
กระบวนการก่อนวันตัดสิน
อีกเพียง 10 วันก็จะถึงวันที่ 25 ส.ค. เป็นวันสำคัญยิ่งอีกวันหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมที่ต้องเข้ามาชี้ชะตานักการเมือง
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
อีกเพียง 10 วันก็จะถึงวันที่ 25 ส.ค. เป็นวันสำคัญยิ่งอีกวันหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมที่ต้องเข้ามาชี้ชะตานักการเมือง เป็นวันพิพากษาที่จะวางบรรทัดฐาน วางกรอบการปฏิบัติราชการของนักการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศ เป็นการพิจารณาพิพากษาโดยผู้พิพากษาระดับปรมาจารย์จำนวนทั้งสิ้น 9 ท่าน
ยิ่งใกล้วันที่ 25 ส.ค. ยิ่งเกิดกระบวนการแปลกๆ มีทั้งแสดงแสนยานุภาพ มีทั้งกระบวนการบิดเบือนข้อเท็จจริงโดยสื่อสายสีแดง ที่พยายามนำเสนอเรื่องราวเพื่อดิสเครดิตการระบายข้าวของรัฐบาล คสช.
นอกจากการใช้สื่อสายสีแดงด้วยกันแล้ว มนุษย์พันธุ์พิเศษเหล่านี้รู้ดีว่า สื่อชอบเล่นข่าวที่เป็นเรื่องร้าย ถ้ามองย้อนกลับไปจะเห็นเป็นกระบวนการสร้างข่าวโดยลำดับดังนี้
เริ่มด้วยการออกมาป่าวร้องว่า อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เป็นเหยื่อทางการเมือง เป็นการกลั่นแกล้งเพื่อทำลายระบอบประชาธิปไตย
การปลุกระดมอย่างนี้ อาจได้ผลเฉพาะกับมวลชนคนเสื้อแดงที่พร้อมจะเชื่อทุกอย่างที่ผู้นำพูด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร มีเหตุผลหรือไม่ แต่ประเด็นนี้สื่อแดงไม่อาจทำให้คนทั่วไปเห็นคล้อยตามไปได้ สื่ออื่นๆ ชี้แจงโต้แย้งว่า คดีจำนำข้าว ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง แต่เป็นการทุจริตคอร์รัปชั่น และเป็นการตรวจสอบโดยกระบวนการยุติธรรมปกติ จึงไม่ใช่การกลั่นแกล้งในทางการเมือง คสช.เป็นเพียงผู้หยุดยั้งไม่ให้เกิดความเสียหายมากไปกว่าที่เสียหายแล้วถึง 5-6 แสนล้านบาท ส่วนการกระทำจะเป็นความผิดหรือไม่ อยู่ที่กระบวนการศาลที่ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่
วาทกรรมที่แกนนำพรรคเพื่อไทยใช้กล่อมมวลชนฐานเสียงตลอดมาคือ พยายามชี้ให้เห็นว่า โครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการที่ดีมีประโยชน์ ผู้ที่ได้รับประโยชน์คือชาวนา ความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้มากอย่างที่เป็นข่าว และเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดความเสียหายบ้างจากนโยบายที่เป็นประโยชน์กับคนยากจน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในทางการเมือง
การกล่าวหาว่ากลั่นแกล้งจึงไม่ได้ผล สื่อทั่วไปเข้าใจดีว่าเป็นกระบวนยุติธรรมปกติที่มีความเป็นอิสระ เมื่อการตะแบงไม่ได้ผลไม่สามารถลบล้างการทุจริตได้ พลพรรคแดงก็มุ่งโจมตีทำลายความน่าเชื่อถือ โดยมุ่งโจมตีการระบายข้าวที่รัฐบาลลุงตู่ตั้งขึ้น
เริ่มด้วยการที่เจ้าของโกดังเก็บข้าวแห่งหนึ่ง ออกมาให้ข่าวว่า มีการทุจริตในการระบายข้าว โดยตีข้าวดีเป็นข้าวเกรดต่ำ ตามมาด้วยวาทกรรม เอาข้าวคนไปขายเป็นข้าวหมา
ข่าวนี้สื่อสายแดงเล่นอย่างหนัก เพราะรู้ดีว่าเป็นข่าวดราม่าที่ถูกใจชาวบ้าน
