มของดาวเคราะห์น้อยที่มีโอกาสเป็นภัยต่อโลกเมื่อดาวเคราะห์น้อยดวงนั้นมีระยะห่างของจุดที่ใกล้วงโคจรโลกที่สุดต่ำกว่า 0.05 หน่วยดาราศาสตร์ และมีขนาดประมาณ 140 เมตรขึ้นไป

ข้อมูลถึงวันที่ 24 ส.ค. 2560 รวบรวมโดยศูนย์ศึกษาวัตถุใกล้โลก (Center for Near Earth Object Studies) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดขององค์การนาซ่า ระบุว่ามีดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกที่พบแล้วจำนวน 16,448 ดวง เป็นดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดต่ำกว่า 30 เมตร จำนวน 2,990 ดวง มีขนาดระหว่าง 30-100 เมตร จำนวน 4,549 ดวง มีขนาดระหว่าง 100-300 เมตร จำนวน 4,185 ดวง มีขนาดระหว่าง 300-1,000 เมตร จำนวน 3,843 ดวง และมีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 1 กิโลเมตรขึ้นไปจำนวน 881 ดวง ซึ่งในจำนวนทั้งหมดนี้ ถูกจัดเป็นดาวเคราะห์น้อยที่มีโอกาสเป็นภัยต่อโลกจำนวน 157 ดวง

ดาวเคราะห์น้อยฟลอเรนซ์ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า 3122 Florence โดยตัวเลขนำหน้าชื่อคือหมายเลขในลำดับบัญชีดาวเคราะห์น้อย ถูกค้นพบเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ปี ค.ศ. 1981 ตั้งชื่อตามฟลอเรนซ์ ไนติงเกล สตรีชาวอังกฤษผู้บุกเบิกด้านพยาบาลศาสตร์ยุคใหม่ ก็เป็นหนึ่งในดาวเคราะห์น้อยที่มีโอกาสเป็นภัยต่อโลกเนื่องจากสมบัติ 2 ประการ ด้วยระยะห่างและขนาดดังที่กล่าวมา

ดาวเคราะห์น้อยฟลอเรนซ์โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรีด้วยคาบ 2.35 ปี สามารถผ่านใกล้โลกได้ขณะอยู่บริเวณจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวงโคจร และเคลื่อนไกลออกไปที่ระยะห่างราว 2.5 หน่วยดาราศาสตร์ที่จุดไกลดวงอาทิตย์ที่สุด ข้อมูลการวัดความสว่างพบว่าอาจมีขนาดประมาณ 4-5 กิโลเมตร หมุนรอบตัวเองด้วยคาบ 2.36 ชั่วโมง แม้ฟลอเรนซ์จะเป็นหนึ่งในดาวเคราะห์น้อยที่มีโอกาสเป็นภัยต่อโลก แต่ข้อมูลการสังเกตการณ์ด้วยระยะเวลานานหลายสิบปีช่วยให้เราทราบวงโคจรที่มีความแม่นยำสูง การคำนวณพบว่าฟลอเรนซ์ยังไม่มีโอกาสชนโลกอย่างน้อยภายใน 100 ปีข้างหน้า

วันศุกร์ที่ 1 ก.ย. 2560 เวลาประมาณ 19.05 น.ตามเวลาประเทศไทย ดาวเคราะห์น้อยฟลอเรนซ์จะผ่านใกล้โลกที่ระยะห่าง 0.047 หน่วยดาราศาสตร์ หรือประมาณ 7 ล้านกิโลเมตร คิดเป็นระยะทางราว 18 เท่าของระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์ ขณะสว่างที่สุดคาดว่าจะสว่างราวโชติมาตร 9 นักดาราศาสตร์บอกความสว่างของวัตถุท้องฟ้าด้วยตัวเลขซึ่งยิ่งมีค่ามากยิ่งสว่าง ดาวจางที่สุดที่ตาเปล่าของมนุษย์มองเห็นภายฟ้ามืดมีโชติมาตรประมาณ 6.5 ฟลอเรนซ์ จึงไม่สว่างพอจะเห็นด้วยตาเปล่า แต่ความสว่างระดับนี้สามารถสังเกตได้ไม่ยากด้วยกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กหากท้องฟ้าเปิด อยู่ในสถานที่ซึ่งไม่มีแสงรบกวน และทราบตำแหน่งที่แน่นอนบนท้องฟ้า หรือแม้แต่กล้องสองตาที่มีฐานยึดไม่ให้ภาพสั่นไหวก็น่าจะพอเห็นได้จางๆ

