
พบฝูงปลาวาฬบรูด้าโผล่หากินทะเลแหลมผักเบี้ย
ฝูงปลาวาฬบรูด้าว่ายหากินชายฝั่งทะเลแหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี เผยตัวใหญ่สุดมีขนาดความยาวถึง 14 เมตร
ฝูงปลาวาฬบรูด้าว่ายหากินชายฝั่งทะเลแหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี เผยตัวใหญ่สุดมีขนาดความยาวถึง 14 เมตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่างภาพอิสระ สามารถบันทึกภาพนิ่งฝูงปลาวาฬบรูด้ากำลังอ้าปากกินปลาโดยมีเหล่านกนางนวลจำนวนมากบินวนอยู่รอบ ๆ ไว้ได้ในขณะที่เหมาเรือประมงออกไปยังกลางทะเลเพื่อไปเก็บภาพบรรยากาศและถ่ายภาพนกน้ำ โดยนายสมพงษ์ ได้นำภาพที่ถ่ายได้มาให้กับผู้สื่อข่าวได้ดู พร้อมกับแจ้งข้อมูลว่าพบปลาวาฬบรูด้าประมาณ 7-9 ตัวขึ้นอยู่กลางทะเลห่างจากฝั่งทะเลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จ.เพชรบุรี ประมาณ 6 กิโลเมตร รวมถึงมีปลาโลมาหัวบาตรขึ้นอยู่ด้วยประมาณ 14 ตัว ที่ต่างขึ้นมากินปลาขนาดเล็กอยู่กลางทะเล
หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้ดูภาพและทราบข้อมูลสถานที่ที่พบปลาวาฬบรูด้าและปลาโลมาหัวบาตรจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่ง พบฝูงปลาวาฬบรูด้าจำนวนหลายตัวว่ายน้ำหากินอยู่บริเวณชายฝั่งระหว่าง ต.บางตะบูน อ.บ้านแหลม และ-ต.แหลมผักเบี้ย อ.เมือง จ.เพชรบุรี ซึ่งจุดที่พบอยู่ห่างจากชายฝั่ง 4 ไมล์ทะเล โดยตัวใหญ่สุดพบมีขนาดความยาวถึง 14 เมตร น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2 ตัน และยังพบวาฬบรูด้าขนาดกลางและเล็ก เชื่อเป็นครอบครัวเดียวกัน และสามารถถ่ายภาพได้อย่างใกล้ๆ โดยจุดที่พบมีระดับความลึกของน้ำเพียง 5-6 เมตรเท่านั้น
ภาพโดย : สมิทธ สุตติบุตร
ก่อนหน้านี้ชาวประมงพบเห็นวาฬบรูด้าเข้ามาว่ายน้ำหากินอยู่คราวละ 7 ตัว – 14 ตัว และยังพบเห็นโลมาหัวบาตรว่ายน้ำหากินเป็นฝูงอยู่ใกล้ๆกันอีกด้วย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำที่เพิ่มขึ้น เพราะหากไม่มีฝูงปลาเล็กในพื้นที่นี้ปลาวาฬก็จะไม่เข้ามาเด็ดขาด โดยช่วงเวลาที่จะพบฝูงปลาวาฬบรูด้า คือช่วงน้ำขึ้น มีฝูงปลาเล็กอยู่ใกล้ฝั่งจำนวนมาก ลมทะเลไม่แรงเกินไป และสภาพน้ำต้องดีด้วย
สำหรับปลาวาฬบรูด้า เป็นสัตว์ห้ามค้าระหว่างประเทศ ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายของไทย และเป็นสัตว์ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ ลักษณะทั่วๆ ไปของวาฬบรูด้า เป็นวาฬขนาดปานกลาง มีรูปร่างค่อนข้างเพรียว ลำตัวของวาฬชนิดนี้สีเทาเข้ม มีลายแต้มสีขาว ประปรายตรงใต้คางและใต้คอ บางตัวพบมีแถบสีจางบนแผ่นหลัง บางตัวก็ มีจุดสีจางทั้งตัวคล้ายสีเทาลายกระสีขาว เวลาอยู่ในทะเลจะสังเกตเห็นสัน 3 สันเด่นชัดด้านบนของปาก ซึ่งจะวางตัวขนานกันจากปลายปากจนถึงตำแหน่งของรูหายใจ ในขณะที่วาฬชนิดอื่นๆ มีสันตรงกึ่งกลางปากเพียง สันเดียว เวลาผุดขึ้นหายใจเหนือผิวน้ำ จะเห็นหัวและน้ำพุที่หายใจออกมาเป็นเวลานานสักครู่ ก่อนจะเห็นครีบหลังตามมา
ทั้งนี้จุดเด่นของวาฬบรูด้า คือ ครีบหลังที่มีรูปโค้งอยู่ค่อนไปทางด้านปลายหาง แพนหางวางตัวตาม แนวราบ และมีรอยเว้าเข้าตรงกึ่งกลาง ครีบคู่หน้ามีปลายแหลมและมีความยาวเป็น 10% ของความยาวลำตัว ใต้ปากล่างมีร่องตามยาวประมาณ 40-70 ร่อง ซึ่งพาดจากใต้ปากจนถึงตำแหน่งสะดือ แผ่นกรองที่ห้อยลงมาจาก ปากบนมีจำนวน 250-370 แผ่น แผ่นที่ยาวที่สุดยาว 60 เซนติเมตร ซี่บนแผ่นกรองค่อนข้างหยาบ
ปลาวาฬบรูด้า เมื่อโตเต็มที่จะยาว 14 – 15.5 เมตร หนัก 20 – 25 ตัน กินอาหารโดยการกรอง เนื่องจากวาฬบรูด้า เป็นวาฬชนิดไม่มีฟันแต่มีบาลีน เป็นแผ่นกรองคล้ายหวี สีเทา 250 – 370 ซี่ ใช้กรองแพลงก์ตอน และฝูงปลากินเป็นอาหาร เช่น ปลาหมึก ปลาทู ปลากะตัก เป็นต้น พบแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อน ในเขตละติจูด 40 องศาเหนือถึงใต้ ไม่พบการอพยพย้ายถิ่นฐานเป็นระยะทางไกล โดยมากมักพบครั้งละ 1-2 ตัว วัยเจริญพันธุ์ ในช่วงอายุ 9-13 ปี วาฬบรูด้าจะให้ลูกครั้งละ 1 ตัวทุก 2 ปี ตั้งท้องนาน 10-12 เดือน ระยะให้นมน้อยกว่า 12 เดือน ลูกวาฬแรกเกิดจะมีความยาวประมาณ 3-4 เมตร วาฬบรูด้าอายุยืนถึง 50 ปี เวลาจมตัวดำน้ำจะโผล่หัวเล็กน้อยแล้วทิ้งตัวจมหายไปไม่โผล่ส่วนหางขึ้นมาเหนือน้ำ
ปลาวาฬบรูด้า เป็นวาฬเพียงชนิดเดียวที่พบว่า อาศัยอยู่ประจำถิ่นในอ่าวไทยและมีขนาดเล็กกว่าที่พบจากแหล่งอื่นๆ ทั่วโลก ทำให้มีนักวิทยาศาสตร์ต่างชาติหลายท่านพยายามศึกษาและตั้งชื่อวาฬบรูด้า ในอ่าวไทยให้เป็นวาฬชนิดใหม่ของโลก ปัจจุบัน แต่จะพบบ่อยที่ทะเลบ่อนอก จ.ประจวบคีรีขันธ
ภาพโดย : สมิทธ สุตติบุตร