เรื่องนี้เป็นเรื่องแปลก เจ้าของโกดังเป็นผู้ให้เช่าโกดังเก็บข้าว ข้าวจะดีข้าวจะเสื่อมไม่เกี่ยวกับเจ้าของโกดัง (ถ้าไม่เกิดจากความบกพร่องของโกดัง) เจ้าของโกดังได้ค่าเช่าโกดังเสมอ ตราบเท่าที่มีข้าวเก็บในโกดัง กรณีนี้น่าจะเป็นโกดังเดียวที่ออกมาให้ข่าวอย่างนี้ ส่วนจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่ อย่างไร คนวงในเขารู้กันดี
ถ้าจะให้เครดิตว่าทำเพื่อชาติ ก็ต้องถามว่า เจ้าของโกดังเก็บข้าว รู้ได้อย่างไรว่า คุณภาพข้าวเป็นอย่างไร มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคุณภาพข้าวหรือไม่ คณะทำงานที่ตรากตรำทำงานตั้งแต่การตรวจสอบคุณภาพข้าวจนถึงการระบายข้าว ไม่ได้มีเฉพาะข้าราชการที่ผู้คนไม่ค่อยจะเชื่อมั่น แต่มีเอกชนจากคณะกรรมการตรวจข้าวสภาหอการค้าไทยที่มีอดีตข้าราชการมือสะอาดจากกระทรวงพาณิชย์ ร่วมอยู่ในทีมงาน และการตรวจคุณภาพข้าว ก็ส่งให้บริษัทรับตรวจระหว่างประเทศ และสำหรับข้าวหอมมะลิ ข้าวไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ส่งให้ห้องปฏิบัติการดีเอ็นเอเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเรื่องข้าว เป็นผู้ตรวจสอบ ซึ่งมีความเป็นอิสระและน่าเชื่อถืออย่างยิ่ง
การร้องศาลปกครองของบริษัทแห่งหนึ่ง ขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราว ให้ระงับการระบายข้าวที่เหลืออีกเพียงประมาณ 7 แสนตัน (จากทั้งหมดกว่า 18 ล้านตัน) หากไปค้นประวัติกรรมการบริษัทที่ถูกตัดสิทธิ จะรู้ดีว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร คดีนี้แม้ศาลปกครองกลางจะคุ้มครองให้ระงับการระบายข้าวแต่ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 11 ที่ผ่านมาแล้ว
ล่าสุดสื่อแดงได้สร้างวาทกรรมว่า ถ้าการทุจริตรับจำนำข้าวนายกฯ ต้องรับผิด การทุจริตระบายข้าวนายกฯ ก็ควรต้องรับผิดด้วย ทำให้เห็นภาพจิ๊กซอว์ได้ชัดเจนขึ้นว่า ที่ผ่านมามีความพยายามทำให้เห็นว่า การระบายข้าวก็มีการทุจริต แล้วจึงสรุปชักนำให้เห็นว่า นารี
ขี่ควายแดง ถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงต่างกันโดยสิ้นเชิง ไม่อาจนำมาปรียบเทียบกันได้ กรณีรับจำนำข้าว มีหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่โดยตรง ได้ส่งหนังสือถึงนายกฯ ปูแดง เตือนแล้วเตือนอีกว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว แต่ไม่ปรากฏว่ามีการแก้ไขแต่อย่างใดเลย
จะแก้ไขได้อย่างไร เพราะเธอไม่ใช่ผู้บริหารตัวจริง เธอเป็นเพียงหุ่นเชิดให้กับพี่ชาย คนควบคุมสั่งการจริงไม่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย คนที่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายคือคนไม่ประสีประสา ไม่รู้เรื่องการบริหาร มีหน้าที่อ่านโพยตามที่ทีมงานเขียนให้ แต่ปฏิเสธความรับผิดตามกฎหมายไม่ได้
แค่อ่านโพยเธอยังอ่านผิด จะให้เธอไปรู้เรื่องคุณภาพข้าว ซึ่งต้องใช้สติปัญญามากเกินไปกว่าที่เธอจะเข้าใจได้
คงต้องทำใจทนฟังเธออ่านโพยไปเรื่อยๆ จนกว่าศาลจะตัดสิน







