
คณะกรรมการอิสระ เพื่อการปฏิรูปการศึกษา
วันนี้ผมขอนำเรื่องราวที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง
โดย...ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเศรษฐศาสตร์การศึกษา สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)
วันนี้ผมขอนำเรื่องราวที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2560 คณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ รวมทั้งตัวแทนจากภาคเอกชนและภาควิชาการจำนวน 25 คน โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.จรัส สุวรรณเวลา อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานคณะกรรมการ ซึ่งไม่มีผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งผู้แทนจากรัฐบาล หรือนายทหารอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้แม้แต่คนเดียว อันเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นอิสระของคณะกรรมการ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและความคาดหวังของสังคม
ล่าสุดนั้น มีการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาครั้งที่ 1 ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการทุกคน ซึ่งจากการรับฟังคณะกรรมการแต่ละท่านแนะนำตัวและกล่าวถึงความตั้งใจในการเข้ามาทำหน้าที่ในคณะกรรมการอิสระชุดนี้ ผมเห็นถึงความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะอุทิศตนเพื่อการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญอย่างเต็มความสามารถ ต้องยอมรับครับว่าแต่ละท่านมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในการทำงานด้านต่างๆ มายาวนาน หลายท่านกล่าวว่านี่อาจเป็นภารกิจสำคัญครั้งสุดท้ายในชีวิตราชการหรือแม้กระทั่งชีวิตของตนที่จะสามารถตอบแทนคุณแผ่นดินได้
คณะกรรมการทุกท่านต่างทราบดีถึงความคาดหวังของคนไทยทุกคนที่ต้องการเห็นการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม คณะกรรมการต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าประเทศไทยรอการปฏิรูปการศึกษาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว และจะไม่มีประเทศใดๆ รอประเทศไทยในยุคที่มีการแข่งขันสูงทั้งทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคต หากประเทศไทยต้องการก้าวขึ้นไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงภายในเวลา 20 ปี การปฏิรูปการศึกษาตามแนวทางของรัฐธรรมนูญจะต้องเห็นผลสำเร็จให้ได้ภายใน 5-10 ปีข้างหน้านี้
และถือเป็นโอกาสที่ดีของการปฏิรูปในปี 2560 ที่เรามีทั้งข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาจากองค์กรภาคประชาสังคมต่างๆ รวมถึงมีงานวิจัยเชิงระบบด้านการปฏิรูปการศึกษามากกว่าเมื่อ 5-10 ปีก่อนมาก งานวิจัยเหล่านี้สามารถนำเสนอข้อมูลและผลการวิเคราะห์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อภารกิจของคณะกรรมการอิสระชุดนี้ได้เป็นอย่างดี อาทิ งานวิจัยที่สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ได้ทำร่วมกับมหาวิทยาลัยและองค์กรทางวิชาการอีกหลายแห่งที่น่าสนใจ เช่น การวิจัยการปฏิรูปการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education) ของ 15 จังหวัดในประเทศไทยที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้การสนับสนุนมาหลายปี หรือระบบบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติระหว่างปี 2551-2559 ที่สามารถนำเสนอผลการใช้จ่ายงบประมาณด้านการศึกษาของหน่วยงานด้านการศึกษาทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น เอกชนและครัวเรือนได้ครบถ้วนทุกบาททุกสตางค์ ตั้งแต่ระดับกระทรวงไปจนถึงระดับโรงเรียน ข้อมูลที่มีรายละเอียดสมบูรณ์ย้อนหลังไปถึง 10 ปีนี้จะช่วยให้คณะกรรมการอิสระสามารถจัดทำกฎหมายและข้อเสนอการปฏิรูปด้านประสิทธิภาพและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากนั้น ผลการวิจัยระบบหลักสารสนเทศเพื่อประกันโอกาสทางการเรียนรู้ที่กำลังถูกนำไปขยายผลดำเนินการครอบคลุม 77 จังหวัดในปีการศึกษา 2560 ซึ่งจะช่วยให้คณะกรรมการอิสระสามารถเข้าถึงข้อมูลประชากรเด็กเยาวชนวัยเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานได้เป็นรายบุคคล รวมถึงสถานะความยากจนและความด้อยโอกาสประเภทต่างๆ ทำให้สามารถวิเคราะห์ได้ว่ามีเด็กเยาวชนวัยเรียนอีกกี่คนที่ยังขาดโอกาสทางการศึกษา หรือมีความเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา และเด็กเยาวชนเหล่านี้อยู่ที่ใดและมีปัญหาความด้อยโอกาสที่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐอะไรบ้าง ข้อมูลที่ละเอียดจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการออกแบบกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และลดความเหลื่อมล้ำในระบบการศึกษาที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี
การปฏิรูปการศึกษาที่มีความเป็นอิสระ และมีผลงานวิจัยเชิงระบบรวมทั้งข้อมูลเชิงประจักษ์สนับสนุนเช่นนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการปฏิรูปการศึกษาในปี 2560 นี้ครับ







