posttoday
อดีตครูรับใช้หนี้แทนผอ.โรงเรียนดังร้องขอความเป็นธรรม

อดีตครูรับใช้หนี้แทนผอ.โรงเรียนดังร้องขอความเป็นธรรม

30 มิถุนายน 2560

ลำปาง-ครูเกษียณรับหน้าเสื่อใช้หนี้แทนผอ.โรงเรียนดัง ความมาแตกหลังรายจ่ายไม่พอกับรายรับร้องขอความเป็นธรรมสื่้อขณะที่ผอ.ติดต่อแล้วไม่ยอมรับสาย

ลำปาง-ครูเกษียณรับหน้าเสื่อใช้หนี้แทนผอ.โรงเรียนดัง ความมาแตกหลังรายจ่ายไม่พอกับรายรับร้องขอความเป็นธรรมสื่้อขณะที่ผอ.ติดต่อแล้วไม่ยอมรับสาย

นางสุรณี กัลยารัตนกุล อายุ 64 ปี หรือครูต้อย อดีตครูเกษียณราชการ และอดีตเลขาส่วนตัวของผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.ลำปาง เข้าร้องรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปางและสื่อมวลชนท้องถิ่นว่า หลังเกษียณออกมาอยู่บ้านตั้งแต่เมื่อปี2557 ได้รับการทาบทามให้กลับเข้ามาทำงานในส่วนของสำนักงานเลขาผู้อำนวยการโรงเรียนมีหน้าที่ดูแลผู้อำนวยการ , ทำตามที่ผู้อำนวยการสั่ง รวมถึงดูแลครอบครัวของผู้อำนวยการด้วย

นอกจากนี้ ยังเป็นเป็นผู้เก็บเงินต่างๆ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวของผู้อำนวยการ และจ่ายเมื่อมีการสั่งจ่าย ส่วนใหญ่จะสั่งด้วยวาจา โน๊ตสั่งบ้าง อาทิเช่น วันนี้ต้องการเงินสดเท่าไหร่ ตนเองก็จะเตรียมไว้ให้ วันนี้ให้ไปจ่ายค่ารถ ซึ่งผู้อำนวยการคนดังกล่าวมีถึง 5 คัน
“ทุกวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือนก็ต้องเตรียมเงินไว้หลักหมื่น เพื่อเป็นค่าแรงงานคนงานในการก่อสร้างบ้านส่วนตัวของผู้อำนวยการครั้งละกว่า 70,000 บาท หากไม่มีผู้อำนวยการก็จะให้ไปยืมเงินของครูในโรงเรีย นและคนที่รู้จัก เมื่อมีเงินผ่านระบบเข้ามาก็ให้นำไปคืนซึ่งทุกคนก็เชื่อใจให้กู้ยืมมาตลอดสุดท้ายผู้อำนวยการใช้เงินมากเกินไปจนรายได้ที่เข้ามาไม่พอกับรายจ่ายต้องขายทรัพย์สินส่วนตัวหมดไปกว่า 3 ล้านบาท และต้องถูกเจ้าหนี้ตามทวงหนี้ และจะถูกฟ้องร้อง แต่เมื่อนำเรื่องไปบอกผู้อำนวยการกลับถูกต่อว่า และบ่ายเบี่ยงมาทุกครั้ง”นางสุรณี กล่าว

ส่วนรายได้ที่เข้ามายังสำนักงานเลขาฯ ได้มาจากค่าเรียนพิเศษช่วงปิดเทอมของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล โครงการฝากลูกไว้กับครู(สอนพิเศษช่วงเย็น)ส่วนแบ่งค่าจัดทำอาหารกลางวันเด็ก การสอนพิเศษของครูตามความสมัครใจ ค่าเช่าพื้นที่ในโรงอาหาร ค่าใช้บริการสระว่ายน้ำของโรงเรียน เป็นต้น ตั้งแต่ปีพฤษภาคม 2557 – มีนาคม 2560 มียอดรับเข้ามา จำนวน 21,730,355 บาท ขณะที่รายจ่ายมียอดถึง 42,385,536 บาท เงินทั้งหมดนี้ไม่ได้เข้าไปในระบบโรงเรียนแม้แต่บาทเดียว ผู้อำนวยการจะเป็นคนสั่งจ่ายเงินไปทางส่วนตัวทั้งหมด ที่ผ่านมาได้พยายามติดต่อผู้อำนวยการทางโทรศัพท์ แต่ก็ไม่รับสายเลย จึงไปพบทนายความ และให้ภรรยาของผู้อำนวยการไปยอมรับสภาพหนี้กับเจ้าหนี้

ทั้งนี้ ช่วงแรก ภรรยาผู้อำนวยการยินดีที่จะทะยอยชำระให้เจ้าหนี้เดือน 150,000 บาท แต่หลังจากนั้นก็ไม่ยอมจ่ายจึงไปร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 แต่ดูเหมือนเรื่องจะไปคืบหน้า ขณะที่ผู้อำนวยการคนดังกล่าวก็กำลังจะเกษียณในอีกไม่กี่เดือน จึงเกรงว่าเมื่อเกษียณไปแล้วจะยิ่งตามตัวยาก และสุดท้ายก็จะต้องกลายเป็นแพะรับสภาพหนี้ที่ตนเองไม่ได้นำไปใช้กว่า 10 ล้านบาทแทน

ด้านนายสมเกียรติ ปงจันตา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ว่า ทางเขตได้รับเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้นไว้แล้ว และขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมา เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงต่อเนื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาเพราะต้องสอบกันหลายฝ่ายหลายเรื่อง ซึ่งคาดว่าการสอบสวนน่าจะเสร็จภายใน 2 สัปดาห์

นายสมเกียรติ ระบุว่า ตามระเบียบแล้วเงินที่เป็นรายได้เข้าโรงเรียนทุกแห่งจะต้องเข้าระบบ และเบิกจ่ายตามระเบียบของโรงเรียน ย้ำว่า เงินทุกบาทที่เป็นรายได้เข้ามาโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นเงินกฐิน ผ้าป่า หรือค่าต่างๆ ที่โรงเรียนได้รับจะต้องเข้าตามระบบ และเบิกใช้จ่ายตามระบบทั้งหมด ซึ่งก็จะมีระเบียบปฎิบัติอยู่ ซึ่งผู้สื่อข่าวถามว่า หากทางโรงเรียนได้รับเงินเข้าโรงเรียน แต่ไม่นำเข้าระบบจะมีความผิดอย่างไร นายสมเกียรติ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องดูเป็นกรณีไป

นอกจากนี้ ครูต้อย ระบุอีกว่า ยังมีอีกหลายรายที่ไปกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินมาให้ผู้อำนวยการคนดังกล่าวยืม แต่สุดท้ายถูกเจ้าหนี้และธนาคารตามทวงหนี้ เพราะไม่ชำระหนี้ส่วนผู้อำนวยการคนดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อ เพื่อขอให้ชี้แจงต่อเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วแต่ก็ไม่ยอมรับสาย

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่