posttoday
ปฏิวัติยุคสมัย ด้วยถนนเส้นเดียว (1)

ปฏิวัติยุคสมัย ด้วยถนนเส้นเดียว (1)

04 มิถุนายน 2560

ท่ามกลางโลกแห่งเกษตรเคมีและระบบ อุตสาหกรรม ชาวนาญี่ปุ่นคนหนึ่ง นามมาซาโนบุ ฟูกูโอกะเลือกเดินสวนทาง

โดย...อาทิตย์ โกวิทวรางกูร เครือข่ายมักกะสัน [email protected]

ท่ามกลางโลกแห่งเกษตรเคมีและระบบ อุตสาหกรรม ชาวนาญี่ปุ่นคนหนึ่ง นามมาซาโนบุ ฟูกูโอกะเลือกเดินสวนทาง ปฏิวัติวิธีคิดและวิธีทำการเกษตร โดยมีฟาง เป็นสัญลักษณ์แห่งการปฏิวัติ

ในโลกแห่งการพัฒนาเมือง ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2...โลกที่รถยนต์เคลื่อนกำลังพลไล่บุกยึดเมืองทั่วโลก...โคเปนเฮเกนเลือกตัดไฟต้นลม

อะไรทำให้โคเปนเฮเกน ตัดสินใจเช่นนั้น

และใครคือผู้กล้า หักพวงมาลัยเพื่อกลับรถ

สภาพโคเปนเฮเกน ในช่วงต้นทศวรรษ 1960 หากดูจากภาพถ่าย มีบางอย่างคล้ายกรุงเทพใน พ.ศ.นี้...

คือเต็มไปด้วยรถยนต์!

ถนนเต็มไปด้วยรถหลากชนิด ที่ว่างกลางเมืองกลายเป็นที่จอดรถ

ต่างกันที่เรายังไปต่อทางเดิม แต่โคเปนเฮเกนเลือกจะยูเทิร์น

โดยตัดสินใจเอายานพาหนะทุกอย่างออกจากถนนเส้นหลักใจกลางเมือง เพื่อให้ยานพาหนะที่ชื่อว่าสองเท้า ได้สัญจรอย่างเต็มที่

1962 ปีที่มีการทดลองปิดถนนเส้นกลางเมืองโคเปนเฮเกน ถนนสตรอยเยท ความยาว 1 กิโลเมตรเศษ ให้กลายเป็นถนนคนเดิน คือปีเดียวกับที่ อัลเฟรด วาสซาร์ด นักกฎหมายและนักการเมืองพรรคอนุรักษนิยม ได้รับตำแหน่ง Mayor For Town Planning

เขาดำรงตำแหน่งนี้นาน 16 ปี (1962-1978) และมีอิทธิพลอย่างยิ่ง ต่อการกำหนดทิศทางของเมืองโคเปนเฮเกน ในช่วงเกือบ 2 ทศวรรษนั้น

ถนนคนเดินเส้นนี้ คือผลงานชิ้นแรกๆ และชิ้นสำคัญยิ่งของเขา

เขาทดลองเปลี่ยนถนนเส้นนี้ เป็นถนนคนเดิน ในปี 1962 ก่อนที่จะยกระดับการตัดสินใจไปอีกขั้น ให้เป็น “ถนนคนเดินถาวร” ในอีก 2 ปีต่อมา (1964)

โครงการที่สวนกระแส ย่อมได้รับทั้งดอกไม้​และก้อนอิฐ!

งานนี้แรงต้านหนักถึงขนาด “ขู่ฆ่า” วาสซาร์ด ผู้ดูแลการตัดสินใจนี้

ในวันที่ทำพิธีเปิดถนนเส้นนี้ให้เป็นถนนคนเดิน ตำรวจคุมเข้มเพื่อรักษาความปลอดภัย มีผู้ขับขี่รถยนต์จำนวนมากที่ไม่พอใจ มารวมตัวบีบแตรส่งสัญญาณคัดค้าน รายรอบถนนเส้นนี้

อย่างไรก็ตาม การทดลองเปลี่ยนเป็นถนนคนเดิน ได้พิสูจน์ผลสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว

วัดจากจำนวนผู้ออกมาเดินบนท้องถนนมากขึ้น จับจ่ายซื้อของในร้านรวงสองข้างทางเพิ่มขึ้น และมีชีวิตในพื้นที่สาธารณะเพิ่มขึ้น

