ฮาร์ททิสต์ กระเป๋าผ้าจากคนพิเศษ
บางครั้งความพิเศษอาจเกิดขึ้นจากความไม่สมบูรณ์แบบ อย่าง ฮาร์ททิสต์ (Heartist) กระเป๋าที่ได้นำผ้าจากการทอบำบัดของน้องๆ
โดย...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย
บางครั้งความพิเศษอาจเกิดขึ้นจากความไม่สมบูรณ์แบบ อย่าง ฮาร์ททิสต์ (Heartist) กระเป๋าที่ได้นำผ้าจากการทอบำบัดของน้องๆ ที่บกพร่องทางสมองและทางเข้าสังคม มาผสมผสานกับผ้าทอมือธรรมชาติของกลุ่มแม่บ้านบ้านบัวงาม จ.อุบลราชธานี จนกลายเป็นกระเป๋าที่ไม่มีลวดลายอันเป็นแบบแผนหรือข้อกำหนดใดๆ
เพราะทุกใบทอขึ้นจาก “บุคคลพิเศษ” ที่ต้องใช้ความพยายามมากกว่าบุคคลปกติ บ้างมีกล้ามเนื้อมือไม่แข็งแรง บ้างมีสมาธิไม่ยืดยาว และบ้างชอบคุยกับเพื่อนในจินตนาการ จึงยากต่อการผูกปมผ้า ยากต่อการกำหนดลายผ้า และยากต่อการจำกัดระยะเวลาในการทำ
ทว่าสิ่งเหล่านี้คือความแตกต่างที่โดดเด่น เพราะถึงแม้จะมาจากผ้าผืนเดียวกัน แต่หากทอด้วยอารมณ์ต่างกัน ความละเอียดที่ออกมาก็จะไม่เหมือนกัน ทำให้เป็นกระเป๋าที่มีใบเดียวในโลก
วริศรุตา ไม้สังข์ ผู้ก่อตั้งฮาร์ททิสต์ วัย 25 ปี เล่าว่า ตนเริ่มต้นคลุกคลีกับบุคคลพิเศษจากการเป็นอาสาสมัครของการทอผ้าบำบัดกับครอบครัวน้องพิเศษภายใน “กลุ่มอรุโณทัยเพื่อบุคคลพิเศษ” ซึ่งเธอใช้ระยะเวลากว่าครึ่งปีในการสร้างความเชื่อใจจนได้เป็น “ตัวกลาง” เชื่อมระหว่างโลกภายนอกกับโลกภายในกลุ่ม เนื่องจากตนเชื่อว่า สินค้าหรือผ้าทอของน้องพิเศษสามารถสร้างแรงบันดาลใจ และขยายไปสู่การส่งเสริมพัฒนาการของผู้พิการกลุ่มอื่นๆ ได้เช่นกัน
“ผ้าของน้องพิเศษจะมีความพิเศษ เพราะเราจะไม่กำหนดลวดลาย ไม่กำหนดสีสัน และไม่กำหนดอะไรเลย เพราะเป็นผ้าที่มาจากการบำบัด และตำหนิบนผ้าคือความแตกต่าง ไม่ใช่ความผิด ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องออกแบบต่อ เราจึงพยายามนำมาเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ที่คนซื้อใช้เพราะชอบ ไม่ใช่เพราะความสงสาร” เธอกล่าว
หลังจากก่อตั้งแบรนด์อย่างจริงจังเมื่อต้นปี 2560 วริศรุตาได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ SET Social Impact Gym by mai Executives ของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีผู้บริหารเป็นโค้ชร่วมพัฒนาศักยภาพให้กับธุรกิจเพื่อสังคมจาก 13 ราย เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ทำให้เธอมีแนวทางพัฒนาแบรนด์ฮาร์ททิสต์ในแง่ธุรกิจควบคู่ไปกับการบำบัดบุคคลพิเศษ
“การทอผ้าด้วยกี่ทอจะช่วยให้ตา มือ และเท้า ทำงานประสานกัน และเป็นการทำสิ่งซ้ำๆ ต่อเนื่องกันไปทั้งผืน ดังนั้นน้องพิเศษจะต้องนั่งทำอะไรซ้ำๆ ซึ่งเป็นการสร้างสมาธิ ฝึกเรื่องความนิ่ง อย่างน้องพิเศษบางคนทอห้านาทีแต่คุยกับเพื่อนในจินตนาการสองสามชั่วโมง แต่เมื่อเขาได้ทอทุกวันๆ เขาก็จะทอได้นานขึ้น ทอได้มากขึ้น จากห้านาทีเป็นครึ่งชั่วโมง จากหนึ่งชั่วโมงเป็นสองชั่วโมง ซึ่งเราถือว่าเขามีพัฒนาการที่ดีขึ้นมากแล้ว