ศูนย์ศึกษาวัตถุใกล้โลกระบุว่าครั้งนี้เป็นการเข้าใกล้มากที่สุดสำหรับดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ระดับนี้ในประวัติศาสตร์กว่าหนึ่งศตวรรษของการค้นพบดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก และจะใช้โอกาสนี้ในการศึกษาด้วยเรดาร์ ซึ่งจะทำให้ทราบรูปร่างที่แท้จริง และเห็นพื้นผิวของฟลอเรนซ์ที่ความละเอียดสูงราว 10 เมตร หลังจากครั้งนี้ ดาวเคราะห์น้อยฟลอเรนซ์จะผ่านใกล้โลกเป็นพิเศษอีกครั้งที่ระยะ 0.05 หน่วยดาราศาสตร์ ในวันที่ 2 ก.ย.ปี ค.ศ. 2600

ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (27 ส.ค.-3 ก.ย.)

ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์สองดวงที่อยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว เวลาประมาณ 1 ทุ่ม อยู่สูงเหนือขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่มุมเงยประมาณ 30 องศา โดยปรากฏอยู่ทางขวามือของดาวรวงข้าว ซึ่งเป็นดาวสว่างที่สุดในกลุ่มดาวนี้ หลังจากนั้นเคลื่อนต่ำจนตกลับขอบฟ้าในเวลา 3 ทุ่ม

ดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงู ซึ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวนี้คั่นอยู่ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับคนยิงธนู เวลาประมาณ 1 ทุ่ม ดาวเสาร์อยู่ที่จุดสูงสุดบนท้องฟ้าด้านทิศใต้ด้วยมุมเงยประมาณ 50-60 องศา หลังจากนั้นเคลื่อนต่ำลงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตกลับขอบฟ้าในเวลาเที่ยงคืนครึ่ง

ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์สว่างโดดเด่นบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด สัปดานี้เข้าสู่กลุ่มดาวปู เริ่มเห็นเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกตั้งแต่เวลาก่อนตี 4 เล็กน้อย จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้น มีมุมเงยเหนือขอบฟ้าประมาณ 25 องศา เมื่อถึงเวลาตี 5 ครึ่ง เช้ามืดวันที่ 2 ก.ย.ดาวศุกร์จะอยู่ใกล้กระจุกดาวรังผึ้งซึ่งเป็นกระจุกดาวเปิดที่ระยะห่าง 1.2 องศา

สัปดาห์นี้เป็นข้างขึ้น ดวงจันทร์อยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ โดยช่วงแรกเป็นเสี้ยว วันที่ 29 ส.ค.ทำมุม 90 องศา กับดวงอาทิตย์ จึงเห็นสว่างครึ่งดวง หัวค่ำวันที่ 30 ส.ค. มองเห็นดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวเสาร์ที่ระยะ 3 องศาสถานีอวกาศนานาชาติโคจรรอบโลกที่ความสูงประมาณ 400 กิโลเมตร ปรากฏให้เห็นได้ด้วยตาเปล่าเมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบ โดยมีลักษณะเป็นดาวสว่างเคลื่อนที่บนท้องฟ้า สัปดาห์นี้มีโอกาสเห็นได้หลายครั้ง ที่น่าสนใจมีดังนี้เช้ามืดวันจันทร์ที่ 28 ส.ค. 2560 กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียงเห็นสถานีอวกาศเริ่มปรากฏขณะออกจากเงามืดของโลกเหนือขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลา 05.12 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นไปทางซ้าย ผ่านจุดสูงสุดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ในเวลา 05.15 น.ที่มุมเงย 75 องศา จากนั้นเคลื่อนต่ำลงจนสิ้นสุดการมองเห็นใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือในเวลา 05.18 น.

เช้ามืดวันพุธที่ 30 ส.ค. 2560 สถานีอวกาศเริ่มปรากฏขณะออกจากเงามืดของโลกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเวลา 05.06 น. หลังจากนั้นราว 1 นาที จะถึงจุดสูงสุดที่มุมเงย 26 องศา แล้วเคลื่อนต่ำลงไปทางขวา สิ้นสุดการมองเห็นใกล้ขอบฟ้าทิศเหนือในเวลา 05.09 น.

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่