
บิ๊กญี่ปุ่นลงทุนอีอีซี
เจโทรเผยผลสำรวจ10บริษัทใหญ่พร้อมลุย18รายยังลังเล ชงบีโอไอยืดเวลา
เจโทรเผยผลสำรวจ10บริษัทใหญ่พร้อมลุย18รายยังลังเล ชงบีโอไอยืดเวลา
โพสต์ทูเดย์ - เจโทร ระบุ บริษัทใหญ่ญี่ปุ่นสนใจลงทุนเพิ่มอีอีซี 10 ราย อีก 18 บริษัทยังไม่สนใจ ชงบีโอไอขยายเวลาส่งเสริมลงทุน
นายฮิโรคิ มิทสึมาตะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า เจโทรได้ร่วมกับสถานทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย สอบถามนักลงทุนญี่ปุ่นกับนโยบายระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ในไทย โดยมีบริษัทญี่ปุ่นขนาดใหญ่ในไทยได้ตอบแบบสอบถามจำนวน 28 บริษัท พบว่า มีจำนวน 24 บริษัทที่ได้ลงทุนในอีอีซีแล้ว มีบริษัทที่ต้องการลงทุนและขยายลงทุนเพิ่มในอีอีซีจำนวน 10 บริษัท และมีจำนวน 18 บริษัทที่ยังไม่มีแผนลงทุน
"มีบริษัทจำนวน 24 รายที่มีการลงทุนในอีอีซีแล้ว พร้อมระบุด้วยว่า อีอีซีถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์การลงทุนที่มีความสำคัญอย่างมากในภูมิภาคนี้" นายมิทสึมาตะ กล่าว
สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่ตอบแบบสอบถามครั้งนี้ เป็นสมาชิกของหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ โดยบริษัทที่ต้องการขยายลงทุนเพิ่มจะมีหลากหลาย ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ส่วนบริษัทที่ระบุว่ายังไม่มีแผนลงทุนนั้น คาดว่าหากมีความชัดเจนเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่งออกมาจากรัฐบาล อาจจะมีการพิจารณาขยายการลงทุนต่อไปในอนาคต
ขณะที่การสอบถามของบริษัทญี่ปุ่น ในประเด็นด้านมาตรการ สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนในเขตอีอีซี ที่รัฐบาลนำมาใช้มีประสิทธิภาพหรือไม่ พบว่า มี 22 บริษัท ที่ตอบว่ามีประสิทธิภาพทั้งในเรื่องการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 15 ปี และการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เป็นเวลา 5 ปี หลังจากลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล ต่อมาเป็นเรื่องที่รัฐบาลเตรียมการลงทุนสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานในเขตอีอีซี ทั้งการเตรียมท่าเรือแหลมฉบัง สนามบินอู่ตะเภา และการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการบริหารจัดการโลจิสติกส์ในพื้นที่
"ภาพรวมนักลงทุนส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่ามาตรการและสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนของไทยมีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน" นายมิทสึมาตะ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ด้านความเห็นที่ควรปรับปรุงจะเป็นเรื่องการผ่อนปรนขั้นตอนการขอใบอนุญาตต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการลงทุน และการเพิ่มความรวดเร็วในขั้นตอนของหน่วยงานภาครัฐ และการขออนุญาตเรื่องการชำระเงินสกุลต่างประเทศ รวมทั้งอยากให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ขยายเวลาการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซีออกไป จากเดิมจะหมดภายในปี 2560
นายมิทสึมาตะ กล่าวว่า เจโทรได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จัดสัมมนาหัวข้อ "Thailand towards Asian Hub" เพื่อให้ความรู้แก่นักลงทุนญี่ปุ่นกับนโยบายการลงทุนของไทยและนโยบายอีอีซีที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 7 มิ.ย.นี้ เบื้องต้นมีนักลงทุนญี่ปุ่นให้การตอบรับเข้าร่วมงานสัมมนานี้แล้วกว่า 1,000 ราย โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีก 3 คน จะเดินทางมาร่วมให้ข้อมูลการลงทุน ซึ่งผู้เข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารบริษัทแม่ของญี่ปุ่นที่ลงทุนในไทย ดังนั้นจะมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนในอีอีซี







