
คดีพลิก! หนุ่มสารภาพทำรถล้มเองทำให้หลาน3ขวบเจ็บไม่ใช่ถูกรุมทำร้าย
หนุ่มวัย 16 ปีสารภาพทำรถล้มหลังหมาวิ่งตัดหน้าทำให้หลาน 3 ขวบเจ็บ ไม่ใช่กลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย เผยกุเรื่องเพราะกลัวพ่อแม่เด็กไม่พอใจ
หนุ่มวัย 16 ปีสารภาพทำรถล้มหลังหมาวิ่งตัดหน้าทำให้หลาน 3 ขวบเจ็บ ไม่ใช่กลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย เผยกุเรื่องเพราะกลัวพ่อแม่เด็กไม่พอใจ
เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พล.ต.ต.กิตติกร บุญสม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีอิทธิพล บุพผะสิริ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก และทีมสหวิชาชีพ ประกอบด้วย อัยการจังหวัดพิษณุโลก พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัด ทำการสอบปากคำ นายเอ อายุ 16 ปี กรณีที่มีการเผยแพร่เรื่องผ่านสังคมออนไลน์ว่า ขี่จักรยานยนต์และถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายจนหลานวัย 3 ขวบที่นั่งรถไปด้วยได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อเที่ยงคืนของวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาพี่สาวของหนุ่มวัย 16 ปี ได้นำภาพหลานสาวที่ได้รับบาดเจ็บไปโพสต์ในสังคมออนไลน์จนถูกแชร์อย่างกว้างขวาง
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกับสอบสวนพยานและเรียกนายเอ มาสอบปากคำเพิ่มเติม จนกระทั่งนายเอ ยอมรับสารภาพในที่สุดว่า เรื่องที่ถูกวัยรุ่นทำร้ายไม่ใช่เรื่องจริง โดยวันเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ล้มเองเนื่องจากมีสุนัขวิ่งตัดหน้าระยะกระชั้นชิดทำให้หลานสาววัย 3 ขวบได้รับบาดเจ็บ ส่วนที่สร้างเรื่องว่ามีกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายนั้นเนื่องจากเกรงว่าพ่อแม่ของหลานวัย 3 ขวบจะดุด่าว่ากล่าวและทำร้ายร่างกาย จึงได้พูดโกหกไปเช่นนั้น แต่ก็ไม่นึกว่าพี่สาวจะนำภาพไปโพสต์ลงสังคมออนไลน์จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต แต่เนื่องด้วยสำนึกผิดจึงได้เล่าเหตุการณ์ที่แท้จริงให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ด้าน พล.ต.ต.กิตติกร กล่าวว่า หลังจากที่ได้สอบปากคำนายเอแล้ว นายเอให้การรับสารภาพว่าเหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากความกลัว อีกทั้งเมื่อสอบสวนแล้วดูจากร่างกายของนายเอ อ้างว่าถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายและใช้แท่งเหล็กทุบ กลับพบเพียงรอยถลอก เล็กน้อย ไม่มีรอยฟกช้ำเหมือนการโดนทำร้ายและเมื่อตรวจสอบรถจักรยานยนต์ก็พบความเสียหายที่บังโคลนรถเท่านั้น จึงเชื่อว่าเด็กน่าจะเกิดจากความกลัว โดยหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ว่ากล่าวตักเตือนนายเอ ที่สร้างเรื่องโกหกขึ้น
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ฝากประชาสัมพันธ์ขอให้ประชาชนสบายใจเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจตราเข้มงวดเรื่องเด็กแว้นเป็นประจำ ซึ่งสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติทุกอย่าง







