posttoday
J-Cruises 4

J-Cruises 4

11 มิถุนายน 2560

มื้อแรกบนเรือ Costa neoRomantica เป็นไปด้วยดี อาหารหลากหลาย บริการดีเยี่ยม แต่เครื่องดื่มที่นอกเหนือจากน้ำเปล่า

มื้อแรกบนเรือ Costa neoRomantica เป็นไปด้วยดี อาหารหลากหลาย บริการดีเยี่ยม แต่เครื่องดื่มที่นอกเหนือจากน้ำเปล่านี่ต้องเสียเงินเพิ่มนะครับ ถ้าท่านดื่มน้ำอัดลมหรือไวน์ในทุกมื้ออาหาร ผมแนะนำให้ซื้อแพ็กเกจที่เขามีจะประหยัดกว่าแยกซื้อทีละครั้ง และให้ซื้อตั้งแต่วันแรกเลย เพราะแพ็กเกจเครื่องดื่มเขาคิดเหมาเป็นวันเช่น วันละ 18.9 เหรียญ ล่องเรือกี่วันก็คูณเข้าไป อาจจะดูเยอะแต่ถ้าท่านดื่มเยอะก็คุ้มค่าครับ กินมื้อค่ำกันเสร็จก็เป็นเวลาบันเทิง กิจกรรมอย่างหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาล่องเรือสำราญ คือ การชมมหรสพ เช่น ดนตรีหรือการเต้นโชว์ และการเข้าร่วมงานรื่นเริงที่ทางเรือจัดขึ้น อย่างคืนแรก (11 พ.ค.) มีทั้งละครเพลง (Musical) ที่ห้อง Cabaret Vienna รอบ 6 โมงครึ่งและ 3 ทุ่ม โชว์การเต้นแบบละตินที่ห้อง Grand Bar Piazza Italia รอบ 2 ทุ่ม และ 3 ทุ่ม 45 และ White Night Party ตอน 4 ทุ่มครึ่ง รวมทั้งโชว์เล็กโชว์น้อยอีกสารพัด ซึ่งทุกกิจกรรมถูกจัดให้ผู้โดยสารที่กินอาหารทั้งสองรอบ สามารถชมหรือเข้าร่วมได้โดยไม่ตกหล่น หรือจะไปฝึกการคำนวณและตรวจสอบดวงของท่านที่กาสิโนก็ได้ ส่วนคุณสุภาพสตรีก็สามารถไปเดินดูสินค้าปลอดภาษีที่จะมีโปรโมชั่นไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน หรือจะไปสปาที่ห้อง Samsara ซึ่งเป็นกิจกรรมเด่นของเรือลำนี้ก็สบายตัวดีเหมือนกัน แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มนะครับ

