
กระเป๋ากระปี๋รถเมล์
ความฝันในวัยเด็กอ่อนเดียงสาของหลายๆ คน มีไม่น้อยที่อยากเป็นกระเป๋ารถเมล์ เพราะดูสนุกและได้ท่องเที่ยวพบเจอผู้คน
โดย...พรเทพ เฮง [email protected]
ความฝันในวัยเด็กอ่อนเดียงสาของหลายๆ คน มีไม่น้อยที่อยากเป็นกระเป๋ารถเมล์ เพราะดูสนุกและได้ท่องเที่ยวพบเจอผู้คน แถมได้เงินมากมายด้วย เพราะดูจากเงินที่ถือผ่านกระบอกตั๋วล้วนอัดแน่นไปด้วยเหรียญมากมาย
เมื่อมาดูเงินเดือน+เบี้ยเลี้ยง+% จากการขายตั๋ว+ค่ารอบ+เบี้ยขยัน เช่น ทำงานวันหยุดได้สองแรง รวมถึงมีที่พักให้และมีเงินเบิกล่วงหน้า ในฐานะพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนมาตลอด
รายได้ต่อเดือนของพนักงานขับรถและพนักงานเก็บเงิน ขสมก. (ทั้งปรับอากาศและรถร้อนแดงขาว) เงินเดือนเริ่มที่ 6,810 (เงินเดือนเริ่มต้นที่ ขสมก.ยังไม่ได้ปรับในปี 2557) ตามอายุงานและได้มีการดำเนินการปรับอัตราเงินจากเดิม 6,810 บาท เป็น 9,040 บาท/เดือน
2.ค่าล่วงเวลา หรือ OT อัตราตามจำนวนเงินเดือน ยกตัวอย่างเช่น เงินเดือน 1.3 หมื่นบาท หาร 8 (จำนวนชั่วโมงทำงานแต่ละวัน) ตามด้วยหาร 30 (จำนวนวันใน 1 เดือน) ตกชั่วโมงละ 50 กว่าบาท
3.ค่าขายตั๋วใบละ 5 สตางค์ (เดือนหนึ่งได้ประมาณ 300 บาท)
4.เบี้ยเลี้ยงวันละ 50 บาท สำหรับคนขับ 20 บาท สำหรับพนักงานเก็บเงิน
5.ค่าครองชีพเดือนละ 1,500 บาท สำหรับพนักงานที่เงินเดือนไม่เกิน 1.7 หมื่นบาท
6.ขายตั๋วรายเดือน-สัปดาห์ส่วนแบ่งราคาใบละ 5 บาท
ทั้งนี้ ยังมีสวัสดิการคร่าวๆ เช่น การเบี้ยเลี้ยงส่งลูกเรียนจบปริญญาตรี สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้พนักงานรายละ 7 หัว แบ่งออกเป็นพ่อ-เเม่ ลูก 3 คน สามี-ภรรยา อีก 1 คน รวมทั้งตัวเอง ลาป่วย 30 วัน ลากิจ 20 วัน ลาพักร้อน 10 วัน/ปี หากไม่ติดโทษทางวินัย ลางานไม่เกินกำหนด ขยันขันแข็ง ปรับขั้นปีละ 1-2 ขั้น
และมาดูชีวิตของกระเป๋ากระปี๋รถร่วมบริการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ อ่านชีวิตและรายได้ของกระปี๋รถเมล์สาย 8 รถร่วมบริการ ซึ่งเป็นสายยอดนิยมในเรื่องด้านลบ ที่กลายเป็นเรื่องล้อเลียนเสียดเย้ยของชีวิตร่วมสมัยชาวกรุงเทพฯ ในเว็บไซต์ประชาไท
นงเยาว์ วังทะพันธ์ อายุ 48 ปี พนักงานเก็บค่าโดยสารรถเมล์ ปอ.8 (คันนี้ยกระดับเป็นรถปรับอากาศ) กล่าวว่า เป็นพนักงานรถเมล์มาเป็นเวลา 6 ปี ได้รับเงินเดือนประจำจากบริษัท และได้รับเงินพิเศษหากสามารถทำยอดขายตั๋วโดยสารได้ครบตามที่ทางบริษัทกำหนดไว้ โดยแบ่งรับเงินเป็นรายเดือนและรายวัน โดยพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสารจะได้รับเงินประมาณ 2.8 หมื่นบาท และ 1.5 หมื่นบาท/เดือนตามลำดับ ซึ่งได้รวมเงินประจำตำแหน่ง เงินพนักงานดี และเบี้ยขยันไว้เรียบร้อยแล้ว ทำงานโดยเฉลี่ย 10-12 ชั่วโมง/วัน ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรบนถนนของแต่ละช่วงเวลา
เมื่อดูรายได้และสวัสดิการในโลกยุคปัจจุบัน พนักงานเก็บค่าโดยสารรถเมล์ก็มีรายได้ในระดับปานกลาง ไม่ถึงกับดิ้นรนปากกัดตีนถีบมากมายนัก แม้ว่าจะหาโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานยากก็ตาม แต่สำหรับพนักงานเก็บค่าโดยสารของ ขสมก.แล้ว ยิ่งอายุทำงานเยอะ เงินเดือนก็เยอะขึ้นเป็นเงาตามตัว ถ้าอยู่อย่างพอเพียงไม่ลุ่มหลงติดในบ่วงอบายมุข ช่วงเวลาเกษียณก็ไม่ลำบาก แต่เรื่องสุขภาพกรำงานหนักก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งในปัจจัยที่มิอาจควบคุม
เมื่อจะมีการเลิกจ้างกระเป๋าและกระปี๋รถเมล์ เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอี-ทิกเก็ต ของ ขสมก. เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 มาดูว่าชีวิตของพวกเขาจะเดินไปสู่หนใด?







