
ยุทธศาสตร์การพัฒนาการเมืองของไทย
ฮันติงตัน นักรัฐศาสตร์โลกคนดังได้กล่าวว่า พัฒนาการทางการเมืองคือการสร้างสถาบันทางการเมือง
โดย...รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ
ฮันติงตัน นักรัฐศาสตร์โลกคนดังได้กล่าวว่า พัฒนาการทางการเมืองคือการสร้างสถาบันทางการเมือง โดยที่การสร้างสถาบันทางการเมืองนั้นจะต้องมีองค์ประกอบ 4 ประการด้วยกัน ได้แก่ การปรับตัวของรัฐบาล ความเป็นปึกแผ่นหรือมีเอกภาพ ความเป็นอิสระของระบบย่อย และความสลับซับซ้อนขององค์กร ดังนั้น จึงขอนำตัวแบบนี้มาอธิบายในสังคมไทยเพื่อพิจารณาดังนี้
1.สถาบันทางการเมืองที่สำคัญคือ “รัฐธรรมนูญ” ที่เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน ทั้งนี้จะต้องเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความชอบธรรมทางการเมือง โดยเฉพาะต้องทำให้ทุกภาคส่วนจะต้องปรับตัวเข้าหากัน โดยเฉพาะการมีเป้าหมายทางการเมืองร่วมกันว่า “การสร้างความปรองดอง” เพื่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
โดยนัยนี้จำเป็นต้องเสียสละผลประโยชน์ของกลุ่มตน เพื่อสร้างสรรค์อุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน และอาจหมายถึงแนวทางที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกันมากที่สุด (ที่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์แห่งชาติ) ใช้กรอบการเจรจาหาทางออกของสังคมร่วมกันให้เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน
ดังนั้น ผู้มีส่วนได้เสียคงมีความหลากหลายรัฐบาลเคยสำรวจไว้บ้างหรือไม่ ว่ามีกี่กลุ่ม กี่พวก มีกี่ระดับ และที่สำคัญจะใช้วิธีการอย่างไรให้เกิดความมั่นคงทางการเมือง หรือความมีเสถียรภาพทางการเมือง (How to do?)
2.ว่าด้วยเรื่องศักยภาพในการสร้างความเป็นปึกแผ่น “แตกต่างแต่ไม่แตกแยก” จำเป็นต้องเอาจริงเอาจัง และรัฐบาลต้องเป็นตัวอย่างที่ดี สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ทุกฝ่ายสามารถมีเวทีและการแสดงออกที่นำไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมไร้ความรุนแรง
กอปรกับรัฐธรรมนูญ มีองค์กรอิสระมากมายไว้ให้เป็นตัวช่วยในการพัฒนาประชาธิปไตย มีการใช้ระบบรัฐสภา มีการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดยเฉพาะการส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย
ที่เหมาะสมกับสังคมไทย ดังนั้น รัฐบาลควรสนับสนุนให้มีกิจกรรมและงบประมาณที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ทางการเมืองที่ถูกต้องต่อไป
3.ความเป็นอิสระ รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีทั้งปัญหาและอุปสรรค ทั้งเชิงงบประมาณและการบริหารจัดการที่ดูแล้วขาดความเอาใจใส่ ไม่สามารถบรรลุภารกิจ การกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ในขณะที่อัตราความเจริญทั้งจำนวนประชากร และรายได้ของท้องถิ่นมีอัตราที่สูงขึ้น
นักการเมืองท้องถิ่นบางแห่งมีพฤติกรรมส่อไปในทางที่ไม่สุจริต และมักกล่าวอ้างว่าใช้แนวทางของการบริหารรัฐบาลเป็นตัวแบบ และเป็นที่กล่าวขานกันต่อมาว่า “ระดับชาติโกงแบบไหน ระดับท้องถิ่นก็เหมือนกัน”
ปัญหาดังกล่าวอาจเป็นเพราะสังคมไทยไม่มีการจัดระเบียบว่าด้วยเรื่องความเป็นอิสระที่แท้จริงให้ความสำคัญเฉพาะเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณเท่านั้น ไม่อาจมองข้ามไปถึงการบริหารจัดการที่นำไปสู่ความเจริญในเชิงคุณภาพ
โดยเฉพาะการสร้าง “คนดีหรือพลเมืองที่ดี” รวมทั้งการใช้โอกาสของหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้อย่างแท้จริง จึงทำให้คุณค่าของความเป็นอิสระดูถดถอยลง อันนำไปสู่ระบบราชการที่เข้ามาเป็นคู่ขนานและมีลักษณะพฤติการณ์คล้ายๆ กันอีก ทำให้ประชาชนไม่ได้รับสิ่งที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง
4.ในส่วนของความสลับซับซ้อนถือว่าเป็นความทันสมัยที่มิอาจปฏิเสธได้ แต่ความทันสมัยในเชิงวิทยาศาสตร์คือ การเข้าสู่ยุคประเทศไทย 4.0 การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือ เป็นความท้าทายของการรักษาไว้แห่งอัตลักษณ์แบบไทยๆ กับการผสมผสานแนวคิดอุดมการณ์ และวัฒนธรรมทางการเมืองใหม่ๆ ที่ทำให้พฤติกรรมทางการเมืองของคนอาจเปลี่ยนแปลงที่รองรับ สนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ในทางกลับกัน ความทันสมัยอาจทำลายแนวคิดและอุดมการณ์การปกครองดังกล่าว จะเห็นได้จากพฤติกรรมการบริโภคข้อมูลข่าวสารผ่าน Social Network หรือสังคมเครือข่ายในคอมพิวเตอร์ที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
คำถามที่สำคัญคือ วันนี้รัฐบาลได้มีมาตรการหรือแผนงานรองรับภัยวิบัตินี้อย่างไร หากเปรียบเหมือนมหาอุทกภัยที่ผ่านมาก็ถือว่า “สอบตก”
นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่าภัยที่คุกคามโดยสื่อมีพลานุภาพมากกว่ามวลน้ำยักษ์เป็นยิ่งนัก มวลน้ำเมื่อถึงปลายอุโมงค์ก็หายไป แต่แนวคิดอุดมการณ์ทางการเมืองในเชิงปรปักษ์อาจฝังจมรากลึก ครอบงำอยู่กับคนอีกหลายล้านคนที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้เป็นอื่น
ด้วยเหตุนี้ เราคนไทยทั้งหลายจำเป็นต้องขจัดและทำลายแนวความคิด อุดมการณ์ทางการเมือง ที่ไม่ถูกต้องให้บรรเทาเบาบางลงไปโดยเร็วที่สุด และถือได้ว่าทุกคนทั้งต่อหน้าและลับหลังย่อมเป็นผู้รับผิดชอบร่วมกัน อนึ่งรัฐบาลควรเป็นผู้นำในการต่อสู้และสร้างมาตรการและแนวทางที่มิให้แนวคิดและอุดมการณ์ดังกล่าวขยายตัวไปในวงกว้างโ
ดยสรุปการสร้างสถาบัน ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หากใช้แนวคิดของ ฮันติงตัน ก็ถือได้ว่าเป็นตัวแบบที่รัฐบาลน่าจะนำไปพิจารณาใช้ เพราะเป็นเรื่องของความมั่นคง การรักษาไว้ซึ่งความต่อเนื่องและเสถียรภาพให้กับระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขชั่วลูกสืบหลาน