J-Cruises 4

หลังอาหารค่ำและดูกิจกรรมต่างๆ แล้ว ผมก็เข้าห้องพักอาบน้ำอาบท่าพักผ่อนนอนหลับสนิท โดยไม่รู้สึกถึงความโคลงเท่าไหร่ เพราะเรือสำราญยุคหลังๆ มีขนาดใหญ่และทันสมัยขึ้น มีระบบป้องกันการโคลง (Stabilizer) ที่ช่วยไม่ให้เรือเอียงเวลาเจอคลื่น แต่การโยกขึ้นลงยังต้องมีอยู่เล็กน้อยในเวลาเจอคลื่นสูงๆ เพราะฉะนั้นสบายใจได้ว่าการล่องเรือสำราญของท่านจะเพลิดเพลินตลอดเส้นทางไม่มีเมาเรือ ท่านคงมีคำถามในใจเหมือนกับที่ผมเคยมีว่า แล้วถ้าหากเกิดกรณีมีพายุลูกใหญ่จะทำอย่างไร คำตอบที่ผมได้รับจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงบนเรือคือ อย่างแรก การเลือกเส้นทางเดินเรือจะดูจากฤดูกาลของแต่ละน่านน้ำว่าคลื่นลมสงบช่วงใดและมีพายุช่วงใด ช่วงไหนที่สุ่มเสี่ยงก็ไม่เอาเรือไปวิ่งตั้งแต่แรกแล้วครับ อย่างที่2 หลังจากกำหนดน่านน้ำหลักได้แล้ว ก็มาบรรจุเส้นทางเดินเรือและเมืองที่จะแวะจอด โดยยึดหลักว่า ไม่ควรห่างจากแผ่นดินมากจนเกินไป ดังนั้นเราจะไม่ค่อยเห็นเส้นทางเดินเรือสำราญข้ามทวีปข้ามมหาสมุทรเท่าไหร่นัก โดยมากจะลัดเลาะตามขอบทวีปหรือชายฝั่ง แต่ก็ไม่ได้ใกล้ขนาดเห็นแผ่นดินตลอดเส้นทาง ยกเว้นกรณีที่ย้ายน่านน้ำนึงสู่อีกน่านน้ำนึงซึ่งอาจจะต้องล่องเรือกลางทะเลหลายวันโดยไม่ได้เจอแผ่นดินเลยเช่นเส้นทางTransatlantic จากทวีปยุโรปไปหรือกลับทวีปอเมริกา เป็นต้น แต่หากในน่านน้ำนั้นเกิดพายุ(ซึ่งจะทราบล่วงหน้า) แน่นอนว่าไม่มีเรือลำไหนเสี่ยงล่องเรือฝ่าพายุ ก็จะหาเส้นทางเลี่ยงหรืออ้อมเพื่อให้ได้ผลกระทบน้อยที่สุด และหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆก็ต้องเลือกความปลอดภัยเป็นลำดับแรกโดยการยกเลิกตารางล่องเรือเที่ยวนั้น ส่วนการชดเชยหรือคืนค่าบริการ ทางเรือเค้ามีระเบียบวิธีปฏิบัติอยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ทำให้ลูกค้าเสียประโยชน์เพื่อรักษาความสัมพันธ์และชื่อเสียงมิให้ด่างพร้อยครับ

วันที่2ของการล่องเรือ ผมตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้าสว่าง เมื่อคืนดันลืมปิดม่านหน้าต่าง ตี 5 ที่ญี่ปุ่นในเดือน พ.ค. นี่สว่างแล้วครับ ปกติผมจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วถึงค่อยไปกินข้าวเช้า แต่เนื่องจากวันนี้ช่วงเช้าเรือยังล่องอยู่กลางทะเล กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางก็บ่ายโมงครึ่ง มีเวลาสบายๆ เลยออกไปเดินยืดเส้นยืดสายบนดาดฟ้าเรือ แต่เดินได้ไม่นานเพราะอากาศเย็น ผมใส่แค่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นเลยทานไม่ไหว ต้องหนีลงมากินอาหารเช้าที่ห้อง Giardino ห้องนี้เปิดตั้งแต่ 6 โมงครึ่งไปจนถึง 9 โมงเช้า บริการอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ ถ้าไปเร็วหน่อยก็จะได้จับจองโต๊ะที่อยู่ริมสุดมองเห็นวิวท้ายเรือเต็มตา ไลน์บุฟเฟ่ต์มี 2 ฝั่งแต่เคาน์เตอร์ออมเล็ตมีแค่ฝั่งเดียว ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นจึงทำให้การขับเคลื่อนแถวเป็นไปอย่างเรียบร้อยไม่ติดขัด ไม่มีแซงไม่มีแย่งชิง ถูกใจคนไทยอย่างพวกเรามาก อาหารก็หลากหลายกินกันไม่หมดในเช้าเดียวแน่ๆ ตักเสร็จก็มานั่งละเลียดไปชมวิวไป เทียบกับการนั่งกินในโรงแรมดีๆแล้ว กินข้าวเช้าบนเรือในตำแหน่งที่วิวสวยๆนี่ได้อรรถรสกว่ามากครับ แต่ถ้าใครไม่ชอบบุฟเฟ่ต์จะไปกินแบบที่เค้าเสิร์ฟถึงโต๊ะก็ไปที่ห้อง Botticelli ที่เดียวกับที่กินมื้อค่ำเมื่อคืนก็ได้ เค้าเปิด 7 โมงถึง 9 โมง และถ้าชอบนอนตื่นสายๆ ไม่เน้นกินข้าวเช้าแบบหนักๆก็แวะไปหาอะไรเบาๆกินได้ที่ Grill Capri ชั้น11 เค้าเปิดตั้งแต่ 9 โมงถึง 11 ครึ่ง

