
(ร่าง)แผนประชากร(4)
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรในอีก 20 ปีข้างหน้า และการกระจายตัวของประชากรอาจมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากขึ้น
โดย...นิธิปรียา จันทวงษ์ เจ้าหน้าที่สื่อสารสังคม สกว.
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรในอีก 20 ปีข้างหน้า และการกระจายตัวของประชากรอาจมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากขึ้นจากพฤติกรรมและทัศนคติของประชากรรุ่นเจเนอเรชั่นวาย ซึ่งในอนาคต “คนเจนวาย” จะมีสัดส่วนมากที่สุด และส่วนมากเป็นวัยแรงงานและวัยเจริญพันธุ์ ให้ความสำคัญกับการแต่งงานและมีบุตรน้อยลง มีพฤติกรรมการใช้จ่ายค่อนข้างสูงและเก็บออมน้อย จึงอาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ และยิ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางการคลังภาครัฐในการจัดสวัสดิการเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีการย้ายถิ่นเพื่อการทำงานเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในต่างประเทศ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวและมีผู้สูงอายุอยู่ตามลำพังเพิ่มขึ้น
จากข้อมูลแบบแผนรายจ่ายจากการบริโภคและรายได้จากแรงงานต่อคนตามช่วงอายุ โดยใช้บัญชีกระแสการโอนประชาชาติปี 2556 พบว่ารายได้จะลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ขณะที่รายจ่ายจากการบริโภคมีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงสูงอายุตอนปลาย ดังนั้นความมั่นคงทางการเงินของประชากรสูงวัยจะขึ้นอยู่กับปริมาณเงินออมที่สะสมไว้ในช่วงระยะเวลาทำงาน แต่จากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนของสำนักงานสถิติแห่งชาติ กลับพบว่าครัวเรือนไทยมีเงินออมเฉลี่ยลดลง สอดคล้องกับข้อมูลการออมส่วนบุคคลต่อรายได้พึงจับจ่ายใช้สอยที่มีสัดส่วนลดลง
จำนวนผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะผู้สูงอายุเพศหญิงที่มีจำนวนมากกว่าและอายุยืนยาวกว่าเพศชาย ดังนั้นหากไม่มีการเตรียมพร้อมด้านการเงินตั้งแต่วัยแรงงาน ก็จะมีความเสี่ยงที่จะตกอยู่ในภาวะยากจน และส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมได้ ขณะเดียวกันยังก่อให้เกิดความเสี่ยงทางการคลังภาครัฐในการจัดสวัสดิการต่างๆ ในการให้บริการทางสังคมและการดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากวัยแรงงานลดลงทำให้รายได้ทางภาษีของภาครัฐลดลง
อีกบริบทของการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่จะมีผลกระทบต่อประชากรโดยเฉพาะผู้สูงอายุ คือ ความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชากร ทั้งการแพทย์ส่วนบุคคลที่เพิ่มมากขึ้น และการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ในการดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการเพื่อทดแทนการขาดแคลนผู้ดูแลที่เป็นมนุษย์
นอกจากนี้ พฤติกรรมของประชากรรุ่นเจเนอเรชั่นวาย ซี และอัลฟ่า ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้โลกในระยะต่อไปข้างหน้าจะเต็มไปด้วยคนที่เรียกว่า “ดิจิทัลเนทีฟ” หรือกลุ่มคนที่เชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์เกือบตลอดเวลา ซึ่งจะส่งผลต่อปฏิสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและสังคมในอนาคตที่ประกอบด้วยประชากรที่มีช่วงอายุและเจเนอเรชั่นที่ต่างกัน ขณะเดียวกันก็มีข้อมูลที่เผยแพร่ได้โดยง่ายและเสรี หากประชากรไทยขาดทักษะการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และกลั่นกรองข้อมูล จะส่งผลต่อพฤติกรรม ความเชื่อ ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อตนเองและสังคม รวมถึงอาจมีความรุนแรงสูงขึ้นหากสังคมโดยทั่วไปยังมีระดับคุณธรรมจริยธรรมต่ำ ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของภัยไซเบอร์ ทั้งเรื่องการให้ข้อมูลเท็จ การเข้าถึงข้อมูลและระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต การจารกรรมข้อมูล การสร้างความรำคาญแก่ผู้ใช้ระบบ เป็นต้น
ประเด็นเหล่านี้นับเป็นความท้าทายสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต ทั้งศักยภาพการเจริญเติบโตของประเทศที่จะชะลอตัวลง และความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ ซึ่งทุกภาคส่วนรวมถึง สกว.จะต้องเตรียมพร้อมรับมือ







