
สนช.เผยทำกฎหมายยุทธศาสตร์เสร็จแล้ว
สนช.เผยทำกฎหมายยุทธศาสตร์เสร็จแล้ว เตรียมเคาะเป็นกฎหมายเดือนมิ.ย. ระบุ ยกเว้นไม่ใช้กับนิติบัญญัติ-ตุลาการ
สนช.เผยทำกฎหมายยุทธศาสตร์เสร็จแล้ว เตรียมเคาะเป็นกฎหมายเดือนมิ.ย. ระบุ ยกเว้นไม่ใช้กับนิติบัญญัติ-ตุลาการ
นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศพ.ศ.... แถลงความคืบหน้าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวว่า ขณะนี้กมธ.ได้พิจารณากฎหมายเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีทั้งหมด 33 มาตรา โดยสาระสำคัญเป็นการกำหนดขั้นตอน ผู้รับผิดชอบ และวงเงินและแหล่งที่มาที่จะดำเนินการตามแผนวิธีการ ระยะเวลาปฏิรูปในแต่ละด้าน พร้อมกำหนดตัวชี้วัด กำหนดหน่วยงาน บุคลากรของรัฐที่รับผิดชอบในแต่ละด้าน รวมทั้งผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นภายใน 5 ปี ด้วย และสุดท้ายจำเป็นจะต้องปรับปรุงแก้ไขผลการปฏิรูปอย่างไรบ้าง
กฎหมายดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาของสนช.ในวาระ 2 และ 3 ภายในต้นเดือนมิ.ย. และคาดว่าจะประกาศใช้ภายในเดือนส.ค. โดย สนช.ได้พิจารณากฎหมาย 2 ฉบับคู่ขนานกันกับร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติฯ เพื่อให้แล้วเสร็จทันเวลาที่รัฐธรรมกำหนด คือ 120 วัน
นายเฉลิมชัย กล่าวว่า เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วคณะรัฐมนตรี(ครม.) จะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน โดย 10 ด้านแรกก็จะเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนด้านที่ 11 คือ ด้านอื่นๆ จะต้องแล้วแต่ ครม.เห็นชอบ ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน โดยคณะกรรมการฯแต่ละด้านจะมีประธาน และคณะกรรมการไม่เกิน 15 คน สำหรับการแต่งตั้งคณะกรรมการฯ จะต้องเป็นไปตามความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในแต่ละด้าน โดยคณะกรรมการฯจะต้องมีความหลากหลายจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และอายุไม่เกิน 75 ปี เนื่องจากวาระของคณะกรรมการฯมีเวลา 5 ปี ดังนั้น อายุ ณ วันที่เริ่มสมัครจึงไม่ควรเกิน 70 ปี
นายเฉลิมชัย กล่าวอีกว่า การทำงานของคณะกรรมการฯในแต่ละด้านจะต้องมีการประชุมเพื่อกำหนดแผนงานปฏิรูปให้เสร็จภายใน 90 วัน หลังจากได้รับการแต่งตั้ง ซึ่งการทำงานจะต้องเชิญหน่วยงานของรัฐ และประชาชนมาให้ข้อคิดเห็นและข้อมูลประกอบแผนการปฏิรูปด้วย โดยคาดว่าต้องใช้เวลาในการทำงาน 6 เดือน และเมื่อทำงานแล้วเสร็จก็จะมีแผนปฏิรูปภายในเดือน มี.ค.61 ทั้งนี้ การปฏิรูปในแต่ละด้านจะต้องสอดคล้องกับมติของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติด้วย และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติตาม หากไม่ปฏิบัติตามจะต้องถูกติดตามตรวจสอบและประเมินผล ยกเว้นบางหน่วยงาน อาทิ ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ องค์กรอิสระ และกรมอัยการ โดยครม.จะเป็นผู้ออกระเบียบต่อไป นอกจากนั้น รัฐบาลชุดต่อไปในอนาคตจะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ รวมทั้งรับบาลจะต้องรายงานต่อรัฐสภาในทุก 3 เดือน







