
เมื่อรถติดกลายเป็นอดีต
เมื่อรถติดกลายเป็นอดีตในหลายเมืองที่มีการจราจรติดขัดมากเป็นอันดับโลกนั้น มีรายงานว่าในชั่วโมงเร่งด่วน
ในหลายเมืองที่มีการจราจรติดขัดมากเป็นอันดับโลกนั้น มีรายงานว่าในชั่วโมงเร่งด่วน การเดินทางจะล่าช้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า นั่นคือจากที่ขับรถกลับบ้านโดยไม่มีรถติด ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงก็จะกลายเป็น 2 ชั่วโมง และในทุกๆ วันปริมาณการจราจรติดขัดก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
การสูญเสียสมาธิและการตอบสนองที่ล่าช้า หรือเกินเหตุของผู้สัญจรมักเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการจราจรติดขัด วิศวกรจึงหาทางออกด้วยการทำให้รถอยู่ภายใต้การควบคุมของเทคโนโลยีที่วางใจได้และซอฟต์แวร์ที่เฉลียวฉลาด
คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งใหม่ในการสัญจร
เมื่อ 13 ปีก่อน คอมพิวเตอร์ยังไม่มีศักยภาพในการควบคุมรถยนต์ได้ดีเท่ากับมนุษย์ ในปี 2004 หน่วยงานวิจัยของกองทัพสหรัฐ (DARPA) จัดการแข่งขันรถยนต์ไร้คนขับเป็นครั้งแรก รถยนต์คันที่ดีที่สุดนั้นทำระยะทางได้เพียง 12 กิโลเมตร
แต่หลังจากนั้น 10 ปี รถยนต์ไร้คนขับได้เปลี่ยนแปลงมากมาย ในปี 2015 บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เทสลา (Tesla) ได้นำเสนอรถยนต์ที่ควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติซึ่งเปลี่ยนเลนถนนบนทางมอเตอร์เวย์ที่เดิมเป็นความท้าทายสำคัญของระบบขับเคลื่อนไร้คนขับ และอีกหนึ่งปีหลังจากนั้น รถยนต์ไร้คนขับของกูเกิลก็เอาชนะความท้าทายอีกอย่างหนึ่งของการขับรถในเมือง นั่นคือการแยกแยะคนขับรถจักรยานและจักรยานยนต์ได้ โดยรถยนต์ไร้คนขับสามารถตรวจจับการเลี้ยว โดยวิเคราะห์ภาพแขนของผู้ขับขี่เพื่อทำให้รถรักษาระยะห่างที่เหมาะสม
การพัฒนาเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูความศรัทธาของคนที่มีต่อรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยคอมพิวเตอร์ หลายประเทศเริ่มอนุญาตให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไร้คนขับทดสอบเทคโนโลยีใหม่บนถนนเปิดร่วมกับผู้ใช้รถยนต์ทั่วไป แต่ว่าผู้ขับที่เป็นมนุษย์เองก็ยังจำเป็นต้องพร้อมเข้าควบคุมรถยนต์หากว่าคอมพิวเตอร์ประสบปัญหาในการตัดสินใจ
ความปลอดภัยเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้มีการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ ทุกๆ ปีจะมีคนราว 1.25 ล้านคนทั่วโลกเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเป็นอุบัติเหตุที่มีสาเหตุมาจากความผิดพลาดของมนุษย์ราวร้อยละ 90 วิศวกรเชื่อว่าถ้าหากการสัญจรมีเพียงแค่รถยนต์ไร้คนขับ ความสูญเสียอาจลดลงจนแทบเป็นศูนย์ หากคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่ในการตัดสินใจ พื้นผิวถนนก็จะถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รถยนต์ไร้คนขับสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ และเมื่อต่อกับระบบไฟจราจรที่เชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ตแล้ว รถยนต์ไร้คนขับก็จะมีข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับการจราจรและทำให้คาดการณ์เหตุจราจรติดขัดในอนาคตเพื่อวางแผนหลีกเลี่ยงด้วยการไปเส้นทางอื่น
แต่ไม่ว่ารถยนต์ไร้คนขับที่เฉลียวฉลาดจะแพร่หลายมากแค่ไหน มันก็ไม่อาจเป็นแนวทางที่ใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะในกรณีที่มีการจราจรติดขัดอย่างหนัก โยนาฮ์ ฟรีมาร์ก ผู้เชี่ยวชาญด้านจราจรยังเห็นว่ารถยนต์ไร้คนขับไม่สามารถรองรับการเดินทางในเมืองที่คนมากกว่า 5,000 คน/ชั่วโมง เดินทางไปในทิศทางเดียวกัน
หากเทียบกับพาหนะขนาดใหญ่อย่างรถบัสแล้ว รถยนต์ส่วนบุคคลยังกินพื้นที่ต่อผู้โดยสารเยอะกว่ามาก
ระบบขนส่งมวลชนจะต้องมีประสิทธิภาพ
ระบบขนส่งในอนาคตที่มีประสิทธิภาพก็คือการจราจรประเภทรถบัสและรถไฟ แต่ระบบขนส่งลักษณะนี้ยังมีความท้าทายสำคัญ นั่นคือปัญหาของระยะทางที่พ้นไปจากสถานีหรือป้ายรถเมล์ ไม่ว่ารถบัสหรือรถไฟทำความเร็วได้มากแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ว่าผู้โดยสารจะต้องเดินทางออกจากสถานีหรือไปยังสถานีที่ใกล้พวกเขาที่สุด ดังนั้นผู้โดยสารที่เดินทางลำบากหรือคนที่มีสัมภาระเยอะๆ ก็มักจะต้องใช้รถยนต์เพื่อเดินทางมายังสถานีอยู่ดี
ด้วยเหตุนี้ บริษัท เน็กซ์ ฟิวเจอร์ ทรานสปอร์ต (Next Future Transport) จึงพัฒนาระบบรถยนต์ไร้คนขับส่วนบุคคลขนาดเล็กที่ทำหน้าที่ขนส่งผู้โดยสารจากจุดเริ่มต้นสู่เป้าหมายการเดินทางได้โดยง่าย ระหว่างการเดินทางรถยนต์เหล่านี้จะเรียงตัวกันเป็นแถวซึ่งจะใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับรถบัส แต่ในขณะเดียวกันก็มีความคล่องตัวเช่นเดียวกับรถยนต์
มีหลายปัจจัยที่ชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ว่า ในไม่กี่ปีข้างหน้า ระบบจราจรจะถูกควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ประเทศฟินแลนด์ตั้งเป้าไว้ว่า ท้องถนนของเมืองหลวงอย่างกรุงเฮลซิงกิจะต้องปราศจากรถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยมนุษย์ภายในปี 2050 และจากการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญนั้น รถยนต์แบบที่เรารู้จักจะกลายเป็นเรื่องของอดีต ในปี 2070 เมื่อพาหนะไร้คนขับไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถบัสจะเข้าครอบครองระบบการขนส่งทั้งหมด
รถยนต์ ในกรุงปักกิ่ง : การจราจรติดขัดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ นานถึง 12 วัน
แนวทางแก้ไข : ลัดเลาะไปท่ามกลางรถติดด้วยจักรยานยนต์ไร้คนขับ
จักรยานยนต์ไซโคลตรอน (Cyclotron) เป็นแนวคิดที่อาศัยประโยชน์ในเรื่องความคล่องตัวของรถยนต์ 2 ล้อ พวกมันสามารถลัดเลาะไปท่ามกลางรถติด ขณะที่รถยนต์ 4 ล้ออาจจะต้องหยุดอยู่กับที่ ไซโคลตรอนคือรถจักรยานยนต์ไร้คนขับที่สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้เพียง 2 คน ส่วนประกอบสำคัญของมันคือไจโรสโคป (Gyroscope) 2 ตัวที่ติดตั้งอยู่บริเวณท้องของรถไจโรสโคปแต่ละอันจะประกอบด้วยแผ่นจานโลหะที่หมุนรอบแกนด้วยความเร็ว 1 หมื่นครั้ง/นาที เมื่อไจโรสโคปหมุน จะทำให้เกิดแรงในแนวตั้งฉากกับแผ่นจานโลหะ หากรถเลี้ยวหรือเสียสมดุล ไจโรสโคปซึ่งยังรักษาสมดุลอยู่ได้ตลอดก็จะเป็นตัวอ้างอิงให้คอมพิวเตอร์รู้ว่า จะปรับสมดุลของรถได้อย่างไรจึงจะสามารถตั้งตรงอยู่ได้ แม้ระหว่างรอไฟแดงหรือเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
รถบัสในกรุงลอนดอน : เมื่อความเร็วเฉลี่ยของเส้นทางที่แย่ที่สุดอยู่ที่ 8 กิโลเมตร/ชั่วโมง
แนวทางแก้ไข : “บัสโมดูล” ขนาดเล็กเรียกได้ด้วยแอพพลิเคชั่น







