
เปิดจดหมายสมาคมขรก.ตบหน้านายกฯ บ่งฝีมหาดไทย
“ข้อเท็จจริงที่ปรากฎอยู่ในขณะนี้ มีการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในบางกระทรวง ที่ไม่เป็นธรรมตามระบบคุณธรรม โดยฝ่ายการเมืองมักจะอ้างความเหมาะสมมาเป็นเหตุผลหลักในการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ไม่อาจรับฟังได้ “
“ข้อเท็จจริงที่ปรากฎอยู่ในขณะนี้ มีการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในบางกระทรวง ที่ไม่เป็นธรรมตามระบบคุณธรรม โดยฝ่ายการเมืองมักจะอ้างความเหมาะสมมาเป็นเหตุผลหลักในการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ไม่อาจรับฟังได้ “
โดย ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชในกระทรวงมหาดไทยนับวันจะบานปลายมากขึ้น จากการโยกย้ายระดับอธิบดีกรม ปลัดกระทรวง และกำลังจะเข้าสู่ฤดูการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดล็อตใหญ่ ล้วนถูกจับตามองจากข้าราชการในกระทรวงรวมถึงอดีตข้าราชการกระทรวงคลองหลอด ที่เห็นถึงความไม่ถูกต้องตามครรลองคลองธรรม
บ้างมีการย้ายข้ามอาวุโส บางรายไม่มีผลงานความสามารถเป็นที่ประจักษ์ แต่กลับขยับสู่ตำแหน่งสำคัญ โดยไม่ได้คำนึงถึงระบบคุณธรรมแต่ยึดหลักระบบอุปถัมภ์ทางการเมืองเป็นหลัก
ฝีในกระทรวงกำลังปริแตกจากแรงกระเพื่อมของข้าราชการกระทรวงที่กล้าออกมาแสดงความคิดเห็นในวงกว้าง มีการเข้าชื่อจากสมาคมข้าราชการบำนาญและปัจจุบันถวายฏีกาคัดค้านการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย มีการร้องเรียนสำนักงานคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการ(ก.พ.ค.) จนกระทรวงมหาดไทยถูกขึ้นสถิติเป็นแชมป์อุทธรณ์การโยกย้ายไม่เป็นธรรม หรือแม้แต่สถิติการร้องเรียนคำสั่งลงโทษโดยมิชอบ ก็ติดอันดับสอง รองจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งล้วนเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่ปกติแน่สำหรับกระทรวงแห่งนี้
แม้แต่สมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ส่งสัญญาณไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ด้วยการยื่นจดหมายขอให้ตรวจสอบความเป็นไปในกระทรวง เพราะหากปล่อยเช่นนี้ สถานการณ์กระทรวงก็จะเข้าสู่ภาวะล้มเหลวในการควบคุมการบังคับบัญชาในอนาคต ล่าสุดนายกฯได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมครม. และกำชับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทยไปแล้ว ให้ยึดหลังความถูกต้องเหมาะสม แต่ก็ดูเหมือนบทบาทนายกฯไม่ต่างกับนายไปรษณีย์นำความมาบอกกล่าวเท่านั้น เพราะสุดท้าย สภาพของกระทรวงมหาดไทย ก็ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆตรงกันข้ามกลับเดินหน้าโยกย้ายอย่างผิดปกติโดยไม่สนเสียงท้วงติงจากกลุ่มข้าราชการเกษียณและที่ดำรงตำแหน่งปัจจุบันต่อไป
…………….
เนื้อหาต่อไปนี้คือ สาระสำคัญในจดหมายที่นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ ที่ปรึกษาสมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย กระแทกถึงฝ่ายการเมือง ความว่า สมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ถือเป็นนโยบายสำคัญมาโดยตลอดที่จะให้ระบบคุณธรรมดำรงไว้ในระบบราชการให้ได้ ทั้งนี้เพราะตระหนักว่าข้าราชการเป็นกลไกสำคัญของรัฐในการนำนโยบายไปปฏิบัติให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อนำความเจริญก้าวหน้า ความสงบเรียบร้อยและความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่ประชาชนและบ้านเมือง ด้วยเหตุนี้ขวัญและกำลังใจในการทำงานของข้าราชการจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเสริมสร้างและดำรงรักษาไว้
จากการตรวจสอบของสมาคมฯ ในหน่วยราชการต่างๆ และจากการร้องเรียนของข้าราชการ ปรากฎว่ายังคงมีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม ไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินการของฝ่ายการเมือง
ตามระบบคุณธรรมนั้นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทุกระดับ จะต้องคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ความแป็นธรรม ความเสมอภาค ผลงาน ประโยชน์ของทางราชการและความอาวุโส แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฎอยู่ในขณะนี้ มีการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในบางกระทรวง ที่ไม่เป็นธรรมตามระบบคุณธรรม โดยฝ่ายการเมืองมักจะอ้างความเหมาะสมมาเป็นเหตุผลหลักในการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ไม่อาจรับฟังได้
การดำเนินการที่ไม่ยึดหลักความถูกต้องชอบธรรม มีการเบี่ยงเบนไปใช้ระบบอุปถัมภ์และความรู้สึกส่วนตัว เพื่อหวังประโยชน์ทางการเมือง หรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งเป็นการทุจริตในเชิงนโยบายในลักษณะหนึ่ง ทำให้ข้าราชการที่ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อุทิศตนให้กับงานในหน้าที่เกิดความรู้สึกท้อแท้หมดกำลังใจ ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นกับระบบราชการ และสร้างความเสื่อมเสียให้กับรัฐบาลอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
สมาคมฯ ใคร่ขอความกรุณา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และประธาน ก.พ. ได้โปรดดูแลให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในขอบเขตอำนาจรัฐมนตรีเป็นไปตามหลักคุณธรรม อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในระบบราชการอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม จดหมายฉบับนี้ ก็ดูเหมือนจะเป็นอีกเสียงสะท้อนที่ดังขึ้นช่วงหนึ่งแล้วก็เงียบหายไป หากไม่มีใครหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านพิทักษ์ระบบคุณธรรมออกโรงมาดำเนินการเรื่องนี้จนเป็นที่หวังได้อย่างจริงจัง
การต่อต้านคัดค้านระหว่างฝ่ายข้าราชการที่กำลังเป็นใหญ่ กับข้าราชการที่ถูกข้ามหัว และศึกระหว่างข้าราชการกับฝ่ายการเมือง ภายในกระทรวงมหาดไทย นับว่าเป็นภาวะน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
สภาพที่ไม่มีใครฟังใครเช่นนี้ คือสัญญาณความล้มเหลวของการบริหารราชการแผ่นดิน







