
นักวิชาการมอง"นิรโทษ"หมากการเมือง"เนวิน"ใช้กลบกระแส
การจุดพลุนำเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของ “เนวิน ชิดชอบ” แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่หยิบยกเอาประวัติศาสตร์ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่ลุกขึ้นจับปืนเข้าป่า.....
การจุดพลุนำเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของ “เนวิน ชิดชอบ” แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่หยิบยกเอาประวัติศาสตร์ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่ลุกขึ้นจับปืนเข้าป่า.....
โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ
การจุดพลุนำเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของ “เนวิน ชิดชอบ” แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่หยิบยกเอาประวัติศาสตร์ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่ลุกขึ้นจับปืนเข้าป่า ต่อสู้ล้มล้างระบอบการปกครอง ซึ่งต่อมาแก้ปัญหาด้วยการออกนโยบาย 66/23 ให้นักศึกษาออกจากป่าซึ่งเป็นเหตุผลที่เนวินนำมากล่าวอ้างเพือนิรโทษกรรมแกนนำเสื้อเหลือง เสื้อแดง และเจ้าหน้าที่รัฐ ให้พ้นผิดให้ประเทศเดินออกจากวิกฤตได้
อย่างไรก็ตาม ทุกพรรค ทุกกลุ่ม ทุกสี ไม่เอาด้วยกับร่างพรบ.นิรโทษกรรม ของเนวิน
สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดเผยกับ "โพสต์ทูเดย์ดอทคอม" ว่า ไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรม และเรื่องนี้มองได้ 2 นัยยะ คือ เนื้อหาการนิรโทษกรรม และการจุดพลุให้เป็นประเด็นทางการเมือง
"ประเด็นหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากคือ ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายจะลดลงหรือไม่ การจะอ้างรวมตัวมาชุมนุมด้วยสิทธิของระบอบประชาธิปไตย แต่เมื่อมาชุมนุมแล้วทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน ได้รับความเสียหาย เช่น การปิดสนามบิน การยึดพื้นที่แยกราชประสงค์ จนลุกลามไปถึงการเผาบ้านเผาเมือง เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ กระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สุดท้ายแล้วไม่ต้องมีใครรับผิดชอบอะไรเลยหรือ"
สมบัติ กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบในต่างประเทศ ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพตามกฏหมาย แต่หากไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นก็ทำไม่ได้ ประเทศที่พัฒนาแล้ว การจะไปรวมตัวชุมนุมจะต้องขออนุญาตก่อน ห้ามชุมนุมค้างคืน และเส้นทางที่ใช้เคลื่อนขบวนจะต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ไปกีดขวางผู้อื่น ไม่ได้อนุญาตให้ชุมนุมได้เหมือนเรา ประเทศไทยอาจถึงเวลาแล้วที่เรื่องของการชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่เพียงแค่อ้างมาชุมนุมตามสิทธิเสรีภาพ แต่เบื้องหลังกลับมีความรุนแรงอยู่ จนกระทั่งไม่ใช่การชุมนุมในระบอบประชาธิปไตยแล้ว การแสดงออกของผู้ชุมนุมกลายเป็นเผด็จการเอามากๆ เป้าหมายคือการปรองดองเป็นสิ่งที่ดีก็จริง แต่ต้องพูดคุยกันให้ชัดเจน ต่างคนต่างทำจะไม่สำเร็จ
ในเรื่องของกระบวนการทางการเมือง พรรคภูมิใจไทยต้องพูดให้ชัดเจนว่า เรื่องนี้ต้องการให้เป็นประเด็นทางการเมือง หรือเพื่อต้องการให้เกิดประสบความสำเร็จจริง จากนั้นต้องมาร่วมกันพูดคุย กันในพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงฝ่ายค้าน ว่าต้องการเช่นไร ส่วนสาระสำคัญของการเสนอกฏหมายนี้คืออะไร เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคุยกันให้ตกผลึก ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีการคุยอะไรกันเลย
สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ว่า ผู้ที่เสนอความคิดนี้ได้เข้าใจถึงเนื้อหาของกฏหมายมากน้อยเพียงใด เพราะประชาชนออกมาชุมนุมตามสิทธิที่มีอยู่ ไม่จำเป็นต้องมีกฏหมายนิรโทษมาช่วย คำถามคือ “ใครได้ประโยชน์” เพราะกฏหมายสามารถเสนอโดยส.ส.ก็ได้ แต่การนำรายชื่อประชาชนจำนวน 5 หมื่นรายชื่อนั้น เป็นเพียงหมากในเกมการเมือง
“การนิรโทษกรรม หมายความว่า บุคคลหนึ่งถูกระบุโทษแล้วว่าทำผิด เป็นที่รับรู้แล้ว เราถึงจะอภัยให้ แต่ขณะนี้รัฐบาลยังหาคนผิดไม่ได้เลย ยังจับมือใครดมไม่ได้ รัฐบาลเองหรือไม่ที่เล่นเกมนี้ อย่าเอาประชาชนเข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นเพียงการหมกเม็ดเอาเกมการเมืองมาแอบแฝงเบี่ยงเบนประเด็นอะไรหรือไม่” สิริพรรณ กล่าว