การทอผ้ายังทำให้เขามีปฏิสัมพันธ์กับคนมากขึ้น เพราะในกลุ่มจะมีคนปกตินั่งทอไปด้วยข้างๆ ทำให้เขากล้าสบตา กล้าคุยกับคนอื่น และที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้ครอบครัวของน้องพิเศษกล้ามีตัวตนนอกกลุ่ม อย่างตอนนี้เรามีสี่ครอบครัวที่ยินยอมให้เราถ่ายรูปได้ มาออกงานกับเราได้ และภูมิใจที่ผ้าของน้องพิเศษได้ออกมาสู่สายตาของคนจำนวนมาก”
จริงอยู่ที่การเริ่มต้นธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับฮาร์ททิสต์ถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทาย เพราะในแง่ธุรกิจคนจะซื้อสินค้าที่มีความงาม แต่ความงามในแบบฮาร์ททิสต์คือความแตกต่าง วริศรุตากล่าวถึงขั้นตอนว่า ปัจจุบันเธอรับซื้อผ้าทอจาก 2 แหล่ง คือ กลุ่มอรุโณทัยเพื่อบุคคลพิเศษ และโรงเรียนปัญญานุกูล ในราคากรัมละ 4 บาท โดยเธอเป็นคนบริจาคไหมฝ้ายให้กับทั้งสองแห่งเพื่อควบคุมให้เป็นผ้าแบบเดียวกัน ทว่าเมื่อถึงขั้นตอนการทอจะไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้ผ้าหนึ่งผืนอาจนำมาใช้ได้ครึ่งผืนหรือค่อนเดียว
ดังนั้น เธอจึงใช้ผ้าทอฝีมือบุคคลพิเศษมาเป็นหูกระเป๋า ส่วนตัวกระเป๋าได้ใช้ผ้าทอมือธรรมชาติของกลุ่มแม่บ้านบ้านบัวงาม จ.อุบลราชธานี มาเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบ และเรื่องการออกแบบในตอนนี้ได้มีการจ้างดีไซเนอร์ออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น กระเป๋าสะพาย กระเป๋าถือ และกระเป๋าเครื่องสำอาง โดยจะวางขายในเดือน ส.ค. เพิ่มเติมจากกระเป๋าซิกเนเจอร์ (Miss Japanese Tie knot classic ราคา 990 บาท) ที่มีขายอยู่แล้วทางสื่อออนไลน์เพจเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม heartistdid
“คนที่ใช้กระเป๋าของเราคือคนที่ฉลาดเลือกสินค้า และเป็นคนที่เปิดโอกาสให้ผู้อื่น เพราะกระเป๋าฮาร์ททิสต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระเป๋า แต่เป็นการส่งต่อโอกาสให้ผู้อื่น” เธอเล่าถึงคอนเซ็ปต์ “เราไม่ได้เน้นว่าคนสวยต้องมาถือของเรา แต่เราเน้นว่าทุกคนที่เปิดใจจะใช้กระเป๋าของเรา โดยไม่คิดว่าถือกระเป๋าที่มีปมด้ายมีตำหนิแล้วจะไม่สวยงามอะไร ซึ่งเหมือนกับคนเราที่ต้องมีตำหนิอะไรสักอย่าง แถมยังเป็นความสวยงามที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งผู้ใช้สามารถบอกต่อได้ว่ากระเป๋าที่ใช้อยู่นั้นมาจากไหน และกลายเป็นช่องทางการบอกเล่าความสามารถของเด็กพิเศษที่ทรงพลังมากๆ”
