
ติดตามบาทผันผวน
เงินไหลเข้าจ่อซื้อแอลเอชแบงก์ดันแข็งค่า-ล้มดีลขายเอสซีบีประกันชีวิตฉุดอ่อนตัว
เงินไหลเข้าจ่อซื้อแอลเอชแบงก์ดันแข็งค่า-ล้มดีลขายเอสซีบีประกันชีวิตฉุดอ่อนตัว
โพสต์ทูเดย์ - ล้มดีลขายบริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต ลดแรงกดดันเงินบาทแข็งค่า คาดดีล ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ดันบาทแข็งรอบใหม่
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า กรณีที่ธนาคารไทยพาณิชย์ระงับการขายบริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต (SCBLIFE) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท ให้กับกลุ่มเอฟดับบลิวดี กรุ๊ป จากฮ่องกง มีส่วนช่วยลดแรงกดดันเงินบาทแข็งค่าได้พอสมควร เพราะทำให้มีการขายเงินบาทออกมาในตลาด และมีเงินไหลออกนอกประเทศ ซึ่งช่วยให้เงินบาทปรับอ่อนค่าลง อย่างไรก็ดี การเตรียมนำเงินเข้าและออกของการซื้อกิจการนี้ คาดว่าน่าจะมีการเตรียมรับมือการนำเงินเข้าและออกอยู่แล้ว
“ดีลนี้น่าจะมีส่วนช่วยลดการแข็งค่าของเงินบาทได้ เพราะเมื่อตกลงไม่สำเร็จก็มีการขายเงินบาทที่เตรียมไว้ออกมา ดูได้จากช่วงที่เงินบาทเคลื่อนไหวจากระดับ 33 บาท/ดอลลาร์ ขึ้นมาที่ 34 บาท/ดอลลาร์ คาดว่าครึ่งหนึ่งมาจากการขายเงินบาทออกมา ทำให้ทิศทางค่าเงินบาทในไตรมาส 3 ปีนี้ น่าจะปรับอ่อนค่าลงได้บ้างเล็กน้อย โดยน่าจะอยู่ในกรอบประมาณ 33.90-34.50 บาท/ดอลลาร์ เพราะอีกด้านทิศทางเงินดอลลาร์ก็น่าจะแข็งแกร่งขึ้น จากการทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัมป์ และการปรับลดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)” นายจิติพล กล่าว
นายจิติพล กล่าวว่า ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงในระยะสั้น แต่ในระยะต่อไปในช่วงกลางเดือน ก.ค.นี้ อาจจะมีเงินจากการซื้อขายกิจการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่ไหลเข้ามาคอยกดดันค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ประกอบกับระยะยาวแนวโน้มเงินบาทยังอยู่ในทิศทางแข็งค่า เนื่องจากไทยมีปัจจัยสนับสนุนให้เงินบาทแข็งค่า จากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดและดุลการค้า เพราะมีการส่งออกและการท่องเที่ยวเติบโตดี ซึ่ง 2 ปัจจัยนี้เป็นด้านบวกที่ทำให้เงินทุนไหลเข้ามาไทยต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ผ่อนผันให้นักลงทุนไทยนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งช่วยให้เงินบาทของไทยอ่อนค่าลงระดับหนึ่ง
ด้านธนาคารกสิกรไทย คาดการณ์ว่าทิศทางค่าเงินบาทในไตรมาส 3 ปีนี้ น่าจะปรับอ่อนค่าลงจากปัจจุบันได้บ้าง โดยน่าจะอยู่ในกรอบประมาณ 34.20 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากปัจจัยในต่างประเทศเป็นสำคัญ เนื่องจากทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐปรับดีขึ้นต่อเนื่อง มีโอกาสจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ได้อีก 1 ครั้ง และน่าจะมีรายละเอียดในการลดงบดุลของเฟดชัดเจนขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนดอลลาร์ให้ปรับแข็งค่าขึ้น และ
เงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าลงได้ คาดว่าสิ้นปีจะอยู่ที่ระดับ 34.50 บาท
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในสัปดาห์ใหม่นี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.00-34.20 บาท/ดอลลาร์ โดยในสัปดาห์นี้ปัจจัยสำคัญอยู่ที่การให้ความเห็นของนางเจเน็ต เยลเลน ต่อสภาคองเกรสสหรัฐ โดยจะเป็นการรายงานการตัดสินใจเรื่องนโยบายการเงิน ทั้งนี้ตลาดจะรอดูมุมมองของนางเยลเลนที่มีต่อแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐ และการดำเนินนโยบายการเงินต่อไปในปีนี้ โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินบาทค่อยๆ ปรับอ่อนค่าลง หลังจากที่ธนาคารกลางในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น







