เงินไร้ที่มา 14ล. เอี่ยวค้ามนุษย์ ปมจำคุก พล.ท.มนัส
รูดม่านคดีประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เมื่อการดำเนินคดีขบวนแก๊งค้ามนุษย์ "โรฮีนจา" ที่เคยเป็นข่าวใหญ่โตเมื่อปี 2558
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
รูดม่านคดีประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เมื่อการดำเนินคดีขบวนแก๊งค้ามนุษย์ "โรฮีนจา" ที่เคยเป็นข่าวใหญ่โตเมื่อปี 2558 องค์คณะผู้พิพากษาแผนกคดีค้ามนุษย์ในศาลอาญา ใช้เวลานานถึง 12 ชั่วโมงในการอ่านคำพิพากษา 11 สำนวน จำเลย 103 คน โดยมีรายสำคัญอย่าง พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ปัจจุบัน อังโชติพันธุ์หรือ โกโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล และบรรจง หรือ จง ปองพล อดีตนายกเทศมนตรี เมืองปาดังเบซาร์ จ.สงขลา ซึ่งมีส่วนสำคัญเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา
อัยการเริ่มทยอยฟ้องจำเลยตั้งแต่เดือน ก.ค. 2558 ในความผิด 16 ข้อหา ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ. 2490 และประมวลกฎหมายอาญา
เนื่องจากคดีนี้มีผู้กระทำผิดจำนวนมาก จึงได้มีการโอนคดีจากศาลนาทวีมาพิจารณาคดีที่แผนกคดีค้ามนุษย์ของศาลอาญา ตลอดระยะเวลาที่มีการพิจารณาคดีตั้งแต่เดือน มี.ค. 2559 พล.ท.มนัส และพวกทั้งหมดพยายามขอประกันตัว แต่อัยการได้คัดค้าน เนื่องจากเห็นว่าคดีมีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิตและเป็นคดีร้ายแรง โดยในชั้นพิจารณาจำเลยได้ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี
คำพิพากษาของศาลให้จำคุก บรรจง อดีตนายกเทศมนตรี เมืองปาดังเบซาร์ 78 ปี ปัจจุบัน หรือ โกโต้ง จำคุก 75 ปี แต่ตามกฎหมายให้จำคุกไม่เกิน 50 ปี
ส่วน พล.ท.มนัส ถือเป็นหัวขบวนการใหญ่สำคัญ อีกทั้งยังเป็นข้าราชการทหารระดับสูง แต่เลือกใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการแสวงหาผลประโยชน์กับขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา ศาลตัดสินจำคุก 27 ปี
สำหรับพฤติการณ์ของ พล.ท.มนัส กับพวกได้พาชาวโรฮีนจากว่า 80 คน ซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยไม่ได้เดินทางเข้ามาตามช่องทางตรวจคนเข้าเมือง ทั้งกลุ่มผู้ต้องหารับรู้อยู่แล้วว่าการนำบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรนั้นผิดกฎหมาย
เท่านั้นไม่พอขบวนการค้ามนุษย์ยังร่วมกันรับชาวโรฮีนจาเข้ามาช่วยเหลือซ่อนเร้น โดยให้ผู้เสียหายพักอาศัยที่แคมป์บนเทือกเขาแก้ว ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อหลบซ่อนให้พ้นจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ในระหว่างที่ชาวโรฮีนจาถูกควบคุมอยู่ในแคมป์ที่พัก พวกเขายังถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักโดยใช้ไม้หวายทุบตี ใช้มีดปลายแหลมจี้แทงตามลำตัว แต่ไม่มีการนำพาผู้บาดเจ็บไปรักษาพยาบาล ไม่มีการให้อาหาร น้ำดื่ม จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย โดยนำศพผู้เสียชีวิตไปกลบฝังซ่อนเร้นเพื่อปิดบังการตาย
ในคำพิพากษาระบุถึงพฤติกรรมของกลุ่มจำเลยอีกว่า ได้บังคับให้ผู้เสียหายทั้งหมดโทรหาญาติพี่น้องว่าให้นำเงินมาจ่ายเพื่อแลกกับการส่งตัวไปทำงานที่มาเลเซีย โดยหลอกลวงว่าจะได้เงินค่าจ้างสูง แต่กลับนำชาวโรฮีนจาทั้งหมดมากักขังไว้ที่เทือกเขาแก้ว
จากการตรวจค้นบ้านพักผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่พบความเชื่อมโยงทางการเงินอย่างชัดเจนว่า พล.ท.มนัส มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา พบหลักฐานการโอนเงินกว่า 65 ครั้ง ในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2555 จำนวน 61 ครั้ง เป็นเงิน 13 ล้านบาทเศษ และในช่วงเดือน ส.ค. 2556 จำนวน 2 ครั้ง เป็นเงิน 1 ล้านบาทเศษ
ไล่ย้อนดูประวัติการรับราชการของ พล.ท.มนัส สอดรับกันว่าในเดือน ต.ค. 2553-ธ.ค. 2557 เคยดำรงตำแหน่งผู้บังคับการจังหวัดทหารบกชุมพร และ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 จ.สงขลา แสดงให้เห็นว่าช่วงเวลาที่ พล.ท.มนัส ได้ปฏิบัติหน้าที่มีความเชื่อมโยงในการผลักดันแรงงานชาวโรฮีนจาออกนอกประเทศ เนื่องจากผู้เสียหายที่ถูกจับกุมให้การว่าเคยถูกจับกุมแล้ว แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือกลับมาเข้าแคมป์เหมือนเดิม จึงรับฟังได้ว่าแม้จะมีการผลักดันแรงงานออกน่านน้ำตามแผน "พิทักษ์อันดามัน1" แต่แรงงานสามารถกลับมาได้โดยความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
อย่างไรก็ตาม ทาง พล.ท.มนัส พยายามชี้แจงว่าเงินจำนวนดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนใน จ.ระนอง โดยโอนเงินเข้าบัญชีของ พล.ท.มนัส เพื่อใช้จ่ายในการผลักดันชาวโรฮีนจา เนื่องจากเกิดปัญหาผู้อพยพเพิ่มขึ้นจำนวนมาก
"พล.ท.มนัส ยังชอบเล่นการพนันวัวชนและอ้างว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการเล่นพนัน รวมถึงยังทำธุรกิจซื้อขายวัวชนที่แพ้จากสนามชนวัวเพื่อไปขายต่อเป็นวัวเนื้อ แต่ผู้ต้องหาไม่มีเอกสารหลักฐานชัดเจน และในการผลักดันชาวโรฮีนจารัฐบาลเองก็มีงบจัดสรรในส่วนนี้อยู่แล้ว"
นั่นเองทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเงินที่โอนเข้าบัญชี พล.ท.มนัส เป็นผลประโยชน์เชื่อมโยงกับขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา


