
‘เวลา’ และ ‘ผลงาน’ บทพิสูจน์ความสามารถ
สมัยนี้การที่หลายๆ องค์กรมีผู้บริหารเป็นผู้หญิงคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก เพราะผู้หญิงก็สามารถทำงานได้ (ดี) ไม่แพ้ผู้ชาย
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
สมัยนี้การที่หลายๆ องค์กรมีผู้บริหารเป็นผู้หญิงคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก เพราะผู้หญิงก็สามารถทำงานได้ (ดี) ไม่แพ้ผู้ชาย เช่นเดียวกับสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ที่ได้ คุณจิ๋ม-กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ทายาทรุ่น 2 ของเจ้าแม่โรงงานสับปะรดกระป๋องมารับหน้าที่ประธานคนใหม่
ทว่า การที่เธอเป็นผู้หญิงคนแรกต้องเข้ามารับหน้าที่นี้ จึงเป็นที่สนใจว่า เพราะอะไรชื่อของ “กัณญภัค” จึงถูกเสนอขึ้นมาท่ามกลางคณะกรรมการอีกหลายๆ คนที่ล้วนเป็นผู้ชายทั้งนั้น วันนี้เราจึงขอมาทำความรู้จักตัวตนของกัณญภัคกันสักนิด
กัณญภัค บอกว่า อยากให้มองการเป็นผู้หญิงก็สามารถทำงานได้เหมือนกัน ไม่ใช่ทำงานไม่ได้ และมองว่า การที่ถูกเลือกมานั้น เพราะทุกคนเห็นและยอมรับแล้วว่า ตนมีความพร้อมและความสามารถพอ และด้วยความที่เป็นผู้หญิง จึงทำให้รู้สึกภาคภูมิใจมากกว่า
เพราะก่อนที่จะขึ้นมารับตำแหน่งประธานสภาผู้ส่งออก กัณญภัค ก็ได้เข้ามาช่วยทำงานในธุรกิจโรงงานสับปะรดกระป๋องของครอบครัว ซึ่งถือเป็นโรงงานสับปะรดกระป๋องรายแรกๆ และรายใหญ่ของประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยเรียนจบปริญญาตรีใหม่ๆ จนเป็นที่ยอมรับมาแล้ว
กัณญภัค เล่าย้อนว่า เริ่มเข้ามาช่วยธุรกิจครอบครัวตั้งแต่จบปริญญาตรีใหม่ เมื่อปี 2524 ตอนนั้นอายุประมาณ 21 ปีเท่านั้น โดยจบปริญญาตรีด้านบัญชีมา และด้วยความที่เรียนอยู่ต่างประเทศมาตลอดตั้งแต่เด็ก ส่งผลให้ได้ทั้งภาษาอังกฤษและจีน จึงขอเข้ามาช่วยทำงานด้านการส่งออก เพราะจะได้ใช้ภาษาไปด้วย บวกกับการจบด้านบัญชีมา จึงทำให้มีส่วนช่วยในการดูแลบัญชีและต้นทุนของบริษัท ทำให้สามารถเจรจากับลูกค้าต่างชาติได้ง่ายขึ้น
“แม้ว่าจะเป็นธุรกิจในครอบครัว แต่ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองเหมือนกัน ไม่ใช่อย่างที่หลายๆ คิดกันว่า เป็นลูกเถ้าแก่เข้ามาก็เดินไปเดินมา ไม่ต้องทำงานก็ได้ ซึ่งการที่มีส่วนเข้าไปช่วยดูเรื่องกฎระเบียบการค้าต่างประเทศ ช่วยเจรจาธุรกิจ รวมทั้งช่วยจัดระบบควบคุมคุณภาพในโรงงานได้ จากจุดนี้เอง จึงได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้จัดการด้านการส่งออกของบริษัท พร้อมๆ กับทำงานในสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปไปด้วย” กัณญภัค กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจุดเริ่มต้นของบริษัทจะมาจากธุรกิจครอบครัว แต่ก็มีการขยายธุรกิจด้วยการซื้อกิจการจากบริษัท สยามอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร (SAICO) ซึ่งเดิมอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ จึงทำให้ไม่ได้เป็นการบริหารแบบธุรกิจครอบครัว แต่เป็นการบริหารแบบมืออาชีพ ที่มีกรรมการจากคนภายนอก และ กัณญภัค ก็เป็นเพียงคนเดียวในครอบครัวที่ได้รับเลือกให้เป็นประธานกรรมการบริหาร
ขณะที่เมื่อทำงานในสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป ก็ได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป จึงทำให้มีโอกาสได้เข้าร่วมเป็นกรรมการและช่วยงานในสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) มาโดยตลอด จึงทำให้มีความคุ้นเคย ประกอบกับการสรรหาประธาน สรท.คนใหม่ อยากได้Input จากคนที่เป็นเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ที่รู้ภาพกว้างด้านการส่งออก และมีความพร้อมในการทำงาน จึงทำให้ได้รับเลือกให้มารับไม้ต่อ
“พอมารับตำแหน่งประธาน สรท.ต้องดูกว้างขึ้น เพราะต้องดูด้านนโยบาย (Policy) และดูภาพรวมในหลายๆ อุตสาหกรรมด้วย ทำให้รู้ว่าที่ผ่านมาเรายังรู้น้อยมาก จึงต้องตั้งใจทำงานให้หนักขึ้น และต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรในการสร้างซัพพลายเชนด้านโลจิสติกส์ทั้งในและต่างประเทศให้ได้ประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการส่งออกมากที่สุด” กัณญภัค กล่าว







