posttoday
ผ่า 4 ประเด็นร่าง พรบ.กสทช.

ผ่า 4 ประเด็นร่าง พรบ.กสทช.

22 กันยายน 2553

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 22 ก.ย. กำลังเป็นที่สนใจอีกครั้ง

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 22 ก.ย. กำลังเป็นที่สนใจอีกครั้ง

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 22 ก.ย. กำลังเป็นที่สนใจอีกครั้ง เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้เลื่อนร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ.ศ.. ... ที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไขมาแล้วขึ้นมาพิจารณาเป็นลำดับแรก เพื่อเตรียมการแก้ปัญหาหากกรณีศาลปกครองมีคำสั่งให้ชะลอการประมูล 3จี
สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือ การให้มี กสทช.ขึ้นมาเพื่อมาเป็นหน่วยงานจัดสรรคลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งเป็นการออกกฎหมายบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าว

สำหรับเนื้อหาที่วุฒิสภามีการปรับแก้ไขไปก่อนหน้านี้ มีด้วยกันถึง 23 มาตรา โดยครอบคลุมใน 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

1.องค์ประกอบ กสทช. วุฒิสภากำหนดให้ 15 คน จากร่างเดิม 11 คน โดยให้สถาบันการศึกษาของรัฐ และองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรในด้านความมั่นคงและด้านการบริหารราชการ เป็นหน่วยงานที่มีสิทธิเสนอรายชื่อกรรมการ กสทช. โดยให้สำนักงาน กสทช. เป็นหน่วยงานธุรการในการดำเนินการสรรหา กสทช. จากเดิมที่สภากำหนดให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเป็นหน่วยงานธุรการ

2.คุณสมบัติของ กสทช. วุฒิสภาแก้ไขให้บุคคลที่จะมาทำหน้าที่ กสทช. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์ เดิมสภากำหนดให้มีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 65 ปี นอกจากนี้วุฒิสภากำหนดให้บุคคลที่อยู่ระหว่างการห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้ามาเป็น กสทช. ทั้งนี้ กสทช. มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี เพียงวาระเดียว โดยวุฒิสภาแก้ไขการพ้นจากตำแหน่งนอกเหนือไปจากการพ้นไปตามวาระเอาไว้ว่า เมื่ออายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ ต้องพ้นจากตำแหน่ง ตรงกันข้ามกับสภาที่กำหนดเอาไว้ที่อายุ 65 ปีบริบูรณ์

3.การจัดทำแผนแม่บท วุฒิสภาแก้ไขให้การจัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่นั้น กสทช.ต้องมีระยะเวลาในการรับฟังความคิดเห็นในการจัดทำแผนแม่บทไม่น้อยกว่า 30 วัน และกำหนดรายละเอียดเพื่อใช้งานด้านความมั่นคงของรัฐต้องเป็นไปอย่างเพียงพอและเหมาะสม ขณะที่ในส่วนของสภาไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลาในการจัดทำแผนแม่บท รวมไปถึงไม่ได้กำหนดเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ

4.การนำส่งรายได้ให้ กสทช.ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ วุฒิสภาบัญญัติให้เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้ประกาศบังคับใช้ ให้รัฐวิสาหกิจที่ได้รับจัดสรรไปให้ผู้อื่นประกอบกิจการนำส่งรายได้จากผลประกอบการในส่วนที่ได้รับจากการให้อนุญาตที่รัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐไม่ว่าจะได้ทั้งหมดหรือบางส่วนมาให้ กสทช. โดยให้หักค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่ง กสทช.จะนำส่งเงินดังกล่าวเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป โดยในประเด็นนี้สภากำหนดระยะเวลาไว้ที่ 1 ปี

ทั้ง 4 ประเด็นนี้ ถือเป็นสาระสำคัญที่สภาและวุฒิสภามีความเห็นไม่ตรงกัน ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของทั้งสองสภา โดยที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ประเทศไทยจะมี กสทช.เข้ามาเพื่อจัดสรรทรัพยากรของชาติให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน