posttoday
ไพรมารีโหวตสำหรับพรรคการเมืองไทย 4.0

ไพรมารีโหวตสำหรับพรรคการเมืองไทย 4.0

30 กรกฎาคม 2560

หลายพรรคเป็นกังวลเรื่องไพรมารีโหวตอาจจะเป็นเพราะเป็นของใหม่ หรือไม่ก็ไม่อยากยุ่งยาก แต่ความจริงนั้น

โดย...ทวี สุรฤทธิกุล

หลายพรรคเป็นกังวลเรื่องไพรมารีโหวตอาจจะเป็นเพราะเป็นของใหม่ หรือไม่ก็ไม่อยากยุ่งยาก แต่ความจริงนั้นระบบนี้ได้ใช้กันอยู่ในระบบการเมืองไทยมาช้านานแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือมีความยุ่งยากซับซ้อนอะไรเลย โดยเฉพาะการทำไพรมารีในสังคมสมัยใหม่ หรือ “ไทยแลนด์ 4.0”

ในการเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2476 แม้จะเป็นการเลือกตั้งทางอ้อม แต่นั่นก็เป็นการนำระบบไพรมารีมาใช้ตั้งแต่เริ่มต้น โดยการกำหนดให้ผู้ใหญ่บ้านและกำนันมาเลือกตัวผู้ได้รับการเสนอชื่อในระดับอำเภอ จากนั้นก็ลงคะแนนอีกรอบเพื่อให้ได้ผู้แทนราษฎรในแต่ละจังหวัดให้ได้จำนวน สส.70 คน มารวมกับ สส.ที่มาจากการแต่งตั้งโดยคณะราษฎรอีก 70 คน รวมเป็น สส.ทั้งสภาในยุคแรกนี้ 140 คน ซึ่งก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งที่การติดต่อสื่อสารและการคมนาคมในยุคนั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก

ต่อมาในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2480 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งโดยตรงครั้งแรก โดยเป็นการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต มีจำนวน สส.ทั้งประเทศ 91 คน ก็เป็นไปด้วยเรียบร้อยเช่นกัน ทั้งนี้แต่ละจังหวัดได้มีการรณรงค์ให้มีการสรรหาผู้สมัครอย่างเข้มแข็ง โดยที่ตัวผู้สมัครได้ “เสนอตัว” ให้เป็นที่รู้จัก แล้วหาผู้สนับสนุนให้เป็นกลุ่มเป็นก้อน ที่สุดก็ไปลงรับสมัครรับเลือกตั้ง ก็ทำให้การตัดสินใจของประชาชนเป็นไปด้วยความราบรื่น ทั้งนี้เพราะระบบการเมืองไทยมี “ตัวช่วย” นั่นก็คือ ระบบ “หัวคะแนน” ที่พัฒนามาจากคนรู้จักคุ้นเคยที่มีตำแหน่งฐานะเป็นผู้ “มีหน้าตา” ในสังคมในแต่ละชุมชนนั้น เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครู และพระ เป็นต้น จากนั้นระบบการเลือกตั้งของไทยก็เข้าสู่ “การทำไพรมารีโดยหัวคะแนน” นี้เรื่อยมา แต่ก็เป็นระบบหัวคะแนนที่อาศัย “การไหว้วาน” เป็นหลัก ยังไม่ได้ทำเป็น “ธุรกิจเลือกั้ง” เหมือนในสมัยหลังๆ

กระทั่งในการเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2522 ที่เริ่มมี “การทำไพรมารีโดยการซื้อเสียง” หรือ “ธุรกิจเลือกตั้ง” ซึ่งก็พัฒนามาจากระบบหัวคะแนนในสมัยก่อน แต่แทนที่จะอาศัยไหว้วานกันแบบเครือญาติหรือเพื่อนฝูง ก็มีการ “ตั้งค่าหัว” หรือ “ค่าตัว” ที่หัวคะแนนจะกำหนดขึ้น ส่วนหนึ่งก็พิจารณาจากฐานะของผู้สมัครแต่ละคนนั้นเป็นสำคัญ ต่อมาตัวผู้สมัครนั่นเองก็เข้าไปเป็นผู้กำหนดราคา คือ มีการประมูลหัวคะแนนเพื่อให้ได้จำนวนคนที่จะมาลงคะแนนให้ได้ตามเป้า ที่สุดระบบนี้ก็ทำให้เกิด “ไพรมารีใต้ดิน” คือ สาธารณชนสามารถที่จะรู้ได้พอสมควรว่า ใครที่มี “คะแนนนำ” โดยดูจากการจัดซื้อหัวคะแนนหรือเงินซื้อเสียงที่ใช้ไปนั่นเอง

ระบบไพรมารีโดยการซื้อเสียงนี้ได้กลายเป็น “อาชญากรรม” ที่ทำร้ายระบอบประชาธิปไตยเรื่อยมา กระทั่งในการร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 ก็มีการช่วยกันคิดหาวิธีปราบอาชญากรรมดังกล่าว อย่างน้อยใน 3 มาตรการด้วยกัน คือ หนึ่ง การให้มีคณะกรรมการการเลือกตั้งขึ้นมาทำหน้าที่แทนกระทรวงมหาดไทย โดยเชื่อกันว่าจะมีอิสระ ความเป็นกลาง และจัดการการเลือกตั้งได้มีประสิทธิภาพและสุจริตเที่ยงธรรมกว่าเดิม สอง การเพิ่มบทบาทของภาคประชาชนให้หวงแหนสิทธิในการเลือกตั้ง โดยเชื่อว่าการขายเสียงจะน้อยลง ประชาชนจะมีความสำนึกในการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม และสาม การควบคุมโดยกฎหมายพรรคการเมือง ที่กำหนดให้แต่ละพรรคต้องจัดการดูแลการส่งผู้สมัครและการหาเสียงให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยกำหนดบทลงโทษต่างๆ อย่างรุนแรงถึงขั้นยุบพรรค

อย่างไรก็ตาม กฎหมายและมาตรการทั้งหลายก็พ่ายแพ้ต่อ “ความกระหายอยาก” ของนักการเมือง ที่สามารถหาช่องทางที่จะ “แหก” กฎหมายและละเมิดกติกาต่างๆ ได้อย่างมหัศจรรย์ แม้จะมีการแก้ไขในรัฐธรรมนูญปี 2550 ให้มีมาตรการต่างๆ เข้มข้นและรุนแรงขึ้น แต่ก็ยัง “เอาไม่อยู่” กับความสามารถของนักการเมืองที่มีการพัฒนาไปเหนือกว่า กระทั่งเมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 จึงได้เพิ่มมาตรการบางอย่างเพิ่มเติม โดยเฉพาะการกำหนดให้ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการควบคุมและบริหารงานของพรรคการเมืองต่างๆ ในทุกขั้นตอน อันเป็นที่มาของการร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่มีเรื่องของการทำไพรมารีโหวตนี้อยู่ด้วย

ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.ป.ฉบับนี้ด้วยคนหนึ่ง ขอชี้แจงด้วยความจริงใจว่า พ.ร.ป.ฉบับนี้ไม่ได้มีเจตนาจะกลั่นแกล้งหรือสร้างความยุ่งยากอะไรให้กับพรรคการเมือง และอยากบอกว่าการทำไพรมารีของเราไม่ใช่เป็นแบบที่ทำอยู่ในสหรัฐอเมริกาหรือในบางประเทศ ที่มีพรรคการเมืองบางพรรคอ้างว่ายุ่งยากและสิ้นเปลือง ต้องใช้เงินทองมาก และมีกลวิธีซับซ้อน ความจริงในประเทศเหล่านั้นเขาก็ไมได้ออกกฎหมายบังคับ แต่เป็นกลไกทาง การเมืองที่เขากระทำกันเองในหมู่สมาชิกของพรรคการเมือง จนกลายเป็นวัฒนธรรม คือ เป็นที่ยอมรับและมีการปฏิบัติกันต่อๆ มา

ใน พ.ร.ป.ฉบับนี้ก็ไม่ได้มีบทบัญญัติว่าจะต้องทำไพรมารี เพียงแต่เขียนไว้กว้างๆ ว่าให้สมาชิกของพรรคในแต่ละเขตเลือกตั้ง “มีส่วนร่วม”ในการเสนอผู้รับสมัครเลือกตั้ง แทนที่จะทำกันโดยคณะกรรมการบริหารพรรค หรือคนไม่กี่คนในพรรคเช่นที่เคยเป็นมา ทั้งนี้หากนักการเมืองที่คัดค้านแนวคิดนี้ “มีความรู้” เกี่ยวกับการเลือกตั้งในประเทศไทย ก็น่าจะรู้แล้วว่าใครคือตัวปัญหาในระบบการเลือกตั้งของประเทศไทย เพียงแต่ครั้งนี้เขาต้องการให้ประชาชนเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ตามแนวคิดการเมืองสมัยใหม่ที่ประชาชนต้องร่วมรับผิดชอบ ภายใต้เทคโนโลยีสมัยใหม่ การทำไพรมารีก็ไม่ใช่สิ่งยุ่งยาก

ใครอยากลงเลือกตั้งก็ทำแบบประกวด AF นั่นเลย

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69