อดีตผกก.ตม.ร้องถูกปลอมหนังสือนำไปเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดิน
เชียงใหม่-อดีตผกก.ตม.เชียงใหม่ร้องถูกปลอมแปลงหนังสือการครอบครองที่ดินนำไปเพิกถอนเอกสารสิทธิยันไม่ได้รุกพื้นที่ป่าสงวน
เชียงใหม่-อดีตผกก.ตม.เชียงใหม่ร้องถูกปลอมแปลงหนังสือการครอบครองที่ดินนำไปเพิกถอนเอกสารสิทธิยันไม่ได้รุกพื้นที่ป่าสงวน
พ.ต.อ. ไพโรจน์ แพรสกุลทิพย์ อดีต ผกก.ตม.เชียงใหม่ และนายสมพร วรรณวงศ์ เจ้าของที่ดิน ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ร้องเรียนว่า ได้ถูกปลอมแปลงหนังสือสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) ให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพิกถอนการออกเอกสารสิทธิที่ดินด้วยเหตุผลว่า เป็นที่ดินอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และมีการปลูกป่าต้นสัก ตามโครงการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จย่า 90 พรรษา ในปี พ.ศ. 2534 ซึ่งขัดกับข้อเท็จจริง และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2533 คำตัดสินของอัยการจังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2537 และหนังสือยืนยันของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) ปี พ.ศ. 2556 ที่ระบุว่า ที่ดินแปลงนี้ไม่อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งคณะอนุกรรมการ กบร. ก็ได้พิจารณาเห็นชอบตามข้อเสนอของนายอำเภอสะเมิง และเจ้าพนักงานที่ดิน อ.สะเมิง และขณะนี้ได้เสนอเรื่องดังกล่าวให้อธิบดีกรมที่ดินพิจารณาอนุมัติต่อไปแล้ว
"เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากที่สุดที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถทราบข้อกล่าวหา และไม่มีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงแต่ประการใด โดยเฉพาะการแอบอ้างนำเอากิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติเบื้องสูงมาเป็นเหตุผลในการเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ถูกต้องตามกฎหมาย อันเป็นความผิดอาญาตามมาตรา 112 ด้วย และข้อมูลดังกล่าวนี้ เจ้าของที่ดินได้พยายามเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้รับทราบ เพื่อให้นำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการ กบร. จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2560 พิจารณาตรวจสอบแล้ว แต่ได้รับการกีดกันจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม โดยไม่ได้มีการนำข้อมูลเสนอแต่อย่างใด" พ.ต.อ.ไพโรจน์ กล่าว
พ.ต.อ.ไพโรจน์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ป่าไม้ผู้นี้ก็คือ อดีตหัวหน้าหน่วยรักษาป่าเชียงใหม่ 15 อ.สะเมิง ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ปลูกป่าต้นสักตามโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ เมื่อปี พ.ศ. 2534 และเป็นผู้จับกุมนายอุดม ผู้ครอบครองที่ดินคนเดิมในช่วงปลายปี พ.ศ. 2535 ส่งพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ในข้อหาบุกรุกแผ้วถาง และก่อสร้างอาคารในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติตามพ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 และเมื่อพนักงานอัยการได้ตรวจสอบเอกสาร และหลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะกฎกระทรวง ฉบับที่ 633 (พ.ศ. 2516) ที่ได้กำหนดให้ที่ดินแปลงดังกล่าวนี้อยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติสะเมิง แต่ยังอยู่ในเขตพื้นที่ป่าถาวร และต่อมาคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้กันพื้นที่ดินแปลงนี้ออกจากเขตพื้นที่ป่าถาวร โดยให้มีสภาพเป็นที่ดินว่างเปล่า เพื่อนำไปออกเอกสารสิทธิให้กับราษฎรผู้ครอบครองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ อัยการจังหวัดเชียงใหม่จึงได้มีคำสั่งไม่ฟ้องนายอุดม ในปี พ.ศ. 2537 ซึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ผู้นี้ทราบเหตุผล และข้อเท็จจริงเป็นอย่างดี แต่กลับมาให้การเท็จต่อคณะกรรมการฯ.