การตัดสินใจของผู้บริหารเมือง มาบรรจบกับการศึกษาวิจัยของสถาปนิกแหวกขนบ

ญาน เกห์ล (Jan Gehl) ในฐานะอาจารย์ผู้บุกเบิกงานวิจัยบูรณาการด้านการใช้พื้นที่สาธารณะ และคณะนักศึกษา แห่ง Royal Danish Academy of Fine Arts ได้ใช้เวลา 2 ปี (1967-1968) บันทึกกิจกรรมของคนเดินถนน และที่เกิดบนถนน และพื้นที่สาธารณะ ตลอดทั้งวัน และในทุกฤดู

ปฏิวัติยุคสมัย ด้วยถนนเส้นเดียว (1)

“ทุกวันอังคาร และวันเสาร์ ผมจะมานั่งสังเกตการณ์ตรงถนนเส้นนี้” เขาเล่า

ไม่ว่าวันนั้นฝนจะตก แดดจะออก หิมะโปรยปราย หรือหิมะละลาย เขาจะมานั่งเฝ้าดูผู้คน

“ผมต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในฤดูฝน ในฤดูหนาว ในวันทำงาน ในวันสุดสัปดาห์”

เกห์ลต้องการศึกษาพฤติกรรมผู้คนให้ทะลุปรุโปร่ง จนเห็น “วงจรชีวิต” ในรอบวัน รอบสัปดาห์ และรอบปี

จนจับเจอ “จังหวะชีวิต” ของเมือง (The Rhythm Of The City)

ในเรื่องเครื่องมือและวิธีการที่เขาใช้ศึกษา เขาหยิบยืมจากสาขาวิชาอื่น รวมทั้งพัฒนาขึ้นมาเอง

ณ วันนั้น แม้มันไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่ก็เป็นแค่ก้าวแรกๆ

เขาได้พัฒนาวิธีการและเทคนิคบางอันขึ้นมาแล้วตั้งแต่คราวไปศึกษาการใช้พื้นที่สาธารณะของผู้คนในอิตาลี (เมื่อปี 1965)

ณ ถนนสตรอยเยท เกห์ลจะเฝ้าดูและบันทึกแง่มุมต่างๆ ของผู้คน อาทิ ความเร็วในการเดิน การเลือกที่นั่ง จุดที่คนหยุดยืน

สภาพอากาศ มีผลต่อพฤติกรรมการเดินและการใช้พื้นที่อย่างไร

ที่นั่งชนิดไหน แบบไหน วางหันหน้าทางไหน จัดกลุ่มอย่างไร ที่คนนิยม

เขาตีพิมพ์การศึกษา 2 ปี ที่ถนนสตรอยเยท ออกมาเป็นบทความชื่อ Mennesker ti fods (People on Foot หรือคนเดินเท้า) ลงใน Arkitekten วารสารด้านสถาปัตยกรรมของเดนมาร์ก

ผลของการศึกษาครั้งนั้น ดึงดูดความสนใจจากผู้คนหลากหลาย ทั้งนักวางแผนพัฒนาเมือง เจ้าของร้านในถนนเส้นนั้น และนักการเมือง เป็นต้น

และก่อให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องคุณค่าของ “ชีวิตในพื้นที่สาธารณะ”

อย่างไรก็ตาม ใน ค.ศ.นั้น เรื่องนี้ยังเป็นวิวาทะที่ร้อนแรง ไม่ได้เอกฉันท์อย่างในทุกวันนี้

หนังสือพิมพ์ได้โจมตีการศึกษาพฤติกรรมผู้คนเดินถนนของเกห์ล ว่า “ผลาญงบวิจัย”

บ้างก็ว่า “บ้า” ที่จะมาศึกษาวิจัยชีวิตคนเดินถนน เพราะมัน “เห็นอยู่ทนโท่ จะไปศึกษาหาอะไรกันอีก”

ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ความสนใจในการศึกษาของเกห์ล แหวกทะลุกำแพงคำวิจารณ์ ค่อยๆ หาที่ยืนในสังคมโคเปนเฮเกนได้ในที่สุด

เพราะผู้กำหนดนโยบายเมือง ล้วนต้องการ “ข้อเท็จจริง และตัวเลข” ที่หนักแน่น (Hard Facts & Hard Numbers) เพื่อใช้ในกระบวนการตัดสินใจ และการจัดสรรงบประมาณของเมือง

นับเป็นการทำงานร่วมกัน ระหว่าง “สถาบันการศึกษา” และ “ผู้บริหารเมือง”

อย่างที่ควรจะเป็น

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69