ด้านผลกระทบทางสังคม วริศรุตาคาดหวังไว้ 2 ด้าน คือ น้องพิเศษมีพัฒนาการทางด้านอารมณ์ที่ดีขึ้น และครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากเด็กพิเศษส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยได้ ด้วยพัฒนาการทางด้านต่างๆ ไม่พร้อม โดยเฉพาะอารมณ์และการเข้าสังคม หลายครอบครัวผู้เป็นพ่อหรือแม่ต้องออกจากงานมาเพื่อดูแลลูก ทำให้รายได้ที่มีลดน้อยลง พอนานวันเข้ารายได้ที่เหมือนจะไม่ใช่ปัญหาหลักก็กลับกลายมาเป็นปัญหา
ในขณะเดียวกัน สิ่งที่ครอบครัวแสวงหาอันดับแรกกลับไม่ใช่เงิน แต่คือการช่วยบำบัดให้น้องมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ทั้งสองปัญหาจึงต้องถูกแก้ไขควบคู่กันไป และต้องถูกแก้ไขอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม เธอคิดจะต่อยอดแบรนด์ฮาร์ททิสต์จากกระเป๋าไปสู่ของตกแต่งบ้านแนวศิลปะ โดยอาจเริ่มจากการเปลี่ยนจากกี่ทอผ้าใหญ่ให้เป็นกี่ทอเล็กแบบพกพา ให้น้องพิเศษสร้างสรรค์งานให้จบได้ในผืนเดียว และปรับให้เป็นของตกแต่งบ้าน
“คนเราขาดพื้นที่กับโอกาส” เธอเชื่อเช่นนั้น ดังนั้นหากสามารถสร้างแบรนด์จนติดตลาดแล้ว ลำดับต่อไปเธออยากกลับไปสู่โลกของการบำบัด เพราะในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Listen by Heart ผู้ผลิตวิดีโอและสื่อภาพสอนภาษามือภาษาอเมริกันกลางสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน เธอจะนำแบรนด์ฮาร์ททิสต์กลับไปช่วยและบำบัดผู้พิการทางการได้ยินและด้านอื่นๆ ต่อไปในอนาคต
“เมื่อปีที่แล้ว ไม่เคยคิดเลยว่าจะทำกิจการเพื่อสังคม คิดแต่อยากช่วยสังคม อยากเป็นอาสาสมัคร แต่เมื่อลงมือทำจริงๆ แล้วจากเดิมที่คิดว่ามีเงินแค่ไหนก็ทำแค่นั้น แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมันทำให้เรารู้ว่า เงินเป็นปัจจัยที่สำคัญแค่ไหน เพราะกิจการเพื่อสังคมจะดำเนินต่อไปได้ต้องมีเงินหมุนเวียนเหมือนธุรกิจอื่นๆ เมื่อไม่มีเงินธุรกิจจะไม่สามารถเดินต่อไปได้ และภาพที่เราหวังไว้ก็จะไม่มีทางได้เห็นเพราะธุรกิจมันไปไม่รอด”
ปัจจุบันวริศรุตาทำแบรนด์ฮาร์ททิสต์เพียงคนเดียว พร้อมกับทำงานประจำที่ มินิท วิดีโอ ไทยแลนด์ (Minute videos Thailand) โดยใช้เวลาหลังเลิกงานและวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทุ่มให้กับฮาร์ททิสต์ เพื่อหวังว่าต่อจากนี้อีก 1 ปี แบรนด์จะอยู่ได้อย่างยั่งยืน
คำว่า ฮาร์ททิสต์ มาจากคำว่า ฮาร์ท (Heart) แปลว่า หัวใจ ผสมกับคำว่า อาร์ทิสต์ (Artist) แปลว่า ศิลปิน เพราะเธอเชื่อว่าทุกคนที่มีใจก็สามารถเป็นศิลปินได้ ไม่ว่าจะเป็นการทอผ้า งานไม้ งานดิน ต่างเป็นงานศิลปะที่ไม่ว่าใครที่มีใจอยากทำก็สามารถทำได้ อย่างกระเป๋าผ้าทุกใบของฮาร์ททิสต์ก็เรียกได้ว่าเป็นงานศิลปะอย่างแท้จริง เพราะทุกเส้นไหมทุกลวดลายล้วนใช้หัวใจทอ