J-Cruises 4

หลังอาหารเช้า ผมอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแต่งตัวให้ทะมัดทะแมงขึ้น เมื่อเช้าตอนขึ้นไปเดินแอบมีเขินเล็กๆ ก็ผู้โดยสารญี่ปุ่นส่วนใหญ่แต่งตัวจัดเต็ม มีแต่ผมที่ลำลองมากเกินไปเหมือนเดินอยู่ในสวนข้างบ้าน การเตรียมตัวมาล่องเรือสำราญอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการแต่งตัว ในคู่มือที่ทางเรือจัดทำขึ้นเค้าจะมีคำแนะนำเรื่องการแต่งตัวให้ได้แก่ ชุดลำลอง(Casual)สำหรับใส่บนเรือหรือตอนลงไปเที่ยวระหว่างที่เรือจอด เป็นชุดสวมใส่ง่ายสบายๆ เช่น เสื้อยืดกางเกงขาสั้นรองเท้าผ้าใบ (ไม่ใช่ลากอีแตะเหมือนที่ผมทำ) ชุดกึ่งลำลอง (Smart Casual) สำหรับใส่เข้าห้องอาหารในช่วงค่ำ ก็ควรเรียบร้อยขึ้นมาอีกหน่อย อาจเป็นเสื้อเชิ้ตกางเกงขายาวแล้วสวมแจ็กเก็ตทับ สำหรับคุณผู้หญิงก็อาจจะใส่เดรสหรือจะเป็นเบลาส์และกางเกงขายาวก็ได้ แต่ถ้าเป็นคืนกาล่าที่กัปตันมาร่วมงานเลี้ยงก็ควรจัดเต็ม (Semi-formal) คุณสุภาพบุรุษใส่สูทผูกเนกไท คุณสุภาพสตรีสวมชุดราตรีหรือชุด 2 ชิ้นพร้อมเครื่องประดับ ก็จะทำให้ท่านดูดีมีสง่าราศีเข้ากับบรรยากาศของงาน นอกจากนี้ก็ยังมีชุดที่ควรเตรียมเผื่อกรณีมี Theme Party ไว้อีกซักชุดสองชุด จะได้ใช้ชีวิตบนเรือได้อย่างสนุกสนานขึ้นครับ สำหรับท่านที่ไม่เคยล่องเรือสำราญอาจคิดว่าแค่เสื้อผ้าทำไมต้องเรื่องเยอะ เชื่อผมเถอะครับว่า ถ้าท่านไม่เตรียมไป เราจะรู้สึกแปลกแยกหรือ
ไม่เข้าพวก จนทำให้ไม่อยากร่วมกิจกรรมต่างๆบนเรือ และหมดสนุกในท้ายที่สุด

บนดาดฟ้าเรือช่วงสายมีกิจกรรมหลายอย่างทั้ง การโชว์แกะน้ำแข็ง มีตั้งโต๊ะขายไวน์ซึ่งดีมาก ถูกกว่าไปสั่งที่ห้องอาหาร และสามารถนำเข้าไปดื่มในห้องอาหารได้ด้วย มีโต๊ะขายกระเป๋าและผ้าพันคอในราคาพิเศษ เรียกความสนใจจากผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี บางคนไม่ได้เตรียมมาก็ซื้อผูกกันตรงนั้นเลย ลงไปชั้นล่างๆ ก็มีกิจกรรมสอนทำเส้นพาสต้า สอนเต้นลาติน มีเดินแฟชั่นโชว์ และอีกหลายกิจกรรมให้ท่านเข้าร่วม ซึ่งท่านสามารถตรวจสอบตารางกิจกรรมต่างๆ รวมทั้ง Dress Code ของแต่ละวันได้ในแผ่นพับToday ที่จะวางอยู่ในห้องของท่านทุกวัน ผมเดินไล่ลงมาถึงชั้น 8 แต่ดูยังไม่ทันจะทั่วเลย ก็ได้เวลาอาหารกลางวันอีกแล้ว เฮ้อ! มาล่องเรือนี่ ไม่มีเวลาให้หิวกันเลยครับ

J-Cruises 4


ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